|
คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปได้ดำเนินการทางการทูตทุกวิถีทางเพื่อช่วยชาวนากุ้งไทยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ GSP ของ EU กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป ร่วมกับทีมงานคณะกรรมการบริหาร CEO ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้ดำเนินการดังต่อไปนี้
- วันที่ 10 ธ.ค. 2004 เข้าพบกับนาย Karl Friedrich Falkenberg ตำแหน่ง Director (เทียบเท่าอธิบดี) ของ DG-Trade (กระทรวงพาณิชย์ของ EU) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับโครงการ GSP เพื่อขอรับการยืนยันเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของไทยภายใต้โครงการ GSP รอบใหม่ ซึ่งนาย Falkenberg ยืนยันว่ากุ้งไทยจะได้รับคืน GSP และแสดงความมั่นใจด้วยว่าคณะมนตรีสหภาพยุโรปจะไม่เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของเรื่องนี้ (We are reasonably clear that there will not be difficulties with the Council on this approach.) และไทยจะอยู่ในกลุ่มที่ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นจากเดิม (among the winner countries) ซึ่งหากสภายุโรปเร่งการพิจารณาก็จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2005 เป็นต้นไป ไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นไปตามกำหนดเวลาปกติ คือ ปลายปี 2005 ซึ่งคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปได้มีโทรเลขรายงานกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมเสนอแนะให้มีการโน้มน้าวประเทศสมาชิก EU ในแนวทางลดความเสี่ยงที่อาจมีสมาชิก EU บางประเทศคัดค้านร่างระเบียบ GSP รอบใหม่หรือพาดพิงถึงไทยในทางที่อาจกระทบต่อสิทธิประโยชน์ที่ไทยจะได้รับ
- วันที่ 26 ธ.ค. 2004 เกิดภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิขึ้น
- วันที่ 5 ม.ค. 2005 เข้าพบกรรมาธิการต่างประเทศของสภายุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อให้ข้อมูลกรณีภัยสึนามิและเรียกร้องความร่วมมือในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุมัติ GSP รอบใหม่ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วเพื่อช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัย
- วันที่ 10 ม.ค. 2005 เข้าพบนาย Herman de Croo, President of the House of Representatives ของเบลเยียมในฐานะประเทศสมาชิก EU ขอให้ดำเนินการทั้งในที่ประชุม Council และสภายุโรปให้เร่งรัดกระบวนการอนุมัติ GSP รอบใหม่ให้มีผลบังคับใช้เร็วขึ้นกว่าเดิมที่กำหนดไว้ในเดือน ก.ค. 2005 เพื่อประโยชน์ในการช่วยฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจของชาวนากุ้งไทยอันเนื่องจากภัยพิบัติสึนามิ และเวลาเที่ยงวันเดียวกัน ได้พบกับนาง Anne-Marie Lizen ประธานวุฒิสภาและนาย Armand de Decker รัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านความร่วมมือและการพัฒนาของเบลเยียม โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้ขอให้สนับสนุนการผ่านร่างระเบียบ GSP รอบใหม่โดยเร็ว
- วันที่ 11 - 12 ม.ค. 2005 เข้าพบนาย Jean Asselborn รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของลักเซมเบิร์กในฐานะประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรปที่ลักเซมเบิร์ก และนาย Alejo Vidal-Quadars Roca, Vice President of the European Parliament นาย Elmar Brok, Chairman, Committee on Foreign Affairs นาย Nerj Deva สมาชิกสภายุโรป และนาย Margrietus van den Berg กับนาย Michael Gahler, Vice Chairman, Committee on Development ที่เมือง Strasbourg โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้หยิบยกเรื่อง GSP ขึ้นหารือกับประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรปและสมาชิกสภายุโรปตามรายนามข้างต้นทุกราย โดยขอให้พิจารณาเร่งรัดข้อเสนอ GSP รอบใหม่เพื่อให้ประกาศใช้เร็วกว่ากำหนดเดิม (1 ก.ค. 2005)
