ธุรกิจยุโรปมุ่ง Greening the Economy Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 26 February 2008
งาน European Business Summit 2008 ระหว่างวันที่ 21-22 ก.พ. 2551 ณ กรุงบรัสเซลส์ เป็นการพบปะระหว่างนักธุรกิจชั้นนำของยุโรปและผู้นำระดับสูงและผู้ดำเนินนโยบาย EU ในปีนี้เน้นความสำคัญของประเด็นสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อสู่กับสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของยุโรป นับได้ว่าปัจจุบันประเด็นสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นคู่ปรับกับการดำเนินธุรกิจดั่งเช่นในอดีตอีกต่อไป แต่กลับเป็นประเด็นที่ธุรกิจยุโรปตื่นตัวส่งเสริมและผลักดันภายใต้แนวทางของการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน

 

ทีมงานไทยยุโรป.เน็ต ได้มีโอกาสไปร่วมงาน European Business Summit 2008 และสรุปแนวโน้มนโยบายสิ่งแวดล้อมของ EU ที่อาจส่งผลกระทบต่อไทย ไว้ดังนี้

- นาย Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ผู้นำยุโรปที่รู้กันดีในหมู่นักธุรกิจยุโรปว่ามีท่าที 'Business-Friendly' แสดงวิสัยทัศน์ว่าปัจจุบันกระแสสิ่งแวดล้อมกับการดำเนินธุรกิจนั้นก้าวไปพร้อมกันและส่งเสริมกัน โดยความท้าทายของ EU ในปัจจุบันคือทำอย่างไรให้ยุโรปเข้าสู่ Low Carbon Economy ได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสการแข่งขันในโลกาภิวัตน์

ล่าสุด เมื่อ 23 ม.ค. 2008 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออก "Climate action and renewable energy package" ซึ่งเป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับมาตรการเพื่อต่อสู้ Climate Changes และส่งเสริมการใช้ Renewable Energy ให้บรรลุ EU เป้าหมายในปี 2020 ซึ่งในเอกสารดังกล่าว EU ได้ให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยมลพิษ (emission) (ให้น้อยลงกว่าปี 1990) คิดเป็นร้อยละ 20 ภายในปี 2020 และหากประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ยอมให้คำมั่นภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศฉบับใหม่ (แทน Kyoto Protocol) EU ก็พร้อมจะลดมลพิษลงให้ได้ร้อยละ 30 นอกจากนั้น EU ตั้งเป้าหมายว่าจะพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปี 2020 อีกด้วย

นอกจากนั้น นาย Barroso เน้นโอกาสและบทบาทของยุโรปในการเป็นผู้นำด้าน Eco-Innovation และเทคโนโลยีเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม (Green Technology) เพื่อส่งออกไปขายในประเทศอื่นๆ ในโลก และแจ้งว่า Emission Trading Schemes (ETS) เป็นเครื่องมือสำคัญของ EU ในการส่งเสริมประเด็นสิ่งแวดล้อมในเวทีโลก โดย EU หวังจะผลักดันระบบ ETS ในเวทีระหว่างประเทศให้เกิดเป็นความตกลงระหว่างประเทศด้วย

ที่สำคัญ นาย Barroso เน้นบทบาทของ EU ในฐานะ ‘Standard Setter’ หรือผู้กำหนดมาตรฐานในด้านสิ่งแวดล้อมของโลก โดยเน้นว่า EU เป็นองค์กรที่มีความโปร่งใสในเรื่องกฎระเบียบและมาตรฐาน และต้องการมีบทบาทนำในกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม Climate Change และพลังงาน ในโลก

- กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม นาย Stavros Dimas เน้นความสำคัญของประเด็นสิ่งแวดล้อมว่ามีความสำคัญสูงมากสำหรับ EU ในปี 2008 และเป็นที่สนใจของผู้บริโภคยุโรปมากขึ้นด้วย ซึ่งหมายความว่าภาคธุรกิจก็แข่งขันกันมากขึ้นเพื่อแสดงบทบาทของตนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นาย Dimas เน้นความสำคัญของการพัฒนาการผลิตแบบยั่งยืน ‘longer lasting product development’ และเน้นบทบาท EU ในการเป็นผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สะอาดและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น EU กำลังพยายามกำหนดมาตรฐานสำหรับการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการปล่อยก๊าซ Co2

- กรรมาธิการยุโรปด้าน Tax และ Customs Union นาย Laszlo Kovacs เน้นการส่งเสริมการใช้เครื่องมือที่เป็นกลไกด้านตลาด (market-based instruments) รวมทั้งมาตรการด้านภาษีเพื่อส่งเสริมเป้าหมายของ EU ด้านสิ่งแวดล้อมและ Climate Change ที่เรียกว่า ‘Green Taxation’ (ETS ก็เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ Green Taxation) โดยเน้นหลักการสำคัญที่ว่า ‘Polluters Pay’

ภายใต้ EU Energy Taxation Directive EU ยังส่งเสริมประเทศสมาชิกใช้มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาทิ การลดภาษีและอากรสำหรับสินค้าที่รักษ์สิ่งแวดล้อม (ในบางประเทศอาทิ สหราชอาณาจักรมีการกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT สำหรับสินค้าที่รักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย) เช่น รถยนต์ที่รักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปเชื่อว่าจะเป็นการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจยุโรปได้ดีด้วย นอกจากนั้น คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังเสนอให้มีการคิดคำนวนภาษีสำหรับสินค้าที่ใช้พลังงานบนพื้นฐานของการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกด้วย อย่างไรก็ดี ภาคธุรกิจยุโรปยังแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบการใช้มาตรการด้านภาษีดังกล่าวว่าจะเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อนและสร้างภาระต่อภาคธุรกิจอย่างไม่จำเป็น

นอกจากผู้นำระดับสูง EU ยังมีผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมยุโรป หลายท่านแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของ EU ที่น่าสนใจไว้ดังนี้

- ประเด็นสิ่งแวดล้อมในระบบ Supply Chain: Director General ของ World Wildlife Funds (WWF) นาย James Leape เห็นว่า เพื่อบรรลุเป้าหมายเรื่องสิ่งแวดล้อม ในเวทีโลกแบบ supply chain EU ควรเน้นบทบาทของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน อาทิ การผลิตเครื่องใช้ไฟ้ฟ้าที่มีระบบ Standby Power ทีจะช่วยประหยัดพลังงาน ดังนั้น จึงควรมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตและผู้นำเข้ามากขึ้น โดยให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้ามีความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในทั้งสายการผลิต

- บทบาทของผู้ค้าปลีก (Retailers): เนื่องจากผู้บริโภคยุโรปหันมาสนใจประเด็นการรักษ์สิ่งแวดล้อมในการซื้อหาสินค้ามากขึ้น ผู้ค้าปลีกจึงต้องตอบสนองความต้องการดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ค้าปลีกเริ่มสนใจเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้น หากบริษัทใดสามารถผลิตสินค้าที่รักษ์สิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐาน EU ก็ถือเป็นมูลค่าเพิ่มของสินค้าจากบริษัทนั้นๆ ในการส่งออกมายังยุโรป

- Carbon Footprint มาแรง: President Microsoft International เน้นกระแสของการวัด Carbon Footprint ในภาคธุรกิจกำลังมาแรง ในขณะเดียวกัน ในส่วนของคณะกรรมาธิการยุโรป คาดว่า ก.ค. 2008 นี้ จะมีการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมเรื่อง Eco-Label ให้ครอบคลุมเรื่อง Carbon Footprint เข้าไปด้วย

- Green Investment Incentive: เพื่อให้ยุโรปก้าวเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม EU เน้นการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อส่งเสริมการลงทุนในสาขาดังกล่าว โดยมีเงินสนับสนุนและให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนยุโรป ในส่วนของภาคเอกชน Chairman ของธนาคาร Fortis เน้นบทบาทสนับสนุนของธนาคารในการลงทุนเรื่องพลังงานทดแทนและการพัฒนาแบบยั่งยืน Vice President ของ European Investment Bank ในฐานะธนาคารกลางของภาครัฐยุโรป ก็เน้นการให้สิทธิพิเศษแก่ภาคธุรกิจยุโรปที่สนใจลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเทคโนโลยี renewable energy ไม่ว่าจะเป็น พลังงานแสงอาทิตย์ bio-fuel การกำจัดขยะ ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่าธนาคารภาครัฐและเอกชนยุโรปมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจยุโรปทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ในด้านการเงินเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
 
- พลังงาน: ในยุคของวิกฤตพลังงานและน้ำมันราคาแพง การมีแหล่งพลังงานที่เพียงพอสำหรับยุโรปเป็นความห่วงกังวลหลักของธุรกิจยุโรป เพราะเทคโนโลยี renewable ใหม่ก็ยังไม่น่าจะสามารถพัฒนาได้ทันตอบสนองกับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้นได้ ภาคธุรกิจยุโรปจึงมีท่าทีผลักดันให้คณะกรรมาธิการยุโรปส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซีย และประเทศเอเชียกลางและแอฟริกา เนื่องจากเป็นแหล่งก๊าซและน้ำมันของยุโรป ปัจจุบันมีการต่อท่อส่งก๊าซสู่ยุโรปจากภูมิภาคดังกล่าวหลายสาย อาทิ ท่อของบริษัท Nabbuco Gas Pipeline ผ่านตุรกีเข้าสู่ออสเตรีย มีความก้าวหน้ามากที่สุด น่าจะเริ่มสร้างระหว่งปี 2010-2014 และเริ่มใช้ได้ในปี 2013 ท้ายที่สุด ภาคธุรกิจยุโรปเน้นความต้องการของยุโรปในการมีพลังงานที่สะดวก ไม่แพง และเพียงพอ clean, cheap and enough energy เป็นเป้าหมายสำคัญ

ผลกระทบต่อไทย
ไทยในฐานะประเทศที่เป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งมาขายในยุโรปและทั่วโลก อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนของ EU โดย EU มีแนวโน้มออกกฎระเบียบและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับการผลิตและการออกแบบที่รักษ์สิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อาทิ สำหรับสินค้าที่ใช้พลังงาน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ ดังนั้น การทบทวนกฎระเบียบ EU เรื่องสิ่งแวดล้อมหลายตัว อาทิ Eco-Designs WEEE และ RoHs เป็นประเด็นที่น่าจับตา

การสัมมนาเรื่องสิ่งแวดล้อม 29 พ.ค. 2008 ที่กรุงเทพฯ

เพื่อตอบรับกระแสสิ่งแวดล้อมที่มาแรงในการดำเนินธุรกิจ คณะผู้แทนประจำประชาคมยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ ร่วมกับคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย จะจัดงานสัมมนาเรื่องนโยบายสิ่งแวดล้อมของอียู เน้นผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 พ.ค. 2551 เพื่อส่งเสริมศักยภาพธุรกิจไทยในการเข้าตลาดยุโรป โดยการเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันของอียู อาทิ European Commission นักธุรกิจ และผู้แทนจากองค์กรธุรกิจในยุโรป ไปแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับประเด็นเรื่องนโยบายและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของอียู ทั้งกฎระเบียบใหม่ที่กำลังจะปรับใช้และกฎระเบียบเดิมที่จะมีการปรับปรุง รวมทั้งกระแสความสนใจในประเด็นสิ่งแวดล้อมในการทำธุรกิจกับอียู

นักธุรกิจไทยและภาครัฐไทยที่สนใจเข้าร่วมการสัมมนา สามารถเข้าร่วมได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ติดตามความคืบหน้าได้ที่หน้าพิเศษ 'โครงการทีมประเทศไทยเพื่อนักธุรกิจในปี 2551' ได้ที่ http://news.thaieurope.net/content/view/2748/220/1/1/


Last Updated ( Wednesday, 27 February 2008 )
.