|
ด้วยสหภาพยุโรปได้จัดตั้งระบบให้การคุ้มครองและส่งเสริมคุณภาพอาหาร 3 ระบบประกอบไปด้วยการจดทะเบียนคุ้มครองตามแหล่งกำเนิด คือ Protected Designation of Origin หรือ PDO การคุ้มครองตามภูมิประเทศที่ผลิต คือ Protected Geographical Indication หรือ PGI และการคุ้มครองตามวิธีการผลิตที่เป็นไปตามประเพณีและความชำนาญพิเศษโดยไม่คำนึงถึงแหล่งผลิต คือ traditional specialities guaranteed หรือ TSG โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความหลากหลายในการผลิตสินค้าเกษตร ปกป้องสินค้าจากการปลอมแปลงหรือแอบอ้างใช้ชื่อ และการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะของสินค้า นั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศข้อบังคับ ที่ 1216/2007ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2550 ซึ่งลงพิมพ์ใน Official Journal เล่มที่ L 275 กำหนดเงื่อนไขโดยละเอียดในการนำข้อบังคับฯ ที่ 509/2006 ดังกล่าวข้างต้นมาบังคับใช้ โดยมีประเด็นสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1. เกณฑ์การกำหนดประเภทสินค้าดังปรากฏในภาคผนวก II ที่ครอบคลุมสินค้ารวม 17 กลุ่มสินค้า ซึ่งประกอบไปด้วยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น อาหารสำเร็จรูป น้ำจิ้ม/ซอส เครื่องดื่มที่สกัดจากพืช ผัก/ผลไม้ และอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น
2. ชื่อสินค้าต้องปรากฏในชื่ออย่างน้อยหนึ่งภาษาของประเทศสมาชิกและชื่อสินค้าในภาษาท้องถิ่นของแหล่งกำเนิด โดยที่กลุ่มผู้จดทะเบียนต้องระบุขณะขอจดทะเบียนว่าจะจับจองชื่อสำหรับใช้เฉพาะสินค้าที่เจาะจงไว้หรือไม่ ทั้งนี้ สินค้าที่ได้จับจองชื่อตามเงื่อนไขเท่านั้นที่จะสามารถประทับตรา TSG ได้ อนึ่ง ลักษณะเฉพาะของสินค้าต้องเชื่อมโยงกับคุณสมบัติธรรมชาติทางกายภาพ ทางเคมี ทางจุลชีววิทยาคุณสมบัติของรสชาติ สี กลิ่น texture วิธีและขั้นตอนการผลิต หรือเงื่อนไขเฉพาะระหว่างขั้นตอนการผลิต
3. การให้คำอธิบายสินค้าจะครอบคลุมลักษณะเฉพาะที่จำเป็นสำหรับการพิสูจน์ถึงเอกลักษณ์
และระบุถึงขั้นตอนการผลิตที่ใช้อยู่ปัจจุบันเท่านั้น
4. การตรวจตราต้องเป็นไปตามคุณสมบัติลักษณะเฉพาะของสินค้าที่ระบุเจาะจงไว้
5. ประเทศสมาชิกบางรายสามารถบังคับให้ติดฉลากหน่วยงานที่รับรองข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ผลิตภายในสหภาพฯ
6. การยื่นขอจดทะเบียนต้องเป็นไปตามการกรอกแบบฟอร์มที่กำหนด
7. ประเทศสมาชิกร่วมกับประเทศที่สามสามารถร่วมกันขอจดทะเบียนสินค้าได้ อย่างไรก็ตาม คำยื่นขอต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาที่จะใช้เวลาอย่างช้าไม่เกิน 1 ปีและช่วงเวลาที่เปิดให้มีการคัดค้านได้
8. คณะกรรมาธิการฯ จะลงประกาศรายชื่อสินค้าที่มีการยื่นขอจดทะเบียนโดยที่ประเทศสมาชิกหรือประเทศที่สามสามารถคัดค้านการจดทะเบียนได้ภายใน 6 เดือนหลังการออกประกาศรายชื่อดังกล่าว
9. การอ้างอิงถึงวิธีการผลิตที่เป็นไปตามประเพณีและความชำนาญพิเศษจะเป็นไปได้ต่อเมื่อสินค้าดังกล่าวได้ผลิตตามลักษณะเฉพาะของสินค้า การติดฉลาก การโฆษณา และมีเอกสารประกอบต่างๆ ที่เป็นไปตามเงื่อนไข โดยที่คำว่า TRADITIONAL SPECIALITY GUARANTEED ภายในตราต้องปรากฏในภาษาใดภาษาหนึ่งที่ใช้อย่างเป็นทางการในสหภาพยุโรป พร้อมกับระบุชื่อสินค้าตามที่จดทะเบียนไว้
10. การลงบันทึกทะเบียนและการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและผู้ขอจดทะเบียนจะกระทำโดยหน่วยงานภายในคณะกรรมาธิการฯ ณ กรุงบรัสเซลส์
11. การยื่นขอแก้ไขข้อกำหนดประเภทสินค้าจะเป็นไปได้ต่อเมื่อผู้จดทะเบียบได้ให้เหตุผลที่ชอบธรรมทางเศรษฐกิจ โดยการกรอกแบบฟอร์มที่ปรากฏในภาคผนวก VI ซึ่งในกรณีที่มาจากกลุ่มผู้ยื่นขอในประเทศ่ที่สามนั้น การขอแก้ไขต้องแจ้งต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยตรงหรือผ่านหน่วยงานรับผิดชอบของประเทศที่สามนั้นๆ
12. หน่วยงานประเทศสมาชิกฯ ที่ได้รับมอบหมายหน้าควบคุมการปฏิบัติตามเงื่อนไขและตรวจตราสินค้าก่อนการออกวางจำหน่ายในตลาดต้องแจ้งรายชื่อ และที่อยู่ของผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองให้ประเทศสมาชิกฯ ทราบเพื่อการเผยแพร่ระหว่างประเทศสมาชิกฯ และคณะกรรมาธิการฯ อนึ่ง การควบคุมตรวจตราสินค้านำเข้าก่อนการว่างจำหน่ายในตลาดสหภาพฯ ต้องผ่านขั้นตอนการรับรองโดยหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายโดยประเทศที่สามผู้ส่งออกสินค้าดังกล่าวอย่างน้อยหนึ่งองค์กรและ/หรือการให้คำรับรองจากหน่วยงานที่สามารถออกใบรับรองอย่างน้อยหนึ่งราย ทั้งนี้ หน่วยงานที่ให้คำรับรอง ทั้งในประเทศสมาชิกฯ และประเทศที่สามต้องได้รับมาตรฐาน EN 45011 หรือ ISO/IEC Guide 65
13. คณะกรรมาธิการฯ สามารถยกเลิกการขอใช้ชื่อได้ต่อเมื่อหน่วยงานรับผิดชอบที่อ้างถึงในข้อ 12 ไม่มีการแจ้งชื่อที่อยู่ผู้ผลิตเป็นเวลา 5 ปีหลังจากการแจ้งครั้งแรก
14. กำหนดมาตรการช่วงปรับเปลี่ยน ดังนี้
14.1 เงื่อนไขข้อ 1 ถึง 4 จะมีผลบังคับใช้ต่อเมื่อไม่มีการยื่นขอคัดค้านการจดทะเบียนก่อนวันที่ประกาศใช้ระเบียบฉบับนี้
14.2 เงื่อนไขว่าด้วยการจดทะเบียนและการขอแก้ไขข้อมูลตามข้อ 6 7 และ 11 จะบังคับใช้สำหรับคำยื่นขอที่คณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบก่อนวันที่ 19 เมษายน 2549
14.3 คณะกรรมาธิการฯ จะรับทราบคำคัดค้านตามข้อ 8 ที่เริ่มขั้นตอนการยื่นในช่วงระยะเวลา 6 เดือนหลังการประกาศใช้ระเบียบฉบับนี้
14.4 หากระยะเวลาในการยื่นคำคัดค้านยังคงมีผลอยู่ก่อนวันที่ประกาศใช้ระเบียบนี้ คำคัดค้านนั้นจะมีผลนำไปใช้ประกอบการพิจารณา
14.5 การติดฉลากและการใช้ถ้อยคำตามข้อ 9 ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 เป็นอย่างช้า
15. ประกาศยกเลิกข้อบังคับที่ 1848/93
อนึ่ง ระบบการจดทะเบียนเป็นระบบที่นำมาใช้โดยความสมัครใจและเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสินค้าจากประเทศที่สามสามารถใช้ประโยชน์จากการใช้ชื่อสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะได้ด้วย โดยที่ผู้ที่สนใจเข้า
ร่วมระบบจากประเทศที่สามสามารถยื่นขอใช้ชื่อโดยตรงต่อคณะกรรมาธิการฯ หรือผ่านหน่วยงานรับผิดชอบของประเทศตน ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการยื่นขอและขั้นตอนการตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขจะไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างสินค้านำเข้าและสินค้าที่ผลิตภายในสหภาพฯ แต่อย่างใด |