EU จะเพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานสินค้าอุปโภค Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Thursday, 29 November 2007

 เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2550 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการคุ้มครองผู้บริโภคได้แถลงผลการทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า พร้อมทั้งสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปเพื่อปรับปรุงการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าที่จำหน่ายภายใน EU แม้ว่าจุดประสงค์สำคัญของการดำเนินการนี้คือการแก้ไขปัญหามาตรฐานสินค้าจากจีน แต่ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมตัวเช่นกัน โดยเฉพาะการแก้ไขระเบียบมาตรฐานความปลอดภัยของเด็กเล่นในปีหน้า

 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการคุ้มครองผู้บริโภค (DG SANCO) ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ (Stocktaking review) ทั้งภายในหน่วยงานต่างๆ คณะกรรมาธิการยุโรป ประเทศสมาชิก EU ประเทศคู่ค้า ภาคธุรกิจ และได้ข้อสรุปดังนี้

1.      กรอบกฎหมาย EU ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น General Product Safety Review (GPSD) เริ่มตั้งแต่ปี 2544 และกฎหมายย่อยสำหรับสินค้าประเภทต่างๆ เพียงพอสำหรับให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภคและอำนวยความสะดวกให้กับการค้าภายในระหว่างประเทศสมาชิก EU อย่างไรก็ดี กำลังมีการทบทวนและปรับแก้ไขกฎระเบียบเฉพาะสำหรับสินค้าและจะเสนอกฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่สำคัญคือ

1.1  ทบทวนกฎหมายความปลอดภัยสินค้า 2 ประเภท ได้แก่ ของเด็กเล่น (Toy Directive) ซึ่งจะทำให้เสร็จสิ้นภายในช่วงต้นปี 2551 รวมทั้งมาตรการเพิ่มเติมสำหรับการเตือนภัยจากแม่เหล็กที่อยู่ในของเด็กเล่น และเครื่องสำอาง

1.2  จะมีการจัดทำร่างข้อเสนอที่เรียกว่า Internal market for goods package ให้ครอบคลุมเรื่องการรับรองมาตรฐาน (accreditation) การตรวจสอบสินค้าในตลาด (market surveillance) และการควบคุมสินค้านำเข้า (import control) โดยหน่วยงานศุลกากรของประเทศสมาชิก และในอนาคตจะมีการจัดทำ Safety Pact ซึ่งจะเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดีโดยสมัครใจ (voluntary code) สำหรับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ค้าปลีกในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสินค้า ซึ่งหากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

 2.      หน้าที่ในการรับประกันความปลอดภัยของสินค้าเป็นหน้าที่ของภาคอุตสาหกรรมหรือผู้ผลิต ภาคอุตสาหกรรมในยุโรปยินดีร่วมมือในเรื่องนี้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า และขณะนี้กำลังดำเนินโครงการเป็น pilot project เกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยสินค้าของเด็กเล่นตลอดห่วงโซ่อุปทาน (audit of business safety measures) ซึ่งจะมีผลออกมาในช่วงต้นปี 2551 ซึ่งผลและคำแนะนำที่จะได้รับจากการทำโครงการนี้จะนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมในปี 2551 เช่นกัน

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมมีหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบว่าส่วนประกอบของสินค้าผลิตตรงตามมาตรฐานและกฎระเบียบที่บังคับใช้อยู่ ไปจนถึงคุณภาพสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วให้มีความปลอดภัยในการใช้งาน ผู้นำเข้าและผู้ค้าปลีกก็ต้องขอคำรับประกันจากผู้ผลิตเช่นกันว่าสินค้าที่จะวางจำหน่ายในท้องตลาดมีความปลอดภัย และหากตรวจพบว่าสินค้าใดไม่ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยก็จะต้องสามารถสืบย้อนกลับไปได้ (traceability) ตลอดห่วงโซ่การผลิต ซึ่งอาจมีข้อบังคับเป็นกฎหมายเพิ่มเติมในเรื่องนี้ อนึ่ง ในปัจจุบันข้อกำหนดเรื่อง traceability บังคังใช้เฉพาะกับผู้ประกอบการใน EU อย่างไรก็ดี กรรมาธิการยุโรปด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเปิดเผยว่ากำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการมีข้อกำหนดที่ชัดเจนขึ้นให้มีการตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งผลิตนอก EU ภายใต้กรอบ Internal Market for goods Package ซึ่งกำลังมีการหารือกับคณะมนตรีสหภาพยุโรปและสภายุโรปอยู่