- วันที่ 18 ม.ค. 2005 ร่วมกับเอกอัครราชทูตมาเลเซีย อินโดนีเซีย ศรีลังกา และอินเดียเข้าพบกับนาย Nerj Deva สมาชิกสภายุโรปจากสหราชอาณาจักร และผู้แทน NGOs ของยุโรปประมาณ 15 แห่งที่มีบทบาทระดมเงิน สิ่งของบริจาคและอาสาสมัครเข้าไปให้ความช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยสึนามิ เพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับความช่วยเหลือที่ EU และ NGOs อาจจะสามารถดำเนินการร่วมกันให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศผู้รับ โดยได้ฝากเรื่องการช่วยกระตุ้นการพิจารณาเรื่อง GSP ในสภายุโรปด้วย
- วันที่ 18 ม.ค. 2005 ร่วม working lunch ระหว่างเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกอาเซียน ณ กรุงบรัสเซลส์ (ASEAN Brussels Committee: ABC) กับนาย Hartmut Nassauer, Chairman of Delegation for Relations with Countries of Southeast Asia and ASEAN ของสภายุโรป โดยมีสมาชิกสภายุโรปที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย 12 คน ทั้งนี้ เพื่อติดตามเรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือของ EU ต่อประเทศที่ประสบภัยสึนามิ โดยเน้นการช่วยผลักดันการพิจารณาเรื่อง GSP ที่อยู่ในสภายุโรป เพื่อให้ผ่านเรื่องนี้โดยเร็ว
- วันที่ 20 ม.ค. 2005 เข้าพบนาง Ruth Albuquerque, Head of Unit ของ Humanitarian Aid Office (ECHO) ในสังกัดคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อหารือเกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านประมงให้กับประเทศที่ประสบภัยสึนามิ และในวันเดียวกัน หลังการหารือระหว่าง ABC กับนาย Fokion Fotiadis, Director for Asia, DG-RELEX เอกอัครราชทูตฯ ได้หยิบยกเรื่องความร่วมมือด้านเทคนิคเกี่ยวกับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมแนวชายฝั่งทะเลเพื่อให้ EU พิจารณาสอดคล้องกับความต้องการของไทย
- วันที่ 26 ม.ค. 2005 เข้าพบกับนาง Luisa Morgantini ประธานคณะกรรมาธิการด้านการพัฒนาของสภายุโรป เพื่อหารือเกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านประมงให้กับประเทศที่ประสบภัยสึนามิ
- วันที่ 27 ม.ค. 2005 เข้าพบนาย Erich Wilhelm Muller, Director for Asia (เทียบเท่าอธิบดี) ของ Europeaid เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางความช่วยเหลือด้านเทคนิคเกี่ยวกับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเลที่ประสบภัยสึนามิ เพื่อให้ Europeaid พิจารณาความต้องการของไทย
- วันที่ 10 ก.พ. 2005 คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศว่าได้เสนอให้เร่งกระบวนการประกาศ GSP รอบใหม่ให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย. 2005 เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยสึนามิ โดยประเทศที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ ไทย มัลดีฟส์ ศรีลังกา และอินโดนีเซีย ซึ่งนับเป็นการประกาศอย่างชัดเจนและเป็นทางการ
- วันที่ 15 ก.พ. 2005 เข้าพบกับนาง Nina Gill สมาชิกสภายุโรป (อังกฤษ) ในฐานะประธาน Delegation for relations with the countries of South Asia and the South Asia Association for Regional Cooperation (SAARC) เพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินการของสภายุโรปในการให้ความช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยสึนามิ เนื่องจากนาง Gill เป็นผู้ที่มีบทบาทกระตือรือร้นอย่างมากในการผลักดันเรื่องนี้ต่อองค์กรบริหารต่างๆ ของ EU
- วันที่ 10 มี.ค. 2005 คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปประสานกับนาง Maria Mercedes Garcia Perez เจ้าหน้าที่คณะมนตรีสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นเลขานุการ GSP working party ซึ่งได้รับแจ้งว่าร่างระเบียบ GSP รอบใหม่ได้ผ่านการพิจารณาให้ข้อคิดเห็นของกรรมาธิการด้านการต่างประเทศ (Committee on Foreign Affairs) และกรรมาธิการด้านการค้าระหว่างประเทศ (Committee on International Trade) ของสภายุโรปแล้ว โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไทยนั้น ผลค่อนข้างเป็นบวก (positive) กล่าวคือไม่มีสมาชิก EU ประเทศใดที่คัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปที่เสนอให้เร่งการคืนสิทธิ GSP ให้มีผลบังคับใช้เร็วขึ้นจากเดิม 1 ก.ค. เป็น 1 เม.ย. 2005
- วันที่ 17 มี.ค. 2005 คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปประสานกับนาง Maria Mercedes Garcia Perez เจ้าหน้าที่คณะมนตรีสหภาพยุโรป เพื่อติดตามเรื่องผลการพิจารณา GSP รอบใหม่ และได้รับแจ้งว่าที่ประชุม General Affairs & External Relations Council (GAERC) เมื่อ 16 มี.ค. 2005 ยังไม่สามารถตกลงกันได้ (still couldnt reach an agreement) เนื่องจากสมาชิกบางประเทศคัดค้านข้อเสนอ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร CEO ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้มอบหมายให้อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) หารือกับฝ่าย EU เพื่อผลักดันให้แยกประเด็นที่ติดขัดออกจากประเด็นที่ไม่เป็นปัญหา เพื่อให้การคืนสิทธิ GSP เพื่อช่วยประเทศที่ประสบภัยสึนามิมีผลบังคับใช้ตามกำหนดในวันที่ 1 เม.ย. 2005
- วันที่ 21 มี.ค. 2005 มอบหมายให้อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) หารือกับนาย Elvira Gaeta, Director, Ministry for Productive Activities ซึ่งปฏิบัติงานด้าน Expert Trade Policy, Permanent Representation of Italy ณ กรุงบรัสเซลส์ รวมทั้งนาย Denis Redonnet, Deputy Head of Cabinet ของ Commissioner Peter Mandelson เพื่อผลักดันแนวคิดให้แยก degraduation package เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยสึนามิซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่เป็นปัญหา ออกจาก controversial textile issue
- วันที่ 12 เม.ย. 2005 คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปประสานกับนาง Maria Mercedes Garcia Perez เจ้าหน้าที่คณะมนตรีสหภาพยุโรป และได้รับแจ้งว่ายังมี deadlock เกี่ยวกับประเด็นสิ่งทอที่สมาชิก EU หลายประเทศยังคงคัดค้านอย่างแข็งขัน อันมีผลโดยทางอ้อมให้เรื่องเร่งคืน GSP เพื่อช่วยประเทศที่ประสบภัยสึนามิต้องล่าช้าออกไปด้วย
- วันที่ 22 เม.ย. 2005 ร่วมกับเอกอัครราชทูตอาเซียนเข้าพบกับนาย Mogens Peter Carl, Director-General, DG-Trade เพื่อผลักดันเรื่อง GSP ซึ่งล่าช้าไปกว่ากำหนดเดิม เนื่องจากปัญหาสิ่งทอของจีนและอินเดียที่สมาชิก EU หลายประเทศห่วงกังวล และที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตดอนฯ ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปช่วยผลักดันในที่ประชุมคณะมนตรีสหภาพยุโรป โดยเสนอให้แยกเป็น 2 packages แยกส่วนที่ไม่เป็นปัญหาที่จะให้แก่ประเทศที่ประสบภัยสึนามิได้รับการประกาศใช้ก่อน ซึ่งนาย Carl ชี้แจงว่าคณะกรรมาธิการยุโรปได้พยายามแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากถูกคัดค้านจากสมาชิก EU บางประเทศที่ผู้ประกอบการสิ่งทอได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการไหลทะลักเข้าของสิ่งทอจากจีน
- วันที่ 28 เม.ย. 2005 ประสานกับนาง Maria Mercedes Garcia Perez เจ้าหน้าที่คณะมนตรีสหภาพยุโรปเพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่อง GSP ซึ่งนาง Perez ชี้แจงว่าที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าของประเทศสมาชิก EU ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่อง GSP ได้เนื่องจากติดขัดประเด็นสิ่งทอกับอินเดีย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะสามารถหาข้อสรุปได้อย่างช้าภายในเดือน ก.ค. 2005 เพื่อให้ระเบียบ GSP รอบใหม่มีผลบังคับใช้ทันวันที่ 1 ก.ค. 2005 ตามกำหนดเดิมของคณะกรรมาธิการยุโรป
- วันที่ 2 พ.ค. 2005 มอบหมายให้อัครราชทูตที่ปรึกษาทอมวิชย์ ชาญสรรค์ และน.ส. ศิริพร ตันติปัญญาเทพ เลขานุการเอก พร้อมผู้แทนสำนักงานพาณิชย์ฯ เข้าพบนาย Philippe Cuisson เจ้าหน้าที่ DG-Trade ซึ่งรับผิดชอบเรื่อง GSP เพื่อแสดงความห่วงกังวล (register concerns) ที่เรื่อง GSP ยืดเยื้อ ทั้งๆ ที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงเจตนารมย์ทางการเมือง (political will) ที่จะเร่งคืนสิทธิ GSP รอบใหม่ให้เร็วขึ้นเป็น 1 เม.ย. 2005 แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทำให้ชุมชนชายฝั่งทะเล เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและอุตสาหกรรมประมงของไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสึนามิและมีความคาดหวังอย่างมากว่า EU จะเร่งคืนสิทธิ GSP เริ่มมีความรู้สึกว่าเรื่องนี้กำลังจะกลายเป็นเพียง false hope จึงหวังว่าฝ่าย EU จะเร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าคณะกรรมาธิการยุโรป โดยเฉพาะ Commissioner Peter Mandelson เองก็รู้สึกผิดหวังที่ร่างระเบียบ GSP รอบใหม่นี้ถูกยับยั้งโดยสมาชิก EU 12 ประเทศ โดยประเด็นที่สมาชิกห่วงกังวลเป็นเรื่องสิ่งทอจากจีนและอินเดีย ซึ่งการผ่านร่างระเบียบนี้ได้จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 71% (สมาชิกแต่ละประเทศมีคะแนนเสียงแตกต่างกันตามสัดส่วนประชากร เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และ สหราชอาณาจักร มี 29 เสียง สเปนมี 27 เสียง เป็นต้น) กลับปรากฏว่าสมาชิกที่คัดค้าน 12 ประเทศมีคะแนนเสียงมากกว่า 29% ซึ่งสามารถยับยั้งการผ่านร่างระเบียบดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เหตุที่ชะงักงันก็เพราะปัญหาการเมืองภายในของ EU ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปจะยังไม่สามารถเคลื่อนไหวจนกว่าการลงประชามติธรรมนูญยุโรปฉบับใหม่ในฝรั่งเศสวันที่ 29 พ.ค. จะผ่านพ้นไปก่อน และไม่อาจยืนยันได้ว่า GSP รอบใหม่จะมีผลบังคับใช้ได้เมื่อใด กล่าวได้เพียงว่าน่าจะภายในฤดูร้อนนี้ และอย่างช้าที่สุดภายในสิ้นปี 2005 กรณีที่เรื่องเกิดซับซ้อนบานปลายกว่าที่คาดไว้ ในการนี้ ฝ่ายไทยทวงถามเจตนารมย์ทางการเมืองที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้เคยประกาศว่าจะเร่งคืน GSP ซึ่งนาย Cuisson ตอบว่าเป็นเรื่องการเมือง (politics) แต่ขณะนี้ สึนามิเป็นประเด็นที่ได้รับความสำคัญรองลงไป สมาชิกห่วงกังวลแต่ผลประโยชน์ในเรื่องเสื้อผ้าและสิ่งทอของตนมากกว่า พร้อมกันนี้ ฝ่ายไทยถามเรื่องการให้การชดเชย เช่น ในรูปการขยายระยะเวลาการตัดสิทธิ GSP กลุ่มยานยนต์ออกไปเพื่อชดเชยความล่าช้าของการเร่งคืน GSP ให้แก่ประเทศที่ประสบภัยสึนามิ นาย Cuisson กล่าวว่า GSP รอบใหม่เปิดเสรีมากขึ้น (more liberal) ยกเว้นสำหรับจีน สำหรับไทยจะเป็น one of the biggest winners เนื่องจากจะได้รับประโยชน์มากขึ้นกว่าใน GSP รอบปัจจุบันถึงกว่า 1.2 พันล้านยูโรจากสินค้าประเภทต่างๆ ที่ได้รับการคืนสิทธิ GSP และการผ่อนคลายระเบียบเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า รวมทั้งเรื่องที่จีนอาจโดนมาตรการ safeguard หรือมีข้อตกลงควบคุมการส่งออกสิ่งทอไปตลาด EU สำหรับสินค้ากลุ่มยานยนต์ของไทยต้องถูกตัด GSP เพราะว่ามีขีดวามสามารถในการแข่งขันในตลาด EU สูงเพียงพอแล้ว EU ไม่สามารถตอบสนองไทยได้ทุกอย่าง (cant accord Thailand everything) ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างสินค้ากาแฟของบราซิลว่าจะถูกตัด GSP เช่นกัน แม้บราซิลพยายามวิ่งเต้นเท่าไร ก็ไม่เป็นผล
- วันที่ 2 พ.ค. 2005 หารือกับนาย Chrysantha R. Jayasinghe เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำเบลเยียม เกี่ยวกับความล่าช้าในการประกาศใช้ GSP รอบใหม่ ซึ่งฝ่ายศรีลังกาเห็นว่าการดำเนินการใดๆ ร่วมกันน่าจะกระทำหลังช่วงการลงประชามติในฝรั่งเศส ซึ่งแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับ GSP โดยตรง แต่เป็นประเด็นที่ EU ให้ความสนใจมากในเวลานี้ จนบดบังความสำคัญของปัญหา GSP ในบริบทสึนามิ
- วันที่ 24 พ.ค. 2005 เอกอัครราชทูตฯ ร่วม working lunch ของเอกอัครราชทูตประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีถิ่นพำนัก ณ กรุงบรัสเซลส์ (เรียกว่า SAFESEA - South Asia, Far East and Southeast Asia) โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้ขอรับคำยืนยันจากนาย Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (ซึ่งเป็น guest of honour/guest speaker ของงาน) เรื่องการประกาศใช้ GSP รอบใหม่ของ EU ว่าอย่างน้อยยังมีทางเป็นไปได้หรือไม่ที่จะประกาศใช้ทัน 1 ก.ค. 2005 ตามกำหนดเดิม ซึ่งนาย Barroso ตอบว่าเรื่องดังกล่าวจะมีผลใน a matter of weeks
- วันที่ 17 มิ.ย. 2005 หารือกับนาย Herve Jounjean, Deputy Director-General, DG-Relex (ซึ่งมีข่าวจะไปรับตำแหน่ง Director-General, DG-Trade ในเร็วๆ นี้) โดยชี้ถึงผลกระทบทางการเมืองที่จะเกิดในประเทศไทย หากความคาดหวังอย่างมากของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากภัยสึนามิและกำลังรอคอยการคืนสิทธิ GSP ของ EU จะต้องพบว่า ต้องรอ GSP สินค้าไปอีกจนถึงสิ้นปี 2548 จึงขอให้ฝ่ายคณะกรรมาธิการต่างประเทศฯ แทรกแซงช่วยผลักดันให้การคืนสิทธิ GSP มีผลบังคับใช้ตามกำหนดเดิม คือ ภายในเดือน ก.ค. 2548 ซึ่งนาย Jounjean ได้แสดงความเข้าใจถึงปัญหาและรับว่าจะหาทางดำเนินการให้ดีที่สุด แต่ไม่อาจรับปากได้ว่าการคืนสิทธิ GSP จะมีผลบังคับใช้ได้ในเดือนใด
- วันที่ 17 มิ.ย. 2005 เข้าพบกับนาย Karl Friedrich Falkenberg, Director, DG-Trade และโน้มน้าวให้เข้าใจถึงความคาดหวังของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและได้เป็นภาคที่เป็นเหยื่อ (victim) ของภัยสึนามิและกำลังรอคอยการคืนสิทธิ GSP จาก EU โดยชี้ด้วยว่าไทยมิได้เรียกร้องความช่วยเหลือด้านการเงินจาก EU ในกรณีสึนามิ ทว่าประสงค์เพียงให้ฝ่าย EU เร่งคืนสิทธิ GSP เท่านั้น โดยหวังว่า EU จะเร่งการคืนสิทธิ GSP ให้ภายในเดือน ก.ค. 2005 นี้ ไม่ปล่อยให้รอคอยยาวนานจนครบรอบ 1 ปีภัยสึนามิ (ในปลายปี 2005) ซึ่งเรื่องนี้มี political implication สูงมากในไทย ซึ่ง นาย Falkenberg กล่าวว่า ไทยและศรีลังกาจะเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จาก GSP รอบใหม่มากที่สุด ในขณะที่จีนจะเป็นผู้ที่เสียประโยชน์มากที่สุด ฝ่าย EU จะต้องให้เวลากับผู้ค้าในการปรับตัวระยะหนึ่ง มิใช่ว่าประกาศแล้วมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งจะทำให้ EU ต้องถูกฟ้องร้องจากผู้ที่ทำสัญญาค้าขายไว้แล้วหรือร้องเรียนจากผู้ที่เสียประโยชน์มากมาย รวมทั้งไม่ประสงค์จะต้องเจอกับการร้องเรียนของจีน และชี้แจงเพิ่มเติมว่าประเด็นที่ประเทศสมาชิกห่วงกังวลและให้ความสนใจมากในขณะนี้เป็นเรื่องสิ่งทอ การเลือกตั้งภายในของแต่ละประเทศ (เช่น เยอรมนี) และการลงประชามติธรรมนูญฉบับใหม่มากกว่าเรื่องช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยสึนามิซึ่งขณะนี้มิใช่เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจอีก ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปก็ได้พยายามเร่งให้ GSP รอบใหม่มีผลบังคับโดยเร็วที่สุดอยู่แล้วตั้งแต่ช่วงแรกที่พยายามให้มีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. 2005 แต่ไม่ประสบผล ขณะนี้กำลังพยายามผลักดันให้ประเทศสมาชิกให้ความเห็นชอบในที่ประชุม COREPER วันที่ 21 มิ.ย. 2005 แต่ตนเองก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะสามารถผ่านการพิจารณาไปได้ อย่างไรก็ตาม นาย Falkenberg รับว่าจะพิจารณาเรื่อง GSP ในบริบทสึนามิด้วยดี และจะพยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันเรื่องการเร่งคืนสิทธิ GSP ให้มีผลบังคับใช้ก่อน 1 ม.ค. 2006
- วันที่ 17 มิ.ย. 2005 ได้มีโทรเลขด่วนถึงกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมแจ้งเวียนสถานเอกอัคราชทูตไทยใน EU ทุกแห่ง โดยชี้ว่าขณะนี้เป็นโค้งสุดท้ายของการพิจารณาเรื่อง GSP แม้จะมีความพยายาม lobby โดยตรงกับทั้ง Commissioner Mandelson และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะกรรมาธิการการค้าและคณะกรรมาธิการต่างประเทศ แต่ไม่อาจกล่าวได้ว่า แนวโน้มแจ่มใสนักในการที่ไทยจะได้ GSP คืนให้แก่สินค้ากุ้งได้ภายใน ก.ค. 2005 การจะหวังให้ฝ่ายคณะกรรมาธิการยุโรปเพียงฝ่ายเดียว (ทั้ง DG-Trade และ DG-Relex) เป็นผู้ผลักดันในเรื่องนี้อาจจะไม่เป็นผล น่าจะมีการเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก EU ดำเนินการด้วยอีกทางหนึ่งใน COREPER และใน Council แต่โดยที่ COREPER จะพบกันในวันที่ 21 มิ.ย. เวลาที่มีเหลืออยู่ย่อมไม่คอยท่า ฉะนั้น การ lobby ในเมืองหลวงของประเทศสมาชิก EU เพื่อให้มีการสั่งการโดยด่วนไปยังผู้แทนของตนใน COREPER จึงเป็นอีกวิถีทางหนึ่งที่พึงปฏิบัติ ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิก EU ในประเทศไทยก็น่าจะได้รับการเรียกให้เข้าพบกับนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของไทย เพื่อให้รายงานต่อเมืองหลวงของตน เพื่อดำเนินการในทางที่จะเป็นคุณต่อไทยในการประชุมของ Council ในสัปดาห์ถัดไปจากการหารือของ COREPER
- วันที่ 20 มิ.ย. 2005 ร่วมกับเอกอัครราชทูตอาเซียน เข้าพบกับนาย Herve Jounjean, Deputy Director-General, DG-Relex ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปดำเนินการผลักดันเรื่อง degraduation package เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยสึนามิอย่างเร่งด่วน โดยมอบ ASEAN Aide Memoire ในเรื่องนี้ให้ด้วย ซึ่งนาย Jounjean เข้าใจความรู้สึกของฝ่ายอาเซียนดีและรับที่จะรีบเอาเอกสารท่าทีไปดำเนินการติดต่อกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด
- วันที่ 20 มิ.ย. 2005 คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปส่งหนังสือให้เอกอัครราชทูต/ผู้แทนถาวรลักเซมเบิร์กประจำ EU ซึ่งเป็นประธาน COREPER เพื่อขอให้นำเรื่องเข้าสู่การประชุมเช้านี้ พร้อมกับส่งให้ผู้แทนอิตาลีและออสเตรียใน COREPER ด้วย
- วันที่ 21 มิ.ย. 2005 คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปประสานกับนาง Sandra Callagan เจ้าหน้าที่ DG-Trade เพื่อให้นำแนวคิดเรื่องการจัดทำ special clause สำหรับประเทศที่ประสบภัยสึนามิโดยเฉพาะแยกต่างหากเสนอต่อ Commissioner Mandelson
- วันที่ 23 มิ.ย. 2005 อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) อัครราชทูตที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปได้เข้าพบกับนาง Renate Nikolay สมาชิกใน Cabinet ของ Commissioner Peter Mandelson เพื่อติดตามความคืบหน้าของการจัดทำข้อเสนอ special clause สำหรับประเทศที่ประสบภัยสึนามิโดยเฉพาะ ซึ่งนาง Nikolay แจ้งว่าเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. Commissioner Mandelson เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ DG-Trade เพื่อระดมสมอง พร้อมกับได้สั่งการให้ดูความเป็นไปได้ทั้งหมด (look at all possibilities) ในการหา ทางออกเฉพาะ (specific solution) เพื่อช่วยเหลือกุ้งไทย
- วันที่ 23 มิ.ย. 2005 คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปส่งเอกสารท่าทีไทย (Position paper) เกี่ยวกับเรื่อง GSP ให้กับฝ่าย EU โดยเรียกร้องให้ degraduation package มีผลบังคับใช้ในกรอบเวลาใกล้เคียงกับ GSP plus (ภายใน ก.ค. 2005) พร้อมกับเสนอแนะให้ Commissioner Mandelson (โดยอาจมี Commissioner Benita Ferrero-Waldner รัฐมนตรีต่างประเทศของ EU ร่วมในวาระดังกล่าวด้วย) เป็นผู้เสนอแนะและ defend เรื่องนี้ด้วยตนเองในที่ประชุม Council วันที่ 27 มิ.ย. 2005 เพราะเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ เพื่อให้แนวคิดกับ DG-Trade ในการ do something ที่สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของไทย
- วันที่ 24 มิ.ย. 2005 หารือกับนาย Karl Friedrich Falkenberg, Director, DG-Trade เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบของ specific solution และได้รับการชี้แจงว่า คาดว่าข้อเสนอนี้จะออกมาในลักษณะ autonomous measure โดยกำหนดอัตราภาษีนำเข้ากุ้งจากไทยไว้เท่ากับอัตราภาษีภายใต้ GSP โดยไม่จำกัดประมาณนำเข้า ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ประมาณช่วงเดือน ก.ย. หรือ ต.ค. 2005 จนถึง 31 ธ.ค. 2005 หลังจากนั้นจะปรับเข้าสู่ระบบ GSP รอบใหม่ตามปกติ ในการนี้ เอกอัครราชทูตดอนฯ ได้เรียกร้องให้ฝ่าย EU เร่งการผ่านข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้กุ้งไทยได้รับประโยชน์ภายในเดือน ก.ค. 2005 ซึ่งนาย Falkenberg ตอบว่า ปกติการผ่านข้อเสนอนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 5 เดือน เพราะต้องผ่านหลายขั้นตอน แต่คณะกรรมาธิการยุโรปจะพยายามเร่งผลักดันให้ได้ผลเร็วที่สุดภายใน 2 เดือนเพราะเข้าใจถึงความเร่งด่วนของเรื่องนี้
- วันที่ 4 ก.ค. 2005 อัครราชทูต(ฝ่ายการพาณิชย์)และน.ส. ศิริพร ตันติปัญญาเทพ เลขานุการเอก คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป เข้าพบกับนาง Marie Sol Fulci นาย Vincenzo Del Monaco และนาง Avv Elvira Gaeta เจ้าหน้าที่คณะผู้แทนถาวรของอิตาลีประจำ EU เพื่อโน้มน้าวขอให้อิตาลีสนับสนุน autonomous measure ที่คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาจัดทำเพื่อช่วยเหลือกุ้งไทย ซึ่งฝ่ายอิตาลีได้ยืนยันอย่างแข็งขันว่าจะสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว โดยจะประสานไปที่เมืองหลวงของตน และแจ้งท่าทีนี้ไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีที่กรุงเทพฯ
