|
EU และเกาหลีใต้ได้เจรจาความตกลงเจตการค้าเสรี หรือ Free Trade Agreement FTA รอบที่ 3 เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 50 ณ กรุงบรัสเซลส์ มีนาย Kim Ham-soo เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายเกาหลีใต้ และนาย Ignacio Gracia Bercero เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่าย EU ซึ่งการเจรจารอบนี้มีข้อเสนอที่ยังตกลงกันไม่ได้อยู่หลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขายานยนต์ และฝ่าย EU เรียกร้องให้เกาหลีใต้ยื่นข้อเสนอที่เปิดเสรีสำหรับสินค้า EU มากขึ้น
ควบคู่ไปกับการเจรจารอบที่ 3 ดังกล่าว สถาบัน Korean International trade Association (KITA) ได้ร่วมกับสถาบันวิจัย Centre for European Policy Studies ของยุโรป จัดงานสัมมนาทางวิชาการเรื่อง The EU-Korea FTA: Challenge and Opportunities ณ กรุงบรัสเซลส์ โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน/ธุรกิจ และภาควิชาการของทั้งฝ่ายเกาหลีใต้ ที่เดินทางมาร่วมกับคณะเจรจาฯ ของเกาหลีใต้ และผู้แทนจาก EU เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในการประเด็นเกี่ยวกับการเจรจา FTA ดังกล่าว ซึ่งทีมงานไทยยุโรป.เน็ตได้มีโอกาสเข้าร่วมในงานสัมมนาดังกล่าวและสะสมเกร็ดเรื่อง EU-เกาหลีใต้ FTA มาฝาก ดังนี้
EU-Korea FTA
EU ได้ตกลงเปิดการเจรจา FTA กับเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการเมื่อ 6 พ.ค. 50 เจรจารอบแรกไปเมื่อ 11 พ.ค. 50 และเจรจารอบที่ 2 เมื่อ 16 ก.ค. 50 โดยในระหว่างการเจรจารอบที่ 2 EU ได้ยื่นข้อเสนอ โดยจะยอมเปิดตลาดยุโรปโดยการลดและยกเลิกอัตราภาษีให้แก่สินค้าอุตสาหกรรมจากเกาหลีใต้ทั้งหมดให้เป็น 0% ภายใน 7 ปี โดย 80% ของสินค้าอุตสาหกรรมเกาหลีใต้จะได้รับยกเลิกภาษีเป็น 0% ภายใน 3 ปีแรกหลังจากความตกลง FTA เริ่มบังคับใช้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ EU ยื่นข้อเสนอที่สูง (ambitious) ดังกล่าวในการเจรจา FTA แบบทวิภาคี โดย EU หวังจะได้ประโยชน์จากการเข้าตลาดเกาหลีใต้ในสาขาหลัก ได้แก่ ยานยนต์ สินค้าอุตสาหกรรม การให้บริการทางธุรกิจ (business services) และเน้นส่งเสริมนักลงทุนยุโรปเข้าไปลงทุนในเกาหลีใต้
อย่างไรก็ดี ในระหว่างการเจรจารอบที่ 3 ครั้งนี้ ฝ่าย EU ไม่พอใจข้อเสนอของฝ่ายเกาหลีใต้เท่าที่ควร โดยฝ่าย EU อ้างว่าข้อเสนอที่แก้ไขใหม่ของฝ่ายเกาหลีใต้ เสนอให้มีการยกเลิกภาษีนำเข้าภายใน 3 ปี สำหรับสินค้า 68 % จาก EU จากข้อเสนอเดิมที่เคยเสนอไว้ในการเจรจารอบที่ 2 คือ 63 %
เสียงจากภาควิชาการ
EU-เกาหลีใต้เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของกันและกัน EU เป็นคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 2 ของเกาหลีใต้ (78.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) และเกาหลีใต้เป็นคู้ค้าสำคัญลำดับที่ 4 ของ EU (60.8 พันล้านยูโร) และ EU ลงทุนในเกาหลีใต้อันดับสูงสุด (40.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) (มากกว่าสหรัฐฯ และญี่ปุ่น) และเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนใน EU มากเช่นกัน (11.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยเฉพาะในยุโรปตะวันออก
รายงานผลการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการยุโรปเรื่อง Economic Impact of a Potential FTA between the European and South Korea จัดทำโดย Copenhagen Economics ชี้ว่า FTA EU-เกาหลีใต้จะเพิ่มปริมาณการค้า/การส่งออกระหว่าง EU-เกาหลีใต้ได้ถึง 30-40 % สำหรับ EU FTA นี้เป็นการเปิดตลาดให้แก่สินค้าคุณภาพจากยุโรปสู่ตลาดขนาดใหญ่ในเกาลีใต้ และ EU จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากการเปิดเสรีภาคบริการ สำหรับเกาหลีใต้ น่าจะได้รับประโยชน์มากในด้าน manufacturing โดยเฉพาะยานยนต์ และโอกาสในการเข้าตลาดธุรกิจบริการใน EU
นอกจากนั้น การศึกษาวิจัยที่จัดทำโดยสถาบันวิจัย Centre for European Policy Studies แก่คณะกรรมธิการยุโรป ชี้ว่าการเปิดเสรีสินค้าอุตสาหกรรมสำหรับทั้งเกาหลีใต้และ EU มีความสำคัญกว่าการเปิดเสรีสินค้าเกษตร ในขณะที่การเปิดเสรีด้านบริการนั้นมีความสำคัญที่สุด ที่สำคัญ EU จะได้ดุลการค้ากับเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาบริการ และจะได้ดุลในอุตสาหกรรมสาขาหลักอื่นๆ ด้วย ยกเว้นยานยนต์และชิ้นส่วน และสิ่งทอ
นักเศรษฐศาสตร์เกาหลีใต้ จาก Korea Institute for International Economic Policy เสนอผลการศึกษาจากมุมมองแบบเศรษฐศาสตร์มหภาค (macroeconomic) ของภาควิชาการเกาหลีใต้ว่า FTA ระหว่าง EU-เกาหลีใต้จะช่วยเอื้อผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยเสริมผลประโยชน์ที่ได้จาก FTA ระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ที่ได้จัดทำไปแล้ว โดยคาดว่า EU-เกาหลีใต้ FTA จะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth rate of real GDP) ให้แก่เกาหลีใต้ได้มากถึง 1.6% ต่อยอดจากการเจริญเติบโตที่จะได้จาก US-Korea FTA
นอกจากนั้น EU-เกาหลีใต้ FTA จะเพิ่มการแข่งขันในตลาดเกาหลีใต้ระหว่างสินค้าเข้าจากประเทศคู่ค้าหลักของเกาหลีใต้ โดยอาจมีการนำเข้าจาก EU มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลให้เป็นการลดการนำเข้าจากญี่ปุ่น (ที่แต่เดิมเกาหลีใต้ขาดดุลการค้าจากญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก) ทั้งนี้ ผู้แทนจากคณะผู้แทนญี่ปุ่นประจำสหภาพยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ก็แสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการค้าต่อญี่ปุ่นที่อาจเกิดจาก EU-เกาหลีใต้ FTA
เสียงจากภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรม
ภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรมเกาหลีใต้มีความพร้อมและต้องการในการเดินหน้าการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรปอย่างมาก จากการทำแบบสำรวจในหมู่นักธุรกิจเกาหลีใต้ (256 บริษัท) ปรากฏว่า เห็นด้วยอย่างมากให้มี EU-เกาหลีใต้ FTA 17.9 % เห็นด้วย 71% ไม่เห็นด้วย 10.2% และไม่เห็นด้วยอย่างมาก 0.4% เหตุผลที่สนับสนุนคือต้องการเพิ่มการส่งออกมายัง EU 37.5% และต้องการลด NTBs 30.1% และต้องการเพิ่มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการลงทุน 29.3%
เมื่อปี 2549 ได้มีการจัดตั้ง FTA Industry Alliance ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน/อุตสาหกรรม และภาควิชาการ เพื่อให้การสนับสนุนด้านข้อมูล การทำงานวิจัย และการกำหนดท่าทีของเกาหลีใต้ในการเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้าต่างๆ ที่ผ่านมา Industry Alliance ให้การสนับสนุนการเจรจา FTA ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ และมีบทบาทสำคัญในการป้อนข้อมูลสำหรับการเจรจา FTA กับ EU ด้วย
