ธุรกิจยุโรปชี้ “ผู้บริโภคคือคนสำคัญ” ในการนำยุโรปเข้าสู่ Green Economy Print E-mail
Contributed by ทีมงานไทยยุโรป.เน็ต   
Wednesday, 26 March 2008

สืบเนื่องจากรายงานเรื่อง ธุรกิจยุโรปมุ่ง Greening the Economy ซึ่งชี้ว่าในปีนี้ ยุโรปเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม ภาครัฐและเอกชนยุโรปทุกฝ่ายตื่นตัวส่งเสริมและผลักดันภายใต้แนวทางของการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนนั้น ทีมงานขอเสนอรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเห็นของธุรกิจยุโรปถึงแนวทางในการนำยุโรปเข้าสู่ Green Economy ซึ่งเสนอแนวทางต่างๆให้ทางคณะกรรมาธิการยุโรป ภาคการผลิตของไทยควรจับตาและเตรียมพร้อม เพราะผู้แทนภาคธุรกิจยุโรปต่างมุ่งความสำคัญไปที่ supply chain และเน้นเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับและการจัดเก็บข้อมูลเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

 

ตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศหวังนำอียูเข้าสู่ Low Carbon Economy ให้เน้นบทบาทของ EU ในฐานะ ‘Standard Setter’ หรือผู้กำหนดมาตรฐานในด้านสิ่งแวดล้อมของโลก ผ่านการออกกฏระเบียบต่างๆ เช่น การออก ร่าง ‘Climate Action and Renewable Energy Package’  รวมทั้งเสนอกลไกรักษาสิ่งแวดล้อม และผลักดันผ่านความตกลงระหว่างประเทศ  เช่น Emission Trading Schemes (ETS) นั้น ภาคธุรกิจชั้นนำในตลาดยุโรป เช่น Carrefour, Procter & Gamble และ Tetra Pak ได้ให้ความเห็นว่า ยุโรปต้องมุ่งสร้างแรงผลักดันจากภาคอุปสงค์ พร้อมแนะแนวทางในการกระตุ้นผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจชั้นนำเหล่านี้ก็มุ่งผลักดันให้ supply chain ทั้งระบบสามารถตอบสนองสอดรับกับกระแสดังกล่าว

 

 ‘Consumer is the King’ : เพราะ “ผู้บริโภคคือคนสำคัญ”             

ดร. Franz Fischler อดีตกรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตร ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานของ RISE Foundation มูลนิธิไม่หวังผลกำไรที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาชนบทของสหภาพยุโรปแบบยั่งยืน ให้ความเห็นว่า ผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้กำหนดอุปสงค์ มีบทบาทสำคัญในการนำธุรกิจยุโรปเข้าสู่เศรษฐกิจที่เน้นเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อมหรือ green economy  ส่วนนาย Gianmi Ciserani ประธาน WE ของ Procter and Gamble บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคชั้นนำของโลก  ให้ความเห็นในการตั้งนโยบายที่จะนำตลาดยุโรปให้เป็น green economy นั้น เป็นเรื่องที่มีมุมมองที่หลากหลาย และต่างฝ่ายต่างเสนอแนวทางต่างๆกันไป จำต้องถาม “บุคคลสำคัญที่สุด” หรือ “the Boss” ในระบบตลาดว่าต้องการอะไร บุคคลสำคัญดังกล่าว คือ ผู้บริโภค นั่นเอง

โดยพื้นฐานแล้ว สินค้าที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมจะมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป คำถามคือ จะต้องทำอย่างไรเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าดังกล่าว  

ผู้แทนจากภาคธุรกิจชั้นนำของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Procter and Gamble, Carrefour และองค์กรผู้บริโภคแห่งยุโรป (The European Consumers' Organisation - BEUC) ต่างเห็นพ้องกันว่า การรณรงค์ในแนว "สั่งสอน" หรือ "ทำให้รู้สึกผิด" นั้นจะไม่เกิดผล แต่ต้องจูงใจให้เห็นผู้บริโภคเห็นว่า จะ"คุ้มค่ากว่า" หาก “เลือก” ซื้อสินค้าดังกล่าว ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง คุ้มค่า ก่อให้เกิดความประทับใจ และ นำมาสู่อนาคตที่ยั่งยืนกว่า กล่าวคือ ผู้บริโภคต้องการ motivation ไม่ใช่ education ภาคธุรกิจจึงควรให้ข้อมูลที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา นำเสนอเป็นตัวเลือกต่างๆ ให้แก่ผู้บริโภค 

