|
เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2550 คณะกรรมาธิการด้านตลาดร่วมและการคุ้มครองผู้บริโภค สภายุโรปได้ลงคะแนนเสียงรับรองร่างกฎหมายที่เรียกย่อๆ ว่า Goods Package ซึ่งรวมกฎหมายทั้งหมด 3 ฉบับ คาดว่าเมื่อร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภายุโรปและประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปแล้ว จะทำให้การค้าสินค้าอุปโภคใน EU สะดวกมากขึ้น โดยมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้ร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสินค้านำเข้าที่ได้มาตรฐานด้วย
คณะกรรมาธิการด้านตลาดร่วมและการคุ้มครองผู้บริโภค (Internal market and consumer protection committee หรือ IMCO) สภายุโรป ได้ลงคะแนนเสียงเห็นชอบร่างระเบียบ (directive) จำนวน 3 ฉบับ เพื่อให้การไหลเวียนของสินค้าภายในสหภาพยุโรปสะดวกเพิ่มขึ้น ได้แก่
- Common Framework for the marketing of products ระเบียบฉบับนี้มุ่งเน้นปรับปรุงการประทับตรารับรองความปลอดภัยสินค้าให้มีกฎและคำจำกัดความที่ชัดเจนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตราประทับ CE (Conformité Européenne) เพื่อลดความสับสนของผู้บริโภคระหว่างสินค้าที่ประทับตรารับรองความปลอดภัยสินค้าที่ออกโดยหน่วยงานของแต่ละประเทศสมาชิก EU กับตรา CE และกำหนดกฎระเบียบควบคุมความรับผิดชอบของผู้ผลิตรวมทั้งผู้นำเข้าสินค้าที่วางจำหน่ายในสหภาพยุโรป เช่น ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนแก่ผู้บริโภคว่าสินค้าตรงตามมาตรฐานของประชาคมยุโรปอย่างไร ในส่วนของการควบคุมมาตรฐาน หากหน่วยงานของประเทศสมาชิก EU พบว่า สินค้าที่ประทับตรา CE ที่วางจำหน่ายไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยแต่ประทับตรา CE มีสิทธิที่จะดำเนินการลงโทษทางกฎหมาย
- Accreditation and market surveillance relating to the marketing of products ระเบียบฉบับนี้มุ่งให้เกิดความชัดเจนระหว่างกฎในการรับรองมาตรฐานในระดับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และในระดับ EU ให้ชัดเจนขึ้นและเสริมสร้างการตรวจสอบมาตรฐาน ประกอบด้วยร่างกฎระเบียบ 2 ฉบับว่าด้วยการกำหนดกรอบร่วมสำหรับองค์กรตรวจสอบรับรองและกำหนดหลักการเกี่ยวกับการรับรองและการตรวจสอบมาตรฐานเพื่อเสริมประสิทธิภาพของหน่วยงานประเทศสมาชิก EU ในการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าที่วางจำหน่ายในประเทศตนที่สำคัญคือ การกำหนดให้ประเทศสมาชิกและคณะกรรมาธิการยุโรปแจ้งเตือนผู้บริโภคหากพบว่าสินค้าที่วางจำหน่ายไม่ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัย
- Application of certain national technical rules to products lawfully marketed in another member states มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายสินค้าอุตสาหกรรมโดยเสรีภายในสหภาพยุโรปให้ครอบคลุมทั้งสินค้าที่มีการปรับประสานมาตรฐานแล้วจำนวน 75% ของสินค้าทั้งหมด และสินค้าที่เหลืออีก 25% ที่ควรจะใช้หลักการการยอมรับร่วม (mutual recognition) ที่สำคัญคือจะทำให้เกิดความชัดเจนกรณีมีความแตกต่างด้านมาตรฐานสินค้าระหว่างประเทศสมาชิก EU โดยระเบียบนี้จะกำหนดว่าประเทศสมาชิกหนึ่งจะสามารถห้ามการวางจำหน่ายสินค้าสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วจากอีกประเทศสมาชิกหนึ่งภายใต้เงื่อนไขอย่างไรบ้าง โดยมีความชัดเจนและเข้มงวดขึ้น ประเทศสมาชิกต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ผู้ผลิตจะต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นกฎเกณฑ์ด้านเทคนิคในแต่ละประเทศสมาชิก EU ได้สะดวกขึ้น
ภูมิหลัง
ภูมิหลังของระเบียบทั้งสามฉบับนี้มาจากการที่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านวิสาหกิจและอุตสาหกรรมได้ร่างระเบียบทั้ง 3 ฉบับขึ้นเพื่อให้การค้าสินค้าอุตสาหกรรมภายใน EU สะดวกขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ SMEs โดยสินค้าจะต้องได้มาตรฐานความปลอดภัย มีคุณภาพสูง โดยกำหนดเกณฑ์ทั้งในด้านการผลิตสินค้า การจำหน่ายในส่วนของภาคเอกชน และการทดสอบ การให้ใบรับรอง การตรวจตรามาตรฐานสินค้าในตลาดโดยหน่วยงานของรัฐให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกันทั่วยุโรป และในอนาคตอาจมีการปรับปรุงระเบียบแยกต่างหากสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมรายสาขา
การที่คณะกรรมาธิการด้านตลาดร่วมและการคุ้มครองผู้บริโภค สภายุโรปได้ลงคะแนนเสียงรับรองร่างระเบียบ 3 ฉบับนี้ถือเป็นความเห็นชอบในขั้นแรกเท่านั้น ซึ่งจะมีการลงคะแนนเสียงอีกครั้งในที่ประชุมเต็มคณะของสภายุโรปในเดือน ก.พ. 2551 ก่อนให้คณะมนตรีสหภาพยุโรปซึ่งมีตัวแทนของแต่ละประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศเป็นร่างระเบียบเพื่อนำไปบังคับใช้ในแต่ละประเทศสมาชิกต่อไป
สรุป
หากระเบียบทั้ง 3 ฉบับนี้มีผลบังคับใช้คาดว่าจะส่งผลดีให้แก่สินค้าอุตสาหกรรมของประเทศที่ส่งออกมายัง EU ด้วย โดยกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับตรารับรองมาตรฐานความปลอดภัยจะมีความชัดเจนขึ้น และจะก่อให้เกิดปัญหาน้อยลงในการค้าสินค้าอุตสาหกรรมในแต่ละประเทศสมาชิก EU ที่ยังมีข้อกำหนดด้านเทคนิคแตกต่างกัน โดยรายละเอียดของระเบียบทั้งสามฉบับที่ผ่านการเห็นชอบและจะมีผลบังคับใช้จะรายงานให้ทราบในโอกาสต่อไป
Related Items:
- กฎระเบียบการนำเข้าสินค้าอาหารของสหราชอาณาจักร
|