ประสบการณ์ตรงจากนักเรียนทุน Erasmus Mundus ปี 2549/2550 Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 24 July 2007

ทีมงานไทยยุโรป.เน็ตขอนำเสนอเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของนักศึกษาไทยที่ได้รับทุน Erasmus Mundus ปีการศึกษา 2549/2550 จึงนำบทความของนักศึกษาผู้นี้มาลงในหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปแก่นักศึกษาไทยที่สนใจจะขอทุนเรียนต่อในประเทศยุโรปทั้งหมดแบบละเอียด เอาแบบไม่เม้มเลยนะค่ะ ดังนี้ค่ะ

...

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ “พรรณพร อัชวรานนท์” ชื่อเล่น “แจน” ค่ะ ได้รับทุน Erasmus Mundus ประจำปี 2549/2550 (ตุลาคม 2549 – มกราคม 2551) สาขาวิชา Euroculture

วินาทีแรกที่ได้มีโอกาสรู้จักทุน Erasmus Mundus

ความสนใจที่จะสมัครทุนนี้เริ่มมาตั้งแต่เมื่อกลางปี 2548 หลังจากที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกอบกับมีความชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมของยุโรปอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น จึงได้ตัดสินใจที่จะมาศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ยุโรป แต่ในใจก็อยากจะลองสอบชิงทุนมา เนื่องจากไม่อยากรบกวนทางบ้าน ณ เวลานั้นทุน Erasmus Mundus ยังถือว่าใหม่มากสำหรับนักเรียนไทย (เมื่อเทียบกับในปัจจุบัน) เนื่องจากยังอยู่ในช่วงไม่กี่ปีที่เริ่มประกาศ (ดิฉันเป็นรุ่นที่สาม) โดยเริ่มแรกรับทราบข่าวจากป้ายประกาศที่มหาวิทยาลัยและอ่านจากนิตยสารการศึกษา อาทิ วัฏจักรการศึกษา หลังจากนั้นจึงได้เปิดเว็บไซต์ของทุน Erasmus Mundus ดูสาขาที่สนใจ แล้วเตรียมตัวไปสอบ IELTS หรือ TOEFL ให้ผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ พร้อมกันนี้ก็เริ่มเขียน Letter of Motivation บอกเล่าประสบการณ์การเรียนและการทำงานพร้อมทั้งความตั้งใจและความมุ่งหวังในการเล่าเรียนสาขาวิชานั้นๆ เมื่อรวบรวมเอกสารครบหมดทุกอย่างตามที่มหาวิทยาลัยขอ (ขอแนะนำว่าให้ส่งเอกสารทุกอย่างที่ทางมหาวิทยาลัยขอ เพราะจะทำให้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกมากขึ้น) ก็ส่งไปที่มหาวิทยาลัยผู้ประสานงานหรือตามที่อยู่ที่เว็บไซต์ได้แจ้งไว้ กระบวนการดังกล่าวจะต้องทำก่อนถึงวันกำหนดส่ง (เริ่มประกาศรับสมัครตั้งแต่ประมาณพฤศจิกายนของแต่ละปีและมักจะหมดกำหนดส่งประมาณปลายเดือนธันวาคมถึงต้นปีซึ่งจะมีกำหนดเวลาที่ไม่เหมือนกันตามแต่ละสาขาวิชาที่ประกาศไว้) หลังจากนั้นจะมีอีเมล์และจดหมายตอบรับการได้เข้าเรียนส่งมาให้ ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคมของแต่ละปีการศึกษา โดยระบุว่าได้รับเลือกจากมหาวิทยาลัยแล้วแต่ต้องรออีกประมาณสองอาทิตย์เพื่อให้คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ซึ่งเป็นเจ้าของเงินตัวจริงรับรองการให้ทุนเสียก่อนจึงจะครบถ้วนกระบวนการให้ทุน ตอนนี้ขอสารภาพว่าเป็นตอนที่ถ้าไม่มีใครมาแนะนำมาก่อนอาจทำให้หลายๆ คนที่ได้รับการตอบรับเบื้องต้นรู้สึกไม่แน่นอนกับผลที่ได้รับ แต่จากประสบการณ์ขอบอกว่าการได้รับการตอบรับเบื้องต้นจากมหาวิทยาลัยก็ค่อนข้างถือว่าได้รับทุนไปแล้วเพราะโดยส่วนมากนักศึกษาไทยมักจะไม่ค่อยมีปัญหาตรงนี้เท่าไร หลังจากนี้ก็เตรียมตัวจัดกระเป๋ากับขอวีซ่าได้เลยค่ะ

