|
เนื่องด้วยระเบียบ REACH มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่1 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกของไทยที่ส่งสินค้าที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบไปยังสหภาพยุโรป ