ปัจจุบัน IKEA ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ภายในบ้านที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือผู้ที่กำลังสร้างครอบครัวใหม่ เนื่องจาก IKEA เน้นการผลิตสินค้ารูปแบบสวยงาม เหมาะกับการใช้สอย แต่ราคาไม่แพง โดยสินค้าถอดประกอบในบรรจุภัณฑ์ที่แบนราบ ซึ่งผู้ซื้อต้องนำไปประกอบเองช่วยให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างสะดวกและช่วยลดต้นทุนการขนส่ง (เนื่องจากลักษณะหีบห่อที่แบนราบช่วยลดพื้นที่ ทำให้บรรจุสินค้าในพาหนะที่ใช้ขนส่งได้มากขึ้นในแต่ละเที่ยว) เป็นลักษณะเด่นของ IKEA
อย่างไรก็ตาม IKEA มิได้ผลิตสินค้าเองทั้งหมด แต่สั่งซื้อจาก Suppliers ในหลายประเทศ
รวมทั้งไทย ซึ่งล่าสุดผู้ส่งออกไทยกำลังมีความกังวลกับมาตรฐาน หรือข้อบังคับในการประกอบธุรกิจ
ของ IKEA ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องแรงงาน สิ่งแวดล้อม และสารตกค้าง ซึ่งหาก Suppliers ไม่ปฏิบัติตาม
ก็จะทำธุรกิจกับ IKEA ไม่ได้ นอกจากนั้น IKEA ก็จะส่งตัวแทนไปสำรวจสถานประกอบการที่เป็น Supply Chain เป็นระยะๆ โดยบางครั้งไม่แจ้งล่วงหน้าซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการของไทยซึ่งเป็น Supplier ของ IKEA
มาตรฐานและข้อบังคับของ IKEA สรุปได้ ดังนี้
1. สินค้าและวัตถุดิบ
IKEA เน้นการรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับต่ำ และการผลิตสินค้า จากวัสดุที่มีคุณภาพ ที่ถูก
ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อม มีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้ ซึ่งรวมไปถึงความพยายามที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ และการส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยการ IKEA เน้นการใช้วัตถุดิบในการผลิตที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือสามารถสร้างขึ้นทดแทนใหม่ได้ เช่น ไม้ ฝ้าย โลหะ พลาสติก แก้ว และหวาย
2. ผู้ป้อนสินค้าและวัตถุดิบ (Suppliers)
IKEA ให้ความสำคัญต่อการทำธุรกิจกับ Suppliers ที่มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
ถูกสุขลักษณะ ไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อม ซึ่งในเรื่องนี้ IKEA เน้นการปฏิบัติตามกฎหมาย หลักการ หรือแถลงการณ์ขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น UN, International Labour Organization ด้วย
ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ IKEA ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยได้ออก Code of Conducts ที่แถลงชัดเจนว่าบริษัทคาดหวังอะไรจาก Suppliers พร้อมกับแจ้งถึงสิ่งที่ Suppliers สามารถคาดหวังได้จาก
IKEA ในเรื่องของระเบียบปฏิบัติตามกฎหมาย สภาพการทำงานของพนักงาน การป้องกันการใช้แรงงานเด็ก และการรักษาสิ่งแวดล้อม ได้แก่ IWAY Standard ซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องแรงงานเด็ก คือ The IKEA Way on Preventing Child Labor รวมอยู่ด้วย และ IKEA ก็ระบุว่า พร้อมที่จะช่วยเหลือ Suppliers ของตนให้สามารถดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวของบริษัท
สาระสำคัญของ Code of Conducts ดังกล่าว มีดังต่อไปนี้
(1) IWAY Standard
Code of Conducts ฉบับนี้ อ้างอิงมาจาก Convention ของ 8 ฉบับ ตาม ILO Declaration (1998) และ Rio Declaration on Sustainable Development (1992) โดยครอบคลุม 3 เรื่อง คือ สิ่งแวดล้อม สังคมและสภาพการทำงาน (รวมเรื่องการใช้แรงงานเด็ก) และ สินค้าที่ทำจากไม้ และใช้เป็นข้อบังคับที่ Suppliers และ Trading Organization ของบริษัทต้องปฏิบัติตาม