สิ่งที่ภาครัฐและอียูจะสามารถช่วยได้คือ การใช้นโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เช่น การปรับปรุงกฏระเบียบเรื่องการติดฉลาก หรือ การมีมาตรการจูงใจทางด้านภาษี อย่าง Green VAT แต่ทั้งนี้ Erika Mink ผู้แทนจากบริษัท Tetra Pak บริษัทที่ทำบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อาหารชั้นแนวหน้าของโลก เน้นย้ำว่า มาตรการต่างๆ ต้องสะท้อนสภาวะตลาด กล่าวคือ เป็น market-based policy ที่จะมาช่วยลดความซ้ำซ้อนของกฏระเบียบระหว่างประเทศสมาชิก (coordination / harminisation) และไม่ควรเป็นมาตรการที่แทรกแซงกลไกตลาด หรือไปซ้ำซ้อนกับสิ่งที่ภาคเอกชนหรือประเทศสมาชิกทำได้ดีอยู่แล้ว โดยยกตัวอย่าง โครงการ Eco-Label หรือ EU Flower ขึ้นมาว่า  คณะกรรมาธิการยุโรปควรทบวนการดำเนินโครงการดังกล่าว เพราะไปซ้ำซ้อนกับโครงการของประเทศสมาชิกซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้บริโภคอยู่แล้ว อย่าง เครื่องหมาย Blue Angel ของเยอรมนี  กล่าวคือ เป็นความพยายามเข้าไปในระบบตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการยุโรปอาจไม่ถนัดหรือไม่มีทรัพยากรในการดำเนินงานเพียงพอ

 

‘From Table to Stable’: Supply Chain จึงสำคัญด้วย

ในการตอบสนองกับกระแสสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ผู้แทนจากภาคธุรกิจชั้นนำของยุโรปจึงให้ความสำคัญกับ suppliers เพราะต้องพิสูจน์และนำเสนอให้ผู้บริโภคเห็นว่า สินค้าของตนนั้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งห่วงโซ่การผลิต

ดร. Fischler ให้ความเห็นว่า ในส่วนของอุตสาหกรรมอาหารนั้น ในอนาคตต่อไป นอกจากตลาดยุโรปจะเน้นเรื่องความปลอดภัย หรือ “from farm to fork” ยังจะให้ความสำคัญกับเป็นเรื่องการผลิตอย่างยั่งยืน หรือ “from table to stable” ดังนั้น ประเด็นที่จะมีสำคัญในกระบวนการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ คือ กระบวนการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (traceability) มีการให้ข้อมูลที่โปร่งใส (transparency) มีการติดฉลากชัดเจน (labelling)  

ส่วน Erika Mink ผู้แทน Tetra Pak ให้ความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า บริษัทเองก็ต้องสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและนำเสนอข้อมูลที่เชื่อถือได้ (credible information) ในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม การมีดัชนีชี้วัดที่เป็นมาตรฐาน อย่าง carbon footprint ตลอดห่วงโซ่การผลิต จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในตลาดอียูควรจะหาข้อตกลงร่วมกันในเรื่องดัชนีชี้วัดดังกล่าว

 

บทสรุป  

เมื่อสิ่งแวดล้อมถูกชูเป็นกระแสในตลาดยุโรป ภาคธุรกิจยุโรปชั้นนำของยุโรปต่างมองเรื่องดังกล่าวเป็น “โอกาส” มากกว่า “อุปสรรค” เพราะเห็นเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าของตน  ต่อไป ธุรกิจชั้นนำในยุโรปจึงจะหันมาเข้มงวดประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต ทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร ซึ่งผู้ผลิตจำเป็นต้องเตรียมพร้อมกับระบบดัชนีวัดต่างๆที่ภาคธุรกิจยุโรปจะนำมาใช้ เพื่อส่งมอบข้อมูลให้กับบริษัทในยุโรปและผู้บริโภคในตลาดยุโรป นั่นเอง 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์/คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป และ คณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย ร่วมกันจัดงานสัมมนานี้ขึ้น โดยเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากยุโรป ทั้งผู้ดำเนินนโยบายระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมาธิการยุโรป พร้อมตัวแทนภาคธุรกิจยุโรปมาบรรยายแก่ภาครัฐและเอกชนไทย เกี่ยวกับนโยบาย มาตรการ กฎระเบียบ และกระแสใหม่ๆ ด้านสิ่งแวดล้อมของ EU และยุโรป ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและการค้าไทย

ผู้สนใจลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ http://env.thaieurope.net/ ก่อนวันที่ 20 พ.ค. 2551 หรือเมื่อที่นั่งเต็ม

 

 

รายชื่อผู้บรรยายในการสัมมนา Sustainable consumption: what incentives?

Friday 22nd February, 2008

Dr. Franz Fischler, Chairman, Board, RISE Foundation, Former European Commissioner for Agriculture

Jim Murray, Former Director, BEUC

Roland Vaxelaire, Quality Responsibility & Risk Management Director, Carrefour Group

Gianni Ciserani, President WE, Procter & Gamble

Erika Mink, Environment Director Europe, Tetra Pak Benelux

Moderator:Christophe Leclercq, Publisher, EurActiv.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ebsummit.org/index.html?page=1&lang=en&

 


Last Updated ( Tuesday, 29 April 2008 )

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.