3.      ภาครัฐของประเทศสมาชิก EU มีหน้าที่ตรวจตราการบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดมาตรฐานสินค้าให้เป็นไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วยุโรป

โดยปัจจุบันมีระบบการตรวจสอบความปลอดภัยสินค้าที่เรียกว่า RAPEX โดยสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจะถูกแจ้งเตือนภายในเครือข่ายหน่วยงานประเทศสมาชิก EU ห้ามวางจำหน่ายในท้องตลาด หรือในบางกรณีจะถูกเรียกเก็บคืน และโดยหลักการแล้วหน่วยงานของประเทศที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าที่ถูกแจ้งเตือนก็จะต้องทำการตรวจสอบเพื่อหาข้อบกพร่อง และแก้ไขปัญหาต่อไป

 สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคือ คณะกรรมาธิการยุโรปจะร่วมมือกับประเทศสมาชิก EU ติดตามผลการดำเนินการของ national surveillance และเสนอแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับประเทศสมาชิก EU

4.      ยุโรปมีแผนจะร่วมมือกับประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะจีนและสหรัฐฯ ในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยสินค้า

ภายหลังจากปัญหาการเรียกเก็บของเด็กเล่นผลิตจากจีนที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยในช่วงกลางปีที่ผ่านมาทำให้ DG SANCO เพิ่มความสำคัญมากขึ้นต่อนโยบายการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ (Product safety) โดยเฉพาะสินค้าจากจีน และได้มีการหารือกับจีนเสริมความเข้มแข็งภายใต้แนวทางที่มีอยู่แล้วระหว่าง DG SANCO กับหน่วยงาน AQSIQ ของจีนในเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ การแก้ไขปัญหาที่แหล่งผลิต เป็นต้น โดยจีนจะจัดตั้งระบบเตือนภัยสินค้าอุปโภคที่คล้ายกับระบบ RAPEX ของยุโรปภายในเดือนธันวาคมปีนี้ ทั้งนี้ จากสถิติของสินค้าที่ถูกตรวจพบข้อบกพร่องในระบบ RAPEX ของ EU มีสินค้าจากจีนที่ถูกแจ้งเตือนถึง 50%

ในขณะเดียวกัน EU ก็เพิ่มความร่วมมือกับสหรัฐฯ ภายใต้การประชุมส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ (Transatlantic Economic Council: TEC) เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2550 เพื่อร่วมมือกันในเรื่องนี้ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูล การยอมรับร่วมมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของกันและกัน (mutual recognition) และการจัดตั้งคณะทำงานด้านมาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ภายใต้กรอบ TEC

 สรุป

 คาดว่า EU จะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสินค้า โดยเฉพาะสินค้าประเภทของเด็กเล่น ทั้งในส่วนของระเบียบกลางและมาตรฐานโดยสมัครใจสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งสาระของการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบจะนำมารายงานให้ทราบในโอกาสต่อไปเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเตรียมปรับตัวได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ผู้ผลิตจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรับประกันความความปลอดภัยของสินค้า

ในช่วงปี 2550 สินค้าของไทยโดนแจ้งเตือนในระบบ RAPEX ไม่มากนัก โดยมีของเด็กเล่นจำนวน 7 รายการที่ถูกแจ้งเตือน โดยสาเหตุสำคัญของการแจ้งเตือน คือ ชิ้นส่วนขนาดเล็กของสินค้าเสี่ยงต่อการหลุดไปติดคอเด็ก ซึ่งสินค้ากลุ่มดังกล่าวต้องถอนการวางจำหน่ายสินค้าออกจากตลาด EU


Last Updated ( Thursday, 29 November 2007 )
 

ระเบียบสินค้าอุตสาหกรรม

ระเบียบด้านมาตรฐานความปลอดภัย

ระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

ระเบียบ RoHS และ WEEE

ระเบียบ Eco-Design

REACH

REACH

 

ปฎิทินธุรกิจ/กิจกรรม

No Latest Events

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.