- สิ่งแวดล้อม ครอบคลุมเรื่องมลภาวะทางอากาศ เสียง และน้ำ โดยกำหนดให้
Suppliers ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องรับการตรวจสอบจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมด้วย
- การปนเปื้อนในพื้นดิน (Ground Contamination) กำหนดให้ Suppliers ปฏิบัติตาม
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประเมินความเสี่ยงของการปนเปื้อน และหากมรการปนเปื้อนเกิดขึ้นจะต้องหยุดการประกอบการ และต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขการปนเปื้อนดังกล่าวด้วย
- สารเคมี กำหนดให้ Suppliers ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
รวมทั้งเรื่องการฝึกหัดพนักงาน การจัดทำขั้นตอนปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร การติดฉลาก การเก็บรักษาและขนส่งด้วย
- ขยะ (ทั้งขยะทั่วไป และขยะมีพิษ) IKEA จะติดตามผลของปริมาณ หรือชนิดของ
ขยะที่เกิดขึ้นจากการประกอบการของ Suppliers และหากเกิดขยะมีพิษขึ้น Suppliers จะต้องปฏิบัติ
ตามข้อกำหนดตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดของบริษัทที่เข้มงวดที่สุด
- การป้องกันอัคคีภัย Suppliers ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับตามกฎหมาย มีการฝึก
เตรียมการป้องกันอัคคีภัยให้พนักงาน มีทางหนีภัย และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสมและปลอดภัย รวมทั้งต้องรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- สุขอนามัยของพนักงานและความปลอดภัย Suppliers ต้องปฏิบัติตามระเบียบ
ข้อบังคับตามกฎหมาย มีการเก็บสถิติการเกิดอุบัติเหตุและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องของบริษัท ซึ่งอาจรวมถึงการรายงานผลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย แล้วแต่กรณี มีการส่งเสริมความรู้เรื่องความเสี่ยงในสถานที่ประกอบการให้แก่พนักงาน รวมถึงการฝึกหัดและเก็บบันทึกฝึกหัดการปฏิบัติงานกับเครื่องมือ
ต่างๆ การหลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่อาจเป็นภัยต่อพนักงาน (สายไฟ บันได หลุม บ่อ ท่อแก๊ส ภาชนะบรรจุสารเคมี สารเคมีที่ติดไฟได้) การมีอุปกรณ์ป้องกันภัยให้พนักงานใช้ในขณะปฏิบัติงาน (เช่น หมวก ถุงมือ หน้ากาก) การจัดทำ safety instruction ต่างๆให้พนักงานปฏิบัติตาม เป็นต้น
- บ้านพักคนงาน/พนักงาน หาก Suppliers จำเป็นต้องจัดที่พักให้แก่พนักงานหรือ
คนงานของตน Suppliers ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ในเรื่องพื้นที่อาศัย การจัดห้องสุขา เป็นต้น
- ค่าจ้างงาน Suppliers ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระบียบข้อบังคับ โดยต้องมีการทำ
สัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย นอกจากนี้ IKEA ยังมีข้อกำหนดปลีกย่อย เช่น การจำกัดชัวโมงทำงาน การทำงานล่วงเวลา ค่าแรงขั้นต่ำ วันหยุด การลาป่วย วันลาพักผ่อน และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆที่ Suppliers ให้กับพนักงานด้วย
- การใช้แรงงาน IKEA ไม่ยอมรับการใช้แรงงานเด้ก แรงงานที่ถูกบังคับหรือทำ
ทารุณกรรมในการประกอบการของ Suppliers ของบริษัท
- สวัสดิภาพพนักงานอื่นๆ IKEA มีข้อกำหนดเรื่องเสรีภาพของพนักงาน/ลูกจ้าง
รวมทั้งไม่ยอมรับการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้าย ข่มขู่ หรือการใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ
- อื่นๆ IKEA ให้ความสำคัญต่อการใช้ การจัดหา และการบำรุงรักษาป่า และแหล่ง
ผลิตไม้ หวาย ไผ่ ซึ่ง IKEA จะขอส่งผู้ตรวจสอบมาตรวจสอบ ณ สถานที่ผลิตสินค้าโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าด้วย
(2) The IKEA Way on Preventing Child Labor
หลักการของเอกสารนี้ อ้างอิงตามหลักการขององค์กรระหว่างประเทศที่มีอยุ่แล้วในปัจจุบัน คือ UN Convention on the Rights of the Child (1989), International Labour Organization (ILO) Minimum Age Convention no. 138 (1973), ILO Convention on the Worst Forms of Child Labour no. 182 (1999)
IKEA เน้นย้ำชัดเจนว่า บริษัทไม่ยอมรับการใช้แรงงานเด็ก และกำหนดให้ Suppliers
ของตนยอมรับหลักเกณฑ์ตาม UN Convention on the Right of the Child รวมทั้งกฎหมายระหว่าง
ประเทศและกฎหมายภายในประเทศที่ Suppliers ประกอบกิจการอยู่ และกำหนดให้ Suppliers ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้มีการใช้แรงงานเด็กที่สถานประกอบการของ Suppliers
และผู้รับช่วงการผลิต (Sub-contractors) ของ Suppliers นั้นๆ หากมีการตรวจพบการใช้แรงงานเด็ก IKEA จะขอให้ Suppliers ดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งหาก Suppliers ไม่ปฏิบัติตามในกรอบเวลาที่ตกลงไว้
หรือเกิดการฝ่าฝืนข้อบังคับขึ้นอีก IKEA จะยุติการดำเนินธุรกิจกับ Suppliers ดังกล่าว นอกจากนี้ IKEA
ยังเรียกร้องให้ Suppliers ให้การปฏิบัติที่เหมาะสมกับแรงงานเยาวชนด้วย เช่น ไม่ให้ทำงาน
ที่อาจเกิดอันตราย หรือไม่ให้ทำงานรอบดึก เป็นต้น
ทั้งนี้ Suppliers ต้องมีหน้าที่ที่ต้องรายงานให้ IKEA ทราบถึงประเด็นเรื่องการใช้
แรงงานเด็กทั้งในสถานประกอบการของ Suppliers และ Sub-contractors ด้วย โดย IKEA ขอสงวนสิทธิ์ในการเดินทางมาตรวจสอบ หรือมอบหมายให้บุคคลที่สามมาตรวจสอบสถานที่ผลิตสินค้าได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
3. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
IKEA เน้นการประหยัดพลังงาน เช่น การใช้หลอดประหยัดพลังงานในโกดังเก็บสินค้า และพยายามใช้แหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นต้น
4. การมีส่วนร่วมกับชุมชน
IKEA มีโครงการต่างเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคม ทั้งในพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เช่น UNICEF, Save the Children และ World Wildlife Fund (WWF) เป็นต้น
นโยบายดังกล่าวของ IKEA เป็นตัวอย่างหนึ่งของ Corporate Social Responsibility (CSR)
ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นสิ่งที่นำมาปฏิบัติอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นในสหภาพยุโรป และ EU Commission ก็พยายามส่งเสริมและรณรงค์ให้ธุรกิจทั้งบริษัทขนาดใหญ่และ SMEs มีส่วนร่วมในเรื่อง CSR ด้วย แม้ว่าขณะนี้ CSR ยังเป็นเรื่องของการปฏิบัติตามความสมัครใจของแต่ละองค์กรหรือบริษัทเอง โดยยังไม่มีการออกเป็นกฎระเบียบข้อบังคับในระดับประเทศหรือภูมิภาค
--------------------------------
Related Items:
- การดำเนินการของภาคธุรกิจสวีเดนต่อการวิจารณ์มาตรฐานทางจริยธรรมบริษัทผู้ผลิตปลาทูน่ากระป๋องของไทย
- เคล็ดนวัตกรรมสร้างสินค้าดี...ราคาถูกแบบ IKEA (ตอนจบ)
- งานสัมมนา 'การค้าจะไปโลด หากท่านมีความรับผิดชอบต่อสังคม'
|