มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมของ EU: สินค้าของเด็กเล่น ความปลอดภัยต้องมาก่อน Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Monday, 05 November 2007

มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะของเด็กเล่น กำลังเป็นประเด็นสำคัญที่ EU จับตา คณะกรรมธิการยุโรปกำลังทบทวนกฎระเบียบ EU ที่เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าของเด็กเล่น และการรับรองเครื่องหมาย CE ซึ่งหากข้อเสนอสำหรับการทบทวนดังกล่าวได้รับความเห็นชอบ น่าจะทำให้มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมที่จะวางจำหน่ายใน EU ยิ่งเคร่งครัดขึ้น ที่สำคัญ EU กำลังเร่งพัฒนาระบบการตรวจสอบและเฝ้าระวัง (Market Surveillance) สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานของแต่ละประเทศสมาชิกให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นหนึ่งเดียว ประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยควรตระหนักถึงแนวโน้มมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงและเข้มงวดขึ้นของ EU ซึ่ง EU อ้างว่ามาตรฐานที่สูงและเข้มงวดดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคและเด็กในยุโรป

1. นโยบาย New Approach หรือ Global Approach และเครื่องหมาย CE
นโยบาย New Approach หรือ Global Approach (New Approach to technical harmonization and Global Approach to conformity assessment) ของ EU ออกตั้งแต่ปี 1987 ประกอบด้วย 3 กฎระเบียบหลักได้แก่ 1) Council Resolution of 07.05.1985 2) Council Resolution of 21.12.1989 และ 3) Council Decision 93/465/EEC ออกในปี 1993 เกี่ยวกับการรับรองเครื่องหมาย CE ซึ่งกฎระเบียบชุดนี้เกี่ยวข้องกับการวางมาตรฐานด้านเทคนิคสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม (essential requirements) ภายใน EU ให้สอดคล้องกันทั่วทั้งตลาดร่วมยุโรป โดยมี 3 หน่วยงานหลักในยุโรปปฏิบัติหน้าที่ในการกำหนดรายละเอียดด้านเทคนิคสำหรับข้อกำหนดและมาตรฐานต่างๆ ของ EU ได้แก่ CEN (European Standards Organisations) CENELEC (European Committee for Electrotechnical Standardisation) และ ETSI (European Telecommunication Standards Institute) นอกจากนั้น นโยบาย New Approach / Global Approach ยังเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบย่อยอีก 25 ฉบับสำหรับรายสาขาสินค้า (ดูรายสินค้าในสินค้าได้ที่ http://www.newapproach.org/Directives/DirectiveList.asp)

ทั้งนี้ ผู้ผลิตจากประเทศที่สามที่ต้องการส่งสินค้ามาวางจำหน่ายใน EU จำต้องปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับนโยบาย New Approach / Global Approach และกฎระเบียบดังกล่าวข้างต้นของ EU ด้วย

CE ย่อมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Conformité Européne เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าผลิตภันฑ์อุตสาหกรรมได้รับการรับรองทั้งด้านการผลิต ออกแบบ และผ่านกระบวนการประเมินความปลอดภัยตามกฎระเบียบภายใต้นโยบาย New Approach / Global Approach ของ EU ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 21 รายการสินค้า หรือร้อยละ 70 ของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทั้งหมด ที่จะส่งออกและวางจำหน่ายในประเทศสมาชิก EU 27 ประเทศ รวมทั้ง นอร์เวย์ ลิคเทนสไตน์ และไอซแลนด์ จะต้องติดเครื่องหมาย CE อาทิ ของเด็กเล่น เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเลคโทนิกส์ อุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ

กฎระเบียบหลักของ EU เกี่ยวกับการรับรองเครื่องหมาย CE คือ Council Directive 93/465/EEC ปี 1993 มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดวิธีการทางด้านเทคนิคในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมให้มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดหลักๆ ‘essential requirements’ ของ EU ดังนั้น สินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย CE หมายความว่าเป็นสินค้าที่ได้ปฏิบัติสอดคล้องกับข้อกำหนดหลักๆ และมาตรฐานของ EU แล้ว (แต่เครื่องหมาย CE ไม่ถือเป็นตรามาตรฐานความปลอดภัยของ EU เสียทีเดียว) ประเทศสมาชิกไม่สามารถปฏิเสธการวางจำหน่ายสินค้าเหล่านั้นใน EU ได้ นอกเสียจากว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นไม่ได้มาตรฐานจริง