เตรียมตัวก่อนบินไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ขอบอกไว้ก่อนเลยนะค่ะว่าหลังจากที่ทางมหาวิทยาลัยผู้ประสานงานได้ติดต่อมาว่าเราได้รับทุนเบื้องต้นและมีการรับรองจากคณะกรรมาธิการยุโรปเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปถ้าเรามีอะไรสงสัยให้ติดต่อกับมหาวิทยาลัยผู้ประสานงานและมหาวิทยาลัยแรกของเราเพียงเท่านั้นเพราะหากเราติดต่อไปที่คณะกรรมาธิการยุโรป ทางนั้นจะไม่สามารถให้คำตอบเราเกี่ยวกับการเรียนแต่ละที่ได้

กระบวนการต่อไปคือการไปขอวีซ่าที่สถานทูตต่างๆ ตามประเทศที่ระบุมาว่าเราได้รับเข้าศึกษา ก่อนจะไปทำวีซ่าได้นั้นทางมหาวิทยาลัยแรกที่เราจะไปเรียนจะส่งเอกสารการตอบรับ (Acceptance Letter) มาให้ ขอแนะนำว่าเมื่อรู้ว่าได้รับทุนแล้ว ให้ไปติดต่อกับสถานทูตนั้นๆให้เร็วที่สุด เนื่องจากระบบการออกวีซ่าของแต่ละประเทศใช้เวลามากน้อยต่างกัน หลายๆ ประเทศมักจะแจ้งว่าอย่างต่ำหนึ่งถึงสามอาทิตย์ โดยหากนักศึกษาไม่รีบไปขอ อาจเตรียมการไม่ทันได้ สิทธิประโยชน์ที่ Erasmus Mundus จะจัดการให้คือนักศึกษาที่ได้รับทุนไม่ต้องเสียค่าวีซ่าเดินทางเข้าประเทศนั้นๆ (ส่วนใหญ่ในยุโรป) ดังนั้นเมื่อไปขอ อย่าลืมอ้างสิทธิ์ของเรานะค่ะ สำคัญมาก

ขั้นต่อไปคือการรีบจองตั๋วเครื่องบิน เพราะในช่วงนั้น (กันยายน-ตุลาคม) เป็นช่วงที่นักเรียนไทยเดินทางไปเรียนต่อทั่วโลกกันมาก ดังนั้นควรอุ่นใจไว้ก่อนด้วยการจองตั๋วไว้แต่เนิ่นๆจะเป็นการดีกว่าค่ะ

ได้กล่าวถึงสิทธิประโยชน์ไปแล้ว อีกประการที่ทางคณะกรรมาธิการยุโรปจะจัดไว้ให้คือการทำประกันชีวิต สามารถเก็บไว้ใช้ได้ตลอดระยะเวลาที่เราไปเรียน ซึ่งโดยทั่วไปนักเรียน นักศึกษาต่างชาติจะต้องทำก่อนไปเรียนในยุโรป แต่สำหรับนักศึกษาทุน Erasmus Mundus มหาวิทยาลัยผู้ประสานงานจะจัดส่งเอกสารเหล่านี้มาให้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง

ขั้นต่อไปแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนคือ การแนะนำให้ไปทำบัตรนักศึกษา ISIC Card: International Student Identity Card เพราะจะเป็นประโยชน์ในแง่ที่ใช้เป็นส่วนลดได้เวลาเดินทางและเข้าชมพิพิธพันธ์ต่างๆ และที่สำคัญนำมาใช้เป็นบัตรประจำตัวนักเรียนได้ในช่วงที่ยังไม่ได้รับบัตรนักเรียนตัวจริงจากทางมหาวิทยาลัยและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือบัตรดังกล่าวได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในประเทศยุโรปค่ะ