FTA Industry Alliance ประกอบด้วยองค์กรหลัก 6 องค์กรได้แก่ Korea International Trade Association (KITA) Korea Chamber of Commerce and Industry (KCCI) Federation of Korean Industries (FKI) Korea Federation of Small and Medium Business (KFSB) National Agricultural Cooperative Federation (NACF) Korea Federation of Banks (KFB) และสมาคมการค้ารายสาขาและสถาบันวิจัยอีกกว่า 30 สมาคม/สถาบัน
ในส่วนของการเจรจาเพื่อลด Non-Tariff Barriers (NTBs) ระหว่างกันสองฝ่าย ประเด็นที่ภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรมเกาหลีใต้มองว่าเป็นปัญหาในระหว่างการเจรจา FTA กับ EU ได้แก่ การที่ EU และสหรัฐฯ พยายามแข่งขันกันในการสร้างมาตรฐานของตนให้เป็นมาตรฐานระดับนานาชาติ (standardisation) ทำให้เกิดความซับซ้อนและเป็น NTBs แก่ภาคเอกชนเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก อาทิ สำหรับการส่งออกรถยนต์มายังตลาด EU และสหรัฐฯ ฝ่าย EU ขอให้เกาหลีใต้ยอมรับมาตรฐานที่เรียกว่า United Nations Economic Commission for Europe (UNECE) แต่ในขณะที่ สหรัฐฯ ใช้มาตรฐาน Federal Motor Vehicle Safety Standards และแคนาดาใช้มาตรฐาน Canada Motor Vehicle Safety Standards จึงอาจเป็นการยากที่เกาหลีใต้จะยอมรับข้อเรียกร้องดังกล่าวของ EU นอกจากนั้น ฝ่าย EU ยังไม่พอใจเกี่ยวกับมาตรฐานต่างๆ ของเกาหลีใต้ และต้องการให้เกาหลีใต้ปรับปรุงมาตรฐานของเกาหลีใต้ทั้งระบบผ่านการเจรจา EU-Korea FTA ซึ่งภาคธุรกิจเกาหลีใต้เองก็ย้ำว่าตนมีมาตรฐานเฉพาะที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศตนเอง จึงอาจเป็นการยากที่จะให้มีการปรับเปลี่ยนทั้งระบบแบบที่ EU ต้องการ
การเจรจาระหว่าง EU กับเกาหลีใต้น่าจะสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในสิ้นปี 2550 และอาเซียน รวมทั้งไทย น่าจะเป็นคู่เจรจา FTA รายต่อไปของ EU ซึ่งคาดว่าการเจรจา FTA ระหว่าง EU-ASEAN น่าเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้ ทั้งนี้ ท่าทีของ EU ในการเจรจากับอาเซียนในบางประเด็นจะไม่ต่างกันการเจรจากับเกาหลีใต้มากนัก โดยเน้นว่าจะเป็น FTA แบบสมบูรณ์ครอบคลุมการเปิดเสรีในด้านสินค้า บริการ และการลงทุน และเน้นการลดมาตรการ NTBs ซึ่งทีมประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์กำลังจับตาความคืบหน้าอยู่อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี กรณีอาซียนยังมีข้อติดขัดเรื่องรูปแบบของการเจรจาว่าเป็นจะเป็น region-to-region ได้หรือไม่ เนื่องจากลาว กัมพูชา และพม่า ยังมีระดับการพัฒนาที่ต่างจากประเทศอาเซียนอื่นๆ อยู่มาก และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปบางประเทศยังมีท่าทีขัดขวางการมีส่วนร่วมของพม่าใน EU-ASEAN FTA เนื่องจากประเด็นทางการเมือง
Related Items:
- Food miles แนวทางใหม่ในการปกป้องสินค้าอาหารที่ผลิตได้ภายในสหภาพยุโรป
- EU เปิดการเจรจา FTA กับเกาหลีใต้
- EU เปิดการเจรจา FTA กับเกาหลีใต้
- EU เปิดการเจรจา FTA กับอินเดีย
- FTA Series: คืบหน้าล่าสุดเขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรป
|