ประเด็นในการประชุม European Council ที่น่าจับตา Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 25 March 2008

เมื่อวันที่ 13-14 มี.ค. 2008 ได้มีการประชุม European Council โดยมีสาระที่มีผลต่อประเทศ นอก EU ดังนี้

1.      การดำเนินการตาม Lisbon Strategy รอบใหม่ (2008-2010) สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ 

มิติทางด้านต่างประเทศ เป้าหมายเพื่อทำให้ EU สามารถเข้าถึงตลาดประเทศนอก EU ได้ดีขึ้น และกำหนดประเทศนอก EU รวมทั้งสาขาธุรกิจที่ยังมีอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดอยู่ โดยมีหลักการสำคัญคือ

(1) การส่งเสริมการค้าเสรีเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานของ EU เอง

(2) การปรับปรุงระบบการค้าพหุภาคี โดยมุ่งให้บรรลุความสำเร็จในการเจรจารอบโดฮา

(3) จัดทำความตกลงทวิภาคีที่ ambitious กับคู่ค้าที่สำคัญ

(4) การแสวงหาแหล่งพลังงานและทรัพยากรสำคัญทางยุทธศาสตร์

(5) เสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจที่มีอยู่และพัฒนาหุ้นส่วนด้าน

ยุทธศาสตร์กับ emerging economic powers โดยเน้นการแข่งขันที่เป็นธรรม และ

(6) ส่งเสริมความร่วมมือด้านกฎระเบียบ ปรับมาตรฐานการค้ากับประเทศคู่ค้าให้

สอดคล้องกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาการปลอมแปลงสินค้า

 

2.      การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน EU ได้พยายามรักษาความน่าเชื่อถือ

ที่ได้ประกาศเป้าหมาย triple 20 (การลดการปล่อยก๊าซ CO2 การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้พลังงานทดแทน ภายในปี 2020) เมื่อ มี.ค. 2007 เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับ EU ในการเจรจา UNFCCC ที่จะมีขึ้นที่โคเปนเฮเกนในปี 2009 แต่ในขณะเดียวกันได้คำนึงถึงความกังวลประเทศสมาชิก EU หลายประเทศ

ที่เห็นว่าเป้าหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมภายใน EU ที่ประชุมมีมติที่สำคัญ ดังนี้

(1)   ตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับร่างระเบียบต่างๆ ที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอเพื่อให้

บรรลุเป้าหมาย triple 20 ที่สำคัญคือ energy/climate package, 3rd package สำหรับการเปิดตลาดพลังงาน (ไฟฟ้าและก๊าซ) ภายในสิ้นปี 2008 และให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายได้ภายในครึ่งแรกของปี 2009 (เนื่องจากหลังจากนั้นจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภายุโรปครั้งใหม่ มิ.ย. 2009)  

            (2) ประเด็น “carbon leakage”  (การโยกย้ายการลงทุนไปยังประเทศที่ไม่เข้มงวดเรื่องการลดการปล่อยก๊าซ CO2) เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาก ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องว่าต้องแก้ไขปัญหาข้อห่วงกังวลนี้ในกรอบความตกลงระหว่างประเทศก่อน หากไม่สำเร็จ ก็จะดำเนินการในกรอบ ETS Directive ฉบับใหม่ ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่

(3)   อังกฤษและฝรั่งเศสได้เสนอแนวคิด “green VAT” (ลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่ช่วย

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการยุโรปจัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หารือกับคณะมนตรียุโรปเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจรวมทั้ง VAT เพื่อเพิ่มการใช้สินค้าที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและวัตถุดิบที่ประหยัดพลังงาน

(4)   นาย Solana, High Representative และนาง Ferrero-Waldner, Commissioner for

External Relations ได้ร่วมกันจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบของสิ่งแวดล้อมต่อความมั่นคง และผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของ EU ที่สำคัญคือ การแก่งแย่งแหล่งพลังงาน การหลั่งไหลเข้ามาในยุโรปของ environmental migrant รายงานดังกล่าวมีข้อเสนอว่า EU ควรทำหน้าที่เป็นผู้นำในเวทีพหุภาคี โดยเฉพาะการกำหนด post-2012 agreement ในปี 2009 เพื่อให้ประเทศอื่นๆ มีการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบทางความมั่นคงที่เกิดขึ้นจาก climate change ในส่วนของความร่วมมือกับประเทศนอก EU เน้นการดำเนินการกับประเทศใกล้เคียง EU ในนโยบาย European Neighbourhood Policy และ Arctic Policy และในขณะเดียวกันก็ได้กำหนดว่า ในการมี dialogue กับประเทศนอก EU ให้ตรวจสอบผลกระทบด้านความมั่นคงจาก climate change ซึ่งที่ประชุมฯ ได้ขอให้คณะมนตรียุโรปพิจารณารายงานดังกล่าวและเสนอการดำเนินการที่เหมาะสม โดยเฉพาะการเร่งรัดความร่วมมือกับประเทศที่สามและภูมิภาคต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงระหว่างประเทศภายใน ธ.ค. 2008

            จากผลการประชุมดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิดต่อไปเพื่อศึกษาผลกระทบต่อไทยได้แก่ การดำเนินการของ EU ในการแก้ไขปัญหา carbon leakage การใช้เครื่องมือทางด้านภาษี และแนวทางในการบรรเทาผลกระทบจาก climate change ต่อความมั่นคง

 

********************************

คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป

20 มีนาคม 2551

 

 

 


Last Updated ( Tuesday, 25 March 2008 )

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.