- วันที่ 5 ก.ค. 2005 อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) อัครราชทูตที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปเข้าพบกับนาย Christophe Viprey เจ้าหน้าที่คณะผู้แทนถาวรฝรั่งเศสประจำ EU เพื่อโน้มน้าวให้ฝรั่งเศสสนับสนุน autonomous measure เพื่อช่วยกุ้งไทย และได้รับการยืนยันว่าฝรั่งเศสจะให้การสนับสนุนข้อเสนอทุกอย่างที่คณะกรรมาธิการยุโรปจะเสนอเพื่อช่วยกุ้งไทย
- วันที่ 8 ก.ค. 2005 น.ส. ศิริพร ตันติปัญญาเทพ เลขานุการเอก ประสานกับนาย Philippe Cuisson จนท. DG-Trade เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับข้อเสนอ autonomous measure เพื่อช่วยกุ้งไทย และได้รับแจ้งว่าคณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพยายามผลักดันข้อเสนอข้างต้นให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด และเป็นไปได้ที่สุด (most likely) ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 2005 โดยข้อเสนอดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ 133 ในวันที่ 15 ก.ค. 2005
- วันที่ 11 ก.ค. 2005 เอกอัครราชทูตฯ ได้รับทราบจากนาย Karl Friedrich Falkenberg, Director, DG-Trade เกี่ยวกับข้อเสนอ autonomouse measure เพื่อช่วยกุ้งไทยว่าคณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพยายามผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยขั้นตอนการผ่านข้อเสนอนี้ คือ วันที่ 15 ก.ค. 2005 จะเป็นการพิจารณาของที่ประชุม คกก. 133 จากนั้นก็จะเป็น written procedure ที่ไม่ต้องผ่านที่ประชุม Council โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 2005 ทั้งนี้ นาย Falkenberg คาดว่าประกาศฉบับนี้ไม่น่าจะตีพิมพ์ใน Official Journal ได้ทัน 1 ส.ค. แต่ก็จะให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังนับตั้งแต่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป ซึ่งเชื่อว่าเรื่องนี้แม้จะยังมิใช่ decision แต่ก็เป็น proposal ที่ขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีสมาชิก EU ประเทศใดคัดค้าน ทั้งนี้ จะสามารถยืนยันได้ชัดเจนขึ้นหลังจากที่เสร็จการประชุมคณะกรรมการ 133 ในวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. 2005
- เมื่อเวลา 17.40 น.ของวันที่ 15 ก.ค. 2005 นาย Karl Friedrich Falkenberg, Director, DG-Trade ได้แจ้งกับเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ว่าข้อเสนอ autonomous measure เพื่อช่วยกุ้งไทยได้ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการ 133 เมื่อบ่ายวันเดียวกันนี้แล้ว โดยไม่มีปัญหาแต่ประการใด ประเทศสมาชิก EU ต่างมีความเห็นสอดคล้องกับคณะกรรมาธิการยุโรปที่จะให้เรื่องนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 2005 ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป คือ ขั้นตอนการประกาศมาตรการนี้ใน Official Journal ซึ่งอาจทำไม่ได้ก่อนวันที่ 1 ส.ค. อย่างไรก็ตาม ก็จะให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. โดยสินค้ากุ้งจากไทยที่นำเข้า EU ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. วันที่ประกาศใน Official Journal สามารถจะยื่นขอคืนภาษี (reimburse) ได้ ทั้งนี้ อัตราภาษีจะเป็นอัตราเดียวกับอัตราภาษี GSP ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2006
คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป
15 ก.ค. 2005 |