กฎระเบียบสินค้าเกษตรอินทรีย์ฉบับใหม่ของอียู Print E-mail
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป   
Wednesday, 11 July 2007

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ได้ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการส่งเสริมการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร-อาหารอินทรีย์ของสหภาพยุโรป (EU) ล่าสุด EU ได้ออกกฎระเบียบใหม่สำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ ที่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป มีรายละเอียดน่าสนใจที่เกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารอินทรีย์ไทยควรจับตา ดังนี้

1.เมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2550 คณะมนตรีเกษตรของ EU ได้อนุมัติข้อเสนอการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบหลักเกี่ยวกับการผลิตและติดฉลากสินค้าเกษตรอินทรีย์ใหม่ เพื่อใช้แทนกฎระเบียบเดิม (Regulation EEC/2092/91 on organic production and labelling of organic products) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาด EU ได้ดีขึ้น และทำให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ได้สะดวกมากขึ้น

2.ข้อเสนอของกฎระเบียบใหม่จะกำหนดหลักการ เป้าหมาย กฎระเบียบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ และการทำฟาร์มอินทรีย์ที่ชัดเจนมากขึ้น และมีการปรับใช้หลักการและเป้าหมายในทุกขั้นตอนและกระบวนการผลิต โดยรวมถึงสินค้าปศุสัตว์ สัตว์น้ำเพาะเลี้ยง พืช อาหารสัตว์ และอาหารอินทรีย์ทั้งหมดการกำหนดการใช้เครื่องหมายและการติดฉลากเกษตรอินทรีย์ การกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ กฎระเบียบใหม่ จะรวมถึงการเพิ่มเติมกฎระเบียบเกี่ยวกับสัตว์น้ำเพาะเลี้ยง ไวน์ สาหร่ายและเชื้อหมักอินทรีย์ (yeast) ด้วย

3. แนวทางหรือสาระสำคัญเกี่ยวกับการปรับใช้กฎระเบียบการผลิตอินทรีย์ใหม่ ที่กรรมาธิการยุโรปได้เสนอไว้ ได้แก่

• การกำหนด หลักการ เป้าหมาย กฎระเบียบการผลิตสำหรับการทำฟาร์มอินทรีย์ที่ชัดเจนมากขึ้น และมีการปรับใช้หลักการและเป้าหมายในทุกขั้นตอนและกระบวนการผลิต โดยรวมถึงสินค้าปศุสัตว์ สัตว์น้ำเพาะเลี้ยง พืช อาหารสัตว์ และอาหารอินทรีย์ทั้งหมด

• การทำให้กฎระเบียบเกี่ยวกับ GMO กระจ่างชัดมากขึ้น โดยเฉพาะ ยังคงห้ามใช้สินค้า GMO ในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ ระดับการกำหนดทั่วไปของการปนเปื้อนอย่างไม่ได้ตั้งใจของ GMO ที่ได้รับอนุญาตเท่ากับ 0.9% จะนำมาปรับใช้กับสินค้าอาหารอินทรีย์ด้วย (แม้ว่าบางประเทศสมาชิกได้เรียกร้องและต้องการให้กำหนดไว้ที่ 0.1% เท่านั้น)

• การกำหนดการใช้เครื่องหมายหรือโลโก้เกษตรอินทรีย์ของ EU ทั้งนี้ ยังคงสามารถใช้ควบคู่กับเครื่องหมายภายในประเทศสมาชิกหรือของภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมแนวคิดร่วมเกี่ยวกับการผลิตอินทรีย์ และไม่มีการห้ามมาตรฐานของเอกชนที่มีมาตรการที่เข้มงวดมากกว่า

• การติดฉลากอาหารอินทรีย์สามารถกระทำได้ เมื่อมีส่วนประกอบอินทรีย์มากกว่า 95% และอนุญาตให้สินค้าที่ไม่ใช่อินทรีย์ สามารถระบุส่วนผสมอินทรีย์บนรายการส่วนผสมอาหารเท่านั้น

• กฎระเบียบใหม่นี้ ยังไม่รวมถึงสถานประกอบการจำหน่ายอาหาร โดยแต่ละประเทศสมาชิกสามารถกำหนดกฎระเบียบเองได้ ทั้งนี้ EU จะมีการทบทวนในเรื่องดังกล่าวในระดับ EU อีกครั้งในปี 2554