เครื่องหมาย CE ต้องได้รับการติดผนึกก่อนที่จะวางจำหน่ายใน EU โดยถือว่าผู้ผลิต ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตใน EU หรือผู้นำเข้า เป็นผู้รับผิดชอบให้สินค้าอุตสาหกรรมที่ผลิตในประเทศนั้นๆ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ของ EU และได้รับการรับรองเครื่องหมาย CE ก่อนที่จะวางจำหน่ายใน EU

2. การทบทวนนโยบาย New Approach / Global Approach: การรับรองเครื่องหมาย CE และมาตรการ Market Surveillance ที่เข้มงวดขึ้น
เมื่อปี 2003 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เริ่มกระบวนการทบทวนนโยบาย New Approach/Global Approach ให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยมากขึ้น (โดยการทบทวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Better Regulations) โดยได้เปิดรับแบบสอบถามและเปิดการหารือกับสาธารณชน (Public Consultation) เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวระหว่างเดือนมิ.ย - ก.ค. 2006 และจัดทำ Impact Assessment หลังจากสิ้นสุดกระบวนการดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2007 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศข้อเสนอสำหรับการทบทวน ภายใต้เอกสารชื่อ SETTING OUT THE REQUIREMENTS FOR ACCREDITATION AND MARKET SURVEILLANCE RELATING TO THE MARKETING OF PRODUCTS

การทบทวนนโยบาย New Approach / Global Approach นั้นหมายรวมถึงการทบทวนการรับรองกฎระเบียบเครื่องหมาย CE ด้วย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าอุตสาหกรรมที่จะวางจำหน่ายใน EU ใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การให้อำนาจแก่ผู้ตรวจสอบมาตรฐาน (accreditation) โดยเสนอให้มีการตั้งหน่วยงานภาครัฐ ที่จะเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานในระดับ EU และประสานงานกับหน่วยงานผู้ตรวจสอบมาตรฐานของประเทศสมาชิก และ 2) มาตรการการตรวจสอบและเฝ้าระวัง (market surveillance) โดยเน้นมาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการตรวจสอบและเฝ้าระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยจากประเทศที่สามที่ด่านขาเข้า โดยเน้นการปฏิบัติหน้าที่ที่เข้มงวดของเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของประเทศสมาชิกทุกประเทศ และให้มีการประสานข้อมูลกันอย่างใกล้ชิดและรวดเร็วระหว่างประเทศสมาชิก เนื่องจากที่ผ่านมา EU เห็นว่ามีความพยายามจากบางประเทศในการนำสินค้าเข้าตลาด EU ในประเทศที่มีการตรวจสอบและเฝ้าระวังที่เข้มงวดน้อยกว่า

ดูรายละเอียดข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับการทบทวนนโยบายดังกล่าวได้ที่ http://ec.europa.eu/enterprise/newapproach/review_en.htm

นอกจากการเสนอให้มีการทบทวนกฎระเบียบดังกล่าวแล้ว คณะกรรมาธิการยุโรปยังเร่งประสานความร่วมมือกับประเทศที่สาม อาทิ สหรัฐฯ และจีนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย ปัจจุบัน EU มีระบบ RAPEX ซึ่งเป็นระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแจ้งเตือนสำหรับสินค้าที่ไม่ใช่อาหารที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยหรือเป็นอันตราย ระหว่างด่านศุลกากรของประเทศสมาชิก EU นอกจากคณะกรรมาธิการยุโรปจะเร่งพัฒนาระบบ RAPEX ให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแล้ว ยังเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศที่สาม

สำหรับความร่วมมือกับสหรัฐฯ คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังผลักดันระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานของ EU และ The US Consumer Product Safety Commission (CPSC) ของสหรัฐฯ ในรูปแบบเดียวกับระบบ RAPEX

สำหรับความร่วมมือกับจีน ตั้งแต่ปี 2006 ได้มีการจัดตั้ง EU-China RAPEX ขึ้นเพื่อประสานข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและสินค้าอันตรายจากจีนที่เข้ามายัง EU เนื่องจากร้อยละ 48 ของการแจ้งเตือนสินค้าอันตรายทั้งหมดมาจากประเทศจีน (ปี 2006) จีนจึงเป็นที่จับตาของ EU ในฐานะแหล่งผลิตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น สินค้าของเด็กเล่น หรือสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า

ผู้ผลิตและส่งออกสินค้าจากไทยสามารถใช้ประโยชน์จากระบบ RAPEX ได้ โดยจะมีการส่งรายงานการแจ้งเตือนเกี่ยวกับสินค้าที่ถูกกักที่ด่านศุลกากรเป็นรายสัปดาห์ ดูรายละเอียดได้ที่ http://ec.europa.eu/consumers/dyna/rapex/rapex_archives_en.cfm

3. ความปลอดภัยของสินค้าของเด็กเล่น
สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าของเด็กเล่นของ EU ถูกกำหนดโดยกฎระเบียบ Council Directive 88/378/EEC (Toy Safety Directive) ปี 1988 แก้ไขโดย Council Directive 93/68/EEC ปี 1993 ซึ่งครอบคลุมสินค้าของเด็กเล่นทุกประเภทสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี เป็นการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในกระบวนการผลิตสินค้าของเด็กเล่นก่อนที่จะวางจำหน่ายในตลาด EU (อิงกับกฎระเบียบเครื่องหมาย CE Council Directive 93/465/EEC) เมื่อผู้ผลิตปฏิบัติสอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎระเบียบดังกล่าวของ EU ได้ ก็จะได้รับเครื่องหมาย CE เพื่อติดผนึกลงที่บรรจุภัณฑ์ก่อนส่งออกมายัง EU

เนื่องจากการพัฒนาทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตของเด็กเล่น จึงจำต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัยมากขึ้น คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังทบทวนระเบียบ EU เกี่ยวกับความปลอดภัยของสินค้าของเด็กเล่นฉบับเดิม Directive 88/378/EEC ปี 1988 และ Council Directive 93/68/EEC ปี 1993 โดยมีแนวทางหลักๆ 3 ประการ คือ 1)การปรับปรุงมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้ทันสมัยสอดคล้องกับพัฒนาการในปัจจุบัน 2) ปรับขอบข่ายของสินค้าภายใต้ Directive ดังกล่าวใหม่ให้ครอลคลุมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และ 3) ปรับปรุงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฏระเบีบบนี้ ทั้งนี้เมื่อต้นปี 2007 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดการหารือกับสาธารณชน (Public Consultation) และมีแผนจะนำเสนอข้อเสนอสำหรับการทบทวนดังกล่าวภายในสิ้นปี 2007นอกจากนี้ ได้มีการทำการศึกษาเกี่ยวกับปริมาณสารเคมีในของเด็กเล่นแล้วในปี 2006 และ มีการจัดทำ Impact Assessment ในปี 2007

กอรปกับ ล่าสุด EU ประสบปัญหาสินค้าของเด็กเล่นจากจีนภายใต้ยี่ห้อ Mattel (ของสหรัฐฯ) หลายรายการที่ด้อยคุณภาพด้านความปลอดภัยเนื่องจากมีระดับตะกั่วในสีสูงเกินระดับปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อการหักหลุดของชิ้นส่วนขนาดเล็กไปติดคอเด็ก จึงได้ส่งผลให้มีการเรียกคืนสินค้าครั้งใหญ่ ทั้งๆ ที่สินค้าเหล่านั้นได้รับการรับรองเครื่องหมาย CE ของ EU ด้วย จึงทำให้ประเด็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าของเด็กเล่นที่วางจำหน่ายในตลาด EU กลายเป็นประเด็นที่ EU ให้ความสำคัญ และเป็นที่จับตาของผู้บริโภคยุโรปมากยิ่งขึ้น (อนึ่ง ฝ่ายจีนอ้างว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดการความผิดพลาดในการออกแบบโดยบริษัท Mattel ในสหรัฐฯเอง)

4. ท่าทีของสภายุโรป: ผลักดันประเด็นความปลอดภัยของผู้บริโภคยุโรป
ปัจจุบัน ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปสำหรับทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องหมาย CE และความปลอดภัยของสินค้าของเด็กเล่นกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนกระบวนตัดสินใจของสถาบัน EU เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2007 ในการประชุม Plenary Session สภายุโรป กลุ่มการเมืองใหญ่ 6 กลุ่มหลักของสภายุโรปลงคะแนนเสียงเกือบเป็นเอกฉันท์ (660 เสียงสนับสนุน 18 เสียงคัดค้าน และ 7 เสียงงดออกเสียง) เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศสมาชิก EU เร่งดำเนินการเพื่อให้ความมั่นใจว่าสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่ใน EU ไม่มีความเสี่ยงต่อสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้บริโภคยุโรป โดยสภายุโรปเน้นประเด็นปัญหาสินค้าจากจีนที่อันตรายต่อผู้บริโภค โดยเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอข้อเสนอเรื่องการทบทวน Toy Safety Direction ภายในสิ้นปี 2007 และการปรับปรุงระบบการรับรองเครื่องหมาย CE สำหรับของเล่นเด็กให้เคร่งครัด โดยมีประเด็นหลักของข้อเรียกร้องจากสภายุโรป ดังนี้

1. เรียกร้องให้ปรับปรุง Toy Directive ให้เข้มงวดมากขึ้นในด้าน product safety โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ห้ามการใช้สารเคมีที่มีอันตราย อาทิ carcinogenic mutagnic และสารที่อาจเป็นอันตรายอื่นๆ ต่อการ reproduction อย่างสิ้นเชิง และออกมาตรการลงโทษต่อผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบใหม่นี้ได้
2. เพื่อขจัดความเข้าใจผิดที่ว่าเครื่องหมาย CE เป็นสิ่งประกันความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งอันที่จริงเป็นระบบ self - regulation สภายุโรปจึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศสมาชิกเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเครื่องหมาย CE โดยเสนอกฏระเบียบเพื่อปรับปรุงการติดตามและตรวจสอบความปลอดภัยของสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งให้ คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาความจำเป็นในการออกฉลาก ‘a common European Consumer Safety label’ เพิ่มเติมอีกจากการได้เครื่องหมาย CE แต่เห็นว่าน่าเป็นการใช้เครื่องหมายโดยสมัครใจของผู้ผลิตเอง และหากผู้ผลิตรับการใช้เครื่องหมายดังกล่าว จก็ะใช้แทนเครื่องหมายเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศสมาชิก EU ทั้งหมด
3. เรียกร้องให้ปรับปรุงระบบ RAPEX ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
4. ให้คณะกรรมาธิการยุโรปสนับสนุนความช่วยเหลือทางวิชาการแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงาน General Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine (AQSIQ) ของจีน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าของยุโรปตลอดกระบวนการผลิต และปรับปรุงการตรวจสอบที่ด่านศุลกากร
5. นอกจากนี้สภายุโรปยังเห็นว่า ควรรวมเรื่อง Joint Health and Safety Standards ในการเจรจาความตกลง partnership และการจัดตั้งเขตการค้าเสรีด้วย

สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ รายงานเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมของสภายุโรป เมื่อต้นเดือน ต.ค. 50 ว่าได้หารือในรายละเอียดเกี่ยวกับสารที่ EU จะห้ามไม่ให้มีการปนเปื้อนโดยสิ้นเชิงในสินค้าของเด็กเล่น โดยคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้ห้ามใช้สารประเภท CMR โดยสิ้นเชิง กล่วคือ สารที่ทำให้เกิดมะเร็ง (carcinogenic) สารกระตุ้นกระบวนการเปลี่ยนแปลง (mutagenic) หรือสารที่เป็นพิษต่อขบวนการสืบพันธุ์ (reprotocix) แต่สภายุโรปต้องการให้ครอบคลุมถึงสารจำพวกที่รบการกับการทำงานของต่อไร้ท่อและฮอร์โมน (endocrine disrupters) สารที่ก่อให้เกิดความไวต่อการกระตุ้น (sensitisers) และสารให้กลิ่น (frangrances)

ส่วนองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคยุโรป The European Consumer Organisation BEUC มีท่าทีสนับสนุนการปรับปรุงการรับรองเครื่องหมาย CE ให้เคร่งครัดขึ้น โดยกล่าวว่าผู้บริโภคมักเข้าใจผิดว่าเครื่องหมาย CE เป็นเครื่องหมายที่ได้รับประกันความปลอดภัยจาก EU และได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานของ EU แต่อันที่จริงเครื่องหมาย CE เป็นเครื่องหมายที่ผู้ผลิตเป็นผู้ดำเนินระบบการตรวจสอบด้วยตนเอง ‘self regulation’

ผลกระทบต่อไทย
EU นำเข้าของเด็กเล่นคิดเป็นจำนวนกว่าครึ่งจากจีน แต่ปัจจุบันสินค้าจากจีนต้องประสบกับปัญหาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีของเด็กเล่นของบริษัท Mattel ของสหรัฐฯ ที่ผลิตในจีนและส่งเข้ามายัง EU ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยและต้องมีการเรียกกลับกว่า 800,000 ชิ้น วิกฤติเกี่ยวกับสินค้าของเด็กเล่นจากจีนดังกล่าวอาจกลายเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตไทยที่จะใช้เป็นช่องทางเปิดตลาด EU ที่นำเข้าสินค้าของเด็กเล่นกว่าร้อยละ 80 จากต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตไทยก็ควรตระหนักถึงความจริงจังของ EU เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าอุตสาหกรรมที่สูง โดยเฉพาะของเด็กเล่น และความเข้มงวดในการตรวจสอบและเฝ้าระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานที่วางจำหน่ายใน EU ด้วย การทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับการรับรองเครื่องหมาย CE และกฎระเบียบความปลอดภัยของสินค้าของเด็กเล่นที่ได้กล่าวไปข้างต้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาและคาดว่าจจะเสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี 2007 นี้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของไทย กล่าวคือ ระบบการรับรองเครื่องหมาย CE จะยิ่งเคร่งครัดขึ้น จากเดิมที่เคยมอบหมายให้ผู้ผลิตรับผิดชอบการตรวจตรามาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าตนโดยไม่ผ่านการควบคุมของหน่วยงานทางการของ EU แต่ระบบใหม่อาจต้องมีการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระจาก EU ซึ่งสำหรับประเทศที่สามอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น แต่ EU อ้างว่าเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและเด็กในยุโรป และเพื่อรักษามาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าที่นำเข้ามาขายในตลาดยุโรป

อย่างไรก็ดี การปรับปรุงระเบียบ EU ดังกล่าวยังต้องผ่านความเห็นชอบจากประเทศสมาชิก 27 ประเทศก่อนจะมีผลบังคับใช้ แต่ข้อเสนอดังกล่าวก็ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสภายุโรป และองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคของยุโรป ดังนั้น คาดว่าในอนาคตแนวโน้มมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าของเด็กเล่นของ EU และการตรวจตราและเฝ้าระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานที่ด่านสินค้าขาเข้าของ EU น่าจะยิ่งเข้มงวดขึ้นในทุกประเทศสมาชิกอย่างแน่นอน

ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าของเด็กเล่นของไทยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนระบบการรับรองเครื่องหมาย CE ได้ที่เว็บไซต์ www.newapproach.org




Reddit! livescore Mixx! Web design Google! Free site builder Facebook! Yahoo! health

Last Updated ( Tuesday, 06 November 2007 )

 

ThaiEurope

 

Monitor EU Environment Regulations

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