อีกเรื่องที่มีความสำคัญคือการให้ทุน โดยคณะกรรมาธิการจะจัดสรรทุนให้เมื่อเราได้ไปลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยแรกแล้ว ดังนั้นนักศึกษาที่ได้รับทุนจึงต้องเตรียมตัวสำรองจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าที่พักและค่ากินอยู่ในช่วงเริ่มแรกไปก่อน

ต่อไปคือการเตรียมตัวตนเองเพื่อไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆโดยศึกษาสภาพของประเทศและเมืองที่จะไปล่วงหน้า พร้อมทั้งจัดเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับฤดูกาล พึงระวังว่าฤดูหนาวในยุโรปนั้นมีอากาศที่หนาว-หนาวจัด (ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ) จึงขอแนะนำให้เตรียมตัวให้ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้ระลึกด้วยว่านักศึกษาทุน Erasmus Mundus จะต้องเดินทางบ่อย โดยอย่างต่ำคือสองประเทศดังนั้นไม่ควรนำของมาเยอะเพราะจะเกิดความลำบากในการเดินทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องไปประเทศยุโรปตอนใต้ อาทิ อิตาลี สเปน ฯลฯ ไม่ควรนำกระเป๋าไปหลายใบเพราะจะเป็นที่ล่อแหลมให้กับพวกฉกชิงวิ่งราวได้ นอกจากนั้นการเตรียมตัวเรียนภาษาของประเทศที่จะไป ก็เป็นอีกประการที่ต้องเตรียมตัวเช่นกัน โดยปกติแล้วทางมหาวิทยาลัยที่ไปเรียนจะมีคอร์สภาษาเตรียมไว้ให้

ระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยในยุโรป

ตามปกติแล้วสาขานี้จะให้เลือกเรียนมหาวิทยาลัยสองแห่ง โดยดิฉันเลือกเรียนเทอมแรกที่ Georg-August-Universität Göttingen ที่เมือง Göttingen ประเทศเยอรมนี และ เทอมที่สองที่ Uppsala Universitet ที่เมือง Uppsala ประเทศสวีเดนค่ะ แต่เนื่องจากทุนนี้เป็นทุนเรียน 16 เดือน (หนึ่งปีสี่เดือน) ประกอบกับแต่ละมหาวิทยาลัยในยุโรปมีการจัดแบ่งระบบการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนกัน ในกรณีของดิฉันจึงมีการแบ่งเป็นสามเทอม โดยเทอมแรกไปเรียนที่ประเทศเยอรมนี 4 เดือน (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 – มกราคม 2550) แล้วจึงย้ายไปเรียนที่สวีเดน อีก 5 เดือน(มกราคม- พฤษภาคม 2550) หลังจากนั้น เครือข่ายการศึกษาของ Euroculture (รวมแปดมหาวิทยาลัยทั่วยุโรป) มีการจัด Intensive Program (IP) ในทุกปีของเดือนมิถุนายน โดยในปีนี้ จัดขึ้นที่ Université Marc Bloch เมือง Strasbourg ประเทศฝรั่งเศส โดยมีการนำเสนอบทความที่นักศึกษาแต่ละคนได้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Euroculture และมีกิจกรรมร่วมกัน ทั้งทางด้านวิชาการและสันทนาการเป็นเวลาสองอาทิตย์ หลังจากนั้นจึงเป็นช่วงการฝึกงาน ซึ่งมหาวิทยาลัยผู้ประสานงานได้กำหนดไว้ว่า ให้ฝึกงานไม่ต่ำกว่า 10 อาทิตย์ (สามารถเลือกได้ระหว่างช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน) จากนั้นจึงเป็นการเริ่มต้นเทอมที่สามซึ่งเป็นเทอมของการเขียนวิทยานิพนธ์เท่านั้น โดยในส่วนของดิฉันนั้นจะต้องกลับไปเขียนที่มหาวิทยาลัยแรกคือที่ประเทศเยอรมนีและอยู่เขียนวิทยานิพนธ์ที่นั่นจนจบการศึกษา

ระบบการเรียนปริญญาโทที่ประเทศเยอรมนีและสวีเดนนั้นค่อนข้างจะแตกต่างกัน โดยที่ Georg-August-Universität Göttingen ที่เมือง Göttingen ประเทศเยอรมนี จะเน้นการเรียนในลักษณะสัมมนาทุกวันทั้งสัปดาห์ นักศึกษาทุกคนต้องอ่านหนังสือค้นคว้าและมีการสัมมนาที่เราจะต้องแสดงความคิดเห็นและมีการนำเสนอรายงานตลอดภาคการศึกษาแทนการนั่งทำข้อสอบในห้องที่เมืองไทย การคำนวณระบบเกรดก็แตกต่างไปจากเมืองไทย โดยมีการนับเกรด ว่า 1.0 คือดีที่สุด (A) จนถึง 6.0 (F) นับเรียงลงมา ในขณะที่ Uppsala Universitet ที่เมือง Uppsala ประเทศสวีเดน จะเน้นการศึกษาเล่าเรียนด้วยตนเอง (Self study) โดยจะมีการเรียนเพียงไม่กี่วันในหนึ่งสัปดาห์ เวลาที่เหลือจะเน้นให้นักศึกษาเข้าห้องสมุดไปศึกษาค้นคว้าทำรายงานและนำเสนอรายงานหน้าห้องเรียนเช่นเดียวกัน ส่วนเกรดที่ได้กล่าวว่าแตกต่างออกไปคือจะมี VG (Excellent) และ U (Fail) ซึ่งการวัดระดับการเรียนที่นี่จะมีมาตรฐานสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปอื่นๆ โดยการเรียนทั้งสองแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดที่ได้เรียนรู้คือวัฒนธรรมต่างๆ แบบลึกซึ้งของประเทศเหล่านี้ที่เราได้มีโอกาสไปสัมผัส (ถึงแม้ไม่ได้เรียน Euroculture แต่เชื่อว่านักศึกษาทุน Erasmus Mundus ทุกคนจะได้รับ)

โดยทั่วๆไปก็คงมีเรื่องราวแต่เพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษารุ่นต่อๆไปเป็นอย่างดี เนื่องจากในสมัยที่ดิฉันได้ทุนนั้น ก็ต้องศึกษาจากการลองผิดลองถูกเอง ไม่ได้มีใครมาบอกหรือแนะนำอย่างนี้(เพราะเป็นรุ่นแรกๆ) อย่างไรก็ตามหากมีผู้สนใจอยากถามเกี่ยวกับทุน Erasmus Mundus ทั่วๆไปหรือ สาขาที่เรียน Euroculture ก็สามารถติดต่อได้โดยตรงนะค่ะ ที่ ยินดีไขข้อสงสัยให้กับทุกคนค่ะ โชคดีนะค่ะ

นี่เป็นภาคแรกนะค่ะ อดใจรอสักครู่หนึ่ง ดิฉันจะกลับมาเล่าประสบการณ์ภาคสองซึ่งเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของนักศึกษาไทยในยุโรป อัธยาศัยของผู้คนท้องถิ่น อะไรที่ควรทำและไม่ควรทำ ฯลฯ แล้วพบกันคราวต่อไปค่ะ

แจน (พรรณพร อัชวรานนท์) e-mail:

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. EC Delegation เชิญร่วมงานนิทรรศการศึกษาต่อในยุโรปปี 51 EHEF2008
  2. EU เชิญชวนนักศึกษาไทยสมัครทุน Erasmus Mundus
  3. การบรรยายและประชาสัมพันธ์เรื่องทุนการศึกษา Erasmus Mundus ในประเทศไทย
  4. ความคืบหน้าโครงการ Erasmus Mundus ประจำปีการศึกษา 50-51
  5. ความคืบหน้าล่าสุด ทุน Erasmus Mundus II ประจำปี 2552-2556
Last Updated ( Thursday, 20 September 2007 )
host by colorpack.net