• การกำหนดการควบคุมเพิ่มเติมโดยใช้ฐานความเสี่ยงมาปรับใช้ โดยทำให้อยู่ในแนวเดียวกับระบบการควบคุมอาหารและอาหารสัตว์อย่างเป็นทางการของ EU แต่ยังคงการควบคุมเฉพาะที่ใช้ในการผลิตสินค้าเกษตร-อาหารอินทรีย์

• กำหนดระบบการนำเข้าอย่างถาวรขึ้นใหม่ โดยอนุญาตให้ประเทศที่สามสามารถส่งออกมายังตลาด EU ได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันกับผู้ผลิตของ EU

• กำหนดการระบุแหล่งที่มา ซึ่งสินค้าอินทรีย์ได้มีการผลิต รวมถึงสินค้านำเข้าที่ใช้เครื่องหมายเกษตรอินทรีย์ของ EU

•กำหนดกฎระเบียบเพิ่มเติมว่าด้วยเรื่อง สัตว์น้ำเพาะเลี้ยง ไวน์ สาหร่าย และเชื้อหมักอินทรีย์

•กำหนดให้การขออนุญาตใช้สารใหม่ๆ เป็นไปอย่างเปิดเผย (ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายการสารที่ใช้ในการผลิตอินทรีย์)

กฎระเบียบใหม่ของ EU Council Regulation (EC) No 834/2007 of 28 June 2007on organic production and labelling of organic products and repealing Regulation (EEC) No 2092/91ได้ผ่านความเห็นชอบตามกระบวนการของ EU แล้ว คณะมนตรียุโรปได้เห็นชอบเมื่อ 28 ก.ค. 2550 และได้ลงใน Official Journal (OJ) แล้วเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2550 โดยกฎระเบียบดังกล่าวจะสามารถเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอของกฎระเบียบได้จากที่นี่ และดู Official Journal ที่นี่




Reddit! livescore Mixx! Web design Google! Free site builder Facebook! Yahoo! health

Last Updated ( Thursday, 02 August 2007 )

 


 

ThaiEurope

 


Monitor EU Environment Regulations

RSS กรุงเทพธุรกิจ

useCacheLite(true, $LitePath, $cacheDir, $cachetime); if ( empty($cachetime) ) { $rssDoc->disableCache(); } $rssDoc->loadRSS( $url ); $totalChannels = $rssDoc->getChannelCount(); for ($i = 0; $i < $totalChannels; $i++) { $currChannel =& $rssDoc->getChannel($i); $totalItems = $rowcount; if ($currChannel->getItemCount() < $rowcount) $totalItems = $currChannel->getItemCount(); if ($imagecount < 0) $imagecount = 0; if ($currChannel->getItemCount() < $imagecount ) $imagecount = $currChannel->getItemCount(); if ($imageuri != "") $imagecount = $currChannel->getItemCount(); if ($viewas=="column" && $tabletag==true) echo ""; if ($viewas=="list" && $ultag==true) { if ($imageuri != "") { echo "
    "; } else { echo "
      "; } } for ($j = 0; $j < $totalItems; $j++) { $currItem =& $currChannel->getItem($j); $txtNews = "getLink() . "\" target=\"". $target ."\" class=\"". $linkclass ."\">" .iconv('UTF-8', 'TIS-620',$currItem->getTitle()) . ""; if ($item_descr) { $txtNews .= "
      ".$currItem->getDescription(); } switch($viewas) { case "list": echo "
    • ".$txtNews."\n"; break; case "horz": if ($j <= ($imagecount - 1)) { echo "getLink(),$imageuri,$imagedir,$imageresize,$imagewidth,$imageheight) ."\" align=\"absmiddle\" width=\"".$imagewidth."\" height=\"".$imageheight."\">"; } else if ($imagealter != "") { echo ""; } echo $txtNews." "; break; case "column": if ($j % $columncount == 0) echo "
"; if ($imagealign == "center") echo ""; if ($j % $columncount == ($columncount -1)) echo "\n"; break; } } if ($viewas=="list" && $ultag==true) echo ""; if ($viewas=="column" && $tabletag==true) echo "
"; else echo ""; if ($j <= ($imagecount - 1)) { if ($imagealign == "center") echo "
"; echo "getLink(),$imageuri,$imagedir,$imageresize,$imagewidth,$imageheight) ."\" align=\"".$imagealign."\" width=\"".$imagewidth."\" height=\"".$imageheight."\">"; if ($imagealign == "center") echo "
"; } else if ($imagealter != "") { if ($imagealign == "center") echo "
"; echo ""; if ($imagealign == "center") echo "
"; } echo $txtNews; if ($imagealign == "center") echo "
"; echo "
"; } } ?>

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