|
EU เป็นองค์กรที่มีงบประมาณสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาและการดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศที่สามมากที่สุดในโลกองค์กรหนึ่ง สำหรับงบประมาณกรอบปัจจุบันของ EU (ปี 2007-2013) ประมาณ 12,000 ล้านยูโร หรือ 600,000 ล้านบาท ประเทศไทยทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชนมีโอกาสร่วมสมัครขอรับงบประมาณดังกล่าวที่เรียกว่า Development Cooperation Instruments DCI ใน 3 กรอบ 1) Thailand-EC Cooperation Facility ระดับทวิภาคี 2) Regional Programme ระดับภูมิภาค และ 3) Thematic Programme แบ่งตามรายสาขา
Development Cooperation Instruments (DCI)
Development Cooperation Instruments (DCI) เป็นเครื่องมือทางการเงินของ EU เพื่อสนับสนุนโครงการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาแบบยั่งยืนและการลดความยากจนแก่ภูมิภาคเอเชีย (รวมทั้งเอเชียกลาง) อเมริกาใต้และลาตินอเมริกา และอาฟริการใต้ สำหรับปี 2007-2013 มีงบประมาณ 12,000 ล้านยูโร หรือ 600,000 ล้านบาท (DCI เปลี่ยนจากชื่องบประมาณเดิมที่เรียกว่า ALA สำหรับเอเชียและลาตินอเมริกา TACIS สำหรับเอเชียกลาง และ EPRD สำหรับอาฟริกาใต้ นำทุกงบมารวมกันเรียกว่า DCI สำหรับประเทศที่สามทั่วโลก) งบประมาณ DCI บริหารจัดการผ่าน DG EUROPEAid (AidCo)
ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหภาพยุโรปได้เปลี่ยนจากผู้ให้และผู้รับ เป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนา สหภาพยุโรปจึงจะมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกในการเผยแพร่ความรู้และเป็นหุ้นส่วนในการหารือด้านนโยบายในประเด็นต่างๆที่สำคัญ นอกจากนี้ พร้อมร่วมมือกับไทยในลักษณะไตรภาคีในการถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ด้านการพัฒนาของไทยแก่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา ลาว และพม่า โดยมี Thailand-EC Cooperation Facility เป็นกลไกในการความร่วมมือนี้ และกำหนดวงเงินงบประมาณ 17 ล้านยูโรสำหรับปี ค.ศ. 2007 2013
โอกาสสมัครของบประมาณ EU
โอกาสการของบประมาณ EU เพื่อสร้างความร่วมมือในโครงการต่างๆ ระหว่างไทย-EU สามารถดำเนินการผ่าน 3 กรอบหลัก ได้แก่ 1) Thailand-EC Cooperation Facility ระดับทวิภาคี 2) Regional Programme ระดับภูมิภาค และ 3) Thematic Programme แบ่งตามรายสาขา
1) ระดับทวิภาคี - 17 ล้าน
ภาครัฐและเอกชนไทยสามารถสมัครขอรับงบประมาณผ่านกรอบ Thailand EC Cooperation Facility ในระดับทวิภาคี มีงบประมาณ 17 ล้านยูโร สำหรับ 2007-2013 โดยมีขอบข่าย ดังนี้
- ครอบคลุมทุกสาขาที่ระบุในความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือระหว่างไทยกับประชาคมยุโรป (Framework Agreement on Comprehensive Partnership and Cooperation - PCA) โดยจะให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อ
1) สนับสนุนการปฏิรูปเศรษฐกิจและการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยจะเน้นให้ความช่วยเหลือทางวิชาการที่เกี่ยวกับการค้าและการลงทุนและการพัฒนาขีดความสามารถในด้านต่างๆ และ
2) สนับสนุนภาครัฐและเอกชนไทยในการปรับตัวรับกับการพัฒนาและออกกฎระเบียบด้านเศรษฐกิจการค้าของสหภาพยุโรป
- อำนวยความสะดวกการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และการวิจัย ซึ่งจะเน้นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ของสองฝ่าย (อาทิ โครงการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักวิทยาศาสตร์) และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และขีดความสามารถในการพัฒนานวัตกรรม
- ส่งเสริมการหารือในด้านธรรมภิบาล สิทธิมนุษยชน การกำจัดทุ่นระเบิด การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานอาชญกรรมข้ามชาติ
- ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมจะเน้นในด้านที่เกี่ยวโยงกับการค้า เช่น การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่บริษัทไทยเกี่ยวกับกฏระเบียบของสหภาพยุโรป เช่น WEEE, ROHS, REACH และการสนับสนุนการดำเนินการตามความตกลงระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการการใช้สารเคมี
- ภายใต้กรอบ SP ได้มีการกำหนด Multi-annual indicative Programme (MIP) 2007 - 2010 ซึ่งมีงบประมาณดำเนินการ 8 ล้านยูโร โดยคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปฯ จะเป็นผู้บริหารจัดการ Thailand-EC Cooperation Facility รวมทั้งเป็นผู้คัดเลือกโครงการ โดยวิธีการเปิดรับสมัครโครงการ (Call for Proposal)
Call for Proposal สำหรับ Thailand EC Cooperation Facility
ผ่านคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย
คณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทยได้เปิดตัวโครงการ Thailand-EC Cooperation Facility ไปเมื่อ 11 ก.ค. 2550 และได้เปิด Call for Proposal ครั้งแรกในปี 2551 มีงบประมาณ 2.6 ล้านยูโร โดยจัดสรรให้กิจกรรมประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ 1) การค้าและการลงทุน เช่น เรื่องกฎระเบียบสหภาพยุโรป เรื่อง ASEAN-EU FTA และการพัฒนาตลาด 1.2 ล้านยูโร 2) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การวิจัย และการศึกษาขั้นอุดมศึกษา 700,000 ยูโรและ 3) ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพ (capacity-building) 700,000 ยูโร
ผู้ที่สามารถสมัครขอรับงบประมาณสนับสนุนคือ องค์กรที่ไม่ใช่องค์กรเพื่อแสวงหาผลกำไร องค์กรท้องถิ่น สมาคมธุรกิจการค้า มหาวิทยาลัย และสถาบันอื่นๆ เช่น องค์กร think-tanks ที่มีฐานที่ตั้งในประเทศไทย โดยจะได้รับงบประมาณสนับสนุนในแต่ละกิจกรรมสูงสุดไม่เกิน 75 % ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือไม่เกิน 200,000 ยูโร (แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูโร) และมีระยะเวลาดำเนินโครงการได้สูงสุด 18 เดือน
ผู้สนใจสมัครของรับงบประมาณ EU กรุณาติดตามการเปิด Call for Proposal ต่อไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Delegation of the Commission to Thailand ที่ www.deltha.ec.europa.eu หรือติดต่อสอบถามได้ที่ โทร 02-305-2600 |
2) ระดับภูมิภาค - 775 ล้าน
นอกจากกรอบงบประมาณระดับทวิภาคีแล้ว ภาครัฐและเอกชนไทยยังสามารถสมัครขอรับงบประมาณของสหภาพยุโรป ผ่านกรอบ Regional Programme ระดับภูมิภาค ซึ่งมีงบประมาณอีกป็นจำนวนมากได้ด้วย สำหรับปี 2007-2013 สหภาพยุโรปมีงบประมาณสำหรับภูมิภาคเอเชียถึง 775 ล้านยูโร แบ่งกรอบระยะเวลาการใช้งบประมาณ เป็น 2 ช่วงได้แก่
- Multi-Annual Indicative Programme I (2007-2010) 400 ล้านยูโร
- Multi-Annual Indicative Programme II (2010-2013) 375 ล้านยูโร
ตาม Regional Programme for Asia Strategy Document 2007-2013 คณะกรรมาธิการยุโรปเน้นว่าความร่วมมือกับเอเชียจะเน้นส่งเสริมความร่วมมือในด้าน ดังนี้
- ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนบูรณาการในระดับภูมิภาค 78 ล้านยูโร
- ความร่วมมือด้านนโยบายและการสร้าง know-how 210 ล้านยูโร ในด้าน
- สิ่งแวดล้อม พลังงานและสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง
- การศึกษาระดับสูงและการสนับสนุนการวิจัย
- ความร่วมมือแบบ cross-border ในเรื่องสุขภาพคนและสัตว์
- ความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือคนพลัดถิ่น Uprooted People 112 ล้านยูโร
นอกจากนั้น ยังสนับสนุนโครงการความร่วมมือแบบ Cross-Cutting Issues อาทิ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย
ธรรมาภิบาล สิทธิเด็กและชนพื้นเมืองดั้งเดิม (child and indigeneous peopless rights) สิ่งแวดล้อม และการต่อสู่กับโรคเอดส์
แผนการใช้งบประมาณ Multi-Annual Indicative Programme I (2007-2010)
|
ล้านยูโร |
2007 |
2008 |
2009 |
2010 |
2007-2010 |
% |
|
1. ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนบูรณาการในระดับภูมิภาค |
32 |
31 |
6 |
9 |
78 |
20 |
|
2. ความร่วมมือด้านนโยบายและการสร้าง know-how |
51 |
71 |
45 |
40 |
210 |
52 |
|
3. ความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือคนพลัดถิ่น |
28 |
28 |
28 |
28 |
112 |
28 |
|
|
111 |
134 |
79 |
77 |
400 |
100 |
ที่มา Mul-Annual Indicative Programme for Asia 2007-2010 คณะกรรมาธิการยุโรป
ภายใต้กรอบงบประมาณของสหภาพยุโรปสำหรับภูมิภาคเอเชีย ส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย และภาครัฐและเอกชนไทยสามารถมีส่วนร่วมของบประมาณสนับสนุนจากสหภาพยุโรปในการดำเนินโครงการความร่วมมือต่างๆ อาทิ
2.1 ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนบูรณาการในระดับภูมิภาค 78 ล้านยูโร
2.1.1 กรอบ EU-ASEAN Co-operation 40 ล้านยูโร เน้นกิจกรรม ดังนี้
- Capacity Building ในระดับภูมิภาค และความร่วมมือ/หารือแบบ region-to- region
- Capacity Building ในด้านสถิติ
- การบริหารด้าน Immigration and Border
2.1.2 กรอบ ASEM (ยังไม่กำหนดงบประมาณ) ได้แก่
- ASEM Dialogue Facility เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเงิน นโยบายการจ้างงานและสังคม สิ่งแวดล้อม และความแตกต่างด้านวัฒนธรรม
- Asia-Europe Foundation (ASEF) เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มประชาสังคมระหว่างเอเชียกับยุโรป
- Trans-Eurasia Information Network III เพื่อการสร้างเครือข่ายระหว่างภูมิภาคและภายในภูมิภาคระหว่างนักวิจัยเอเชีย-ยุโรป
2.2 ความร่วมมือด้านนโยบายและการสร้าง know-how 210 ล้านยูโร
2.2.1 ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานและสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง แบ่งเป็น 2 โครงการหลัก ดังนี้
A) Sustainable Consumption and Projection Programme (SCP) ในโครงการ Switch Asia 90 ล้านยูโรสำหรับปี 2007-2013 ซึ่งสำหรับปี 2008 มีงบประมาณ 25 ล้านยูโร
- เน้นการมีส่วนร่วมของ SMEs และการมีบทบาทในด้านการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการสร้างงานในระดับท้องถิ่น การรักษาสภาวะอากาศและมลพิษทางน้ำ และส่งเสริม SMEs ให้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน (operation) ไปสู่แบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้
- ดำเนินในลักษณะที่เป็นความร่วมมือไทย-EC (EC-Thailand Partnership projects)
- เน้นการดำเนินงานที่ส่งผลในวงกว้างและเผยแพร่แนวคิดและประสบการณ์ให้กว้างขวางมากเท่าที่จะเป็นไปได้
B) Forest Law Enforcement, Governance and Trade Initiative (FLEGT) เป็นความร่วมมือเพื่อป้องกันการตัดไม้เถื่อน
2.2.2 ด้านการศึกษาระดับสูงและการสนับสนุนการวิจัย อาทิ โครงการ Erasmus Mundus External Cooperation Window 20 ล้านยูโร ซึ่งเน้นการสร้างความร่วมมือในสาขาการศึกษาระดับสูงระหว่าง EU และประเทศที่สาม รวมทั้งไทย ผ่านการให้ทุนสำหรับการแลกเปลี่ยนนักเรียนและนักวิจัยสำหรับการศึกษาต่อ การสอน การฝึกอบรม และการทำวิจัย มาแทนโครงการ Asia Link และเริ่มดำเนินการในปี 2007
2.2.3 ความร่วมมือแบบ cross-border ในเรื่องสุขภาพคนและสัตว์ อาทิ ความร่วมมือเพื่อป้องกันไข้หวัดนก
2.3 ความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือคนพลัดถิ่น Uprooted People 112 ล้านยูโร
งบประมาณในกรอบนี้สหภาพยุโรปจะเน้นการเข้ามีส่วนร่วมเพื่อช่วยเหลือคนพลัดถิ่นจากวิกฤติต่างๆ อาทิ อาฟกานิสถาน พม่า
อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า กรอบงบประมาณสำหรับภูมิภาคเอเชียปี 2007-2013 นี้แตกต่างไปจากกรอบงบประมาณสำหรับภูมิภาคเอเชียเดิม (ปี 2000-2006) โดยมีหลายโครงการที่ได้รับการปรับเปลี่ยน ตัดงบประมาณ และยกเลิกไป ดังนี้
- งบประมาณภายใต้โครงการ Asia Link ถูกตัดและปรับเปลี่ยนไปอยู่ภายใต้โครงการ Erasmus Mundus ที่เป็นโครงการด้านการศึกษาเช่นเดียวกัน
- งบประมาณภายใต้โครงการ Asia Invest, Asia IT&C และ Asia URBS ถูกยกเลิกไป
- งบประมาณภายใต้โครงการ Asia Pro-Eco ดำเนินการในกรอบใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น Switch Asia
งบประมาณของสหภาพยุโรปในกรอบอื่นๆ
นอกจากงบประมาณของสหภาพยุโรปในกรอบ DTI ที่กล่าวไปข้างต้น สหภาพยุโรปยังมีงบประมาณในกรอบอื่นๆ ที่ภาครัฐและเอกชนไทยสามารถมีส่วนร่วมได้ อาทิ
FP7 หรือ กรอบแผนงานเพื่อการวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ฉบับที่ 7 (Seventh Framework Programme for Research and Technological Development) 50,521 ล้านยูโร
- FP7 เป็นแผนงานของคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้าน R&D ระหว่าง EU กับประเทศที่สามเป็นเวลา 7 ปี ระหว่างปี 2007-2013 และถือเป็นเครื่องมือหลักในการสนับสนุนการพัฒนา R&D เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขันของสหภาพยุโรป
- FP7 มีงบประมาณ 50,521 ล้านยูโร (ประมาณ 2,424,000 ล้านบาท) สำหรับช่วง 7 ปีดังกล่าวโดยแบ่งออกเป็น 4 กรอบกิจกรรมใหญ่ คือ (1) Cooperation (2) Ideas (3) People และ (4) Capacities และสำหรับการวิจัยร่วมที่ไม่ใช่ด้านนิวเคลียร์ผ่านโครงการ Joint Research Centre (JRC) นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรงบประมาณพิเศษสำหรับการวิจัยด้านนิวเคลียร์ผ่านโครงการ Euratom อีก 2,751 ล้านยูโร สำหรับปี 2007-2011
- FP7 เปิดให้หน่วยงาน/สถาบันในสหภาพยุโรปเสนอโครงการเพื่อของบประมาณมาดำเนินการทำการวิจัย โดยเปิดโอกาสให้สามารถร่วมมือกับกับประเทศที่สาม รวมทั้งไทย เพื่อร่วมโครงการของฝ่ายสหภาพยุโรปได้ด้วย ดังนั้น องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยที่สนใจจะร่วมมือด้านการค้นคว้าและพัฒนากับฝ่ายสหภาพยุโรป จึงควรทำความรู้จักกับ FP7 ซึ่งอาจเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสามารถหาเงินทุนสนับสนุนการวิจัยและความร่วมมือด้านการค้นคว้าและพัฒนากับฝ่ายยุโรปต่อไป
อ่านข้อมูล FP7 (ภาษาไทย) ได้ที่ www.thaieurope.net
อ่านข้อมูล FP7 ของสหภาพยุโรป ได้ที่ http://cordis.europa.eu/fp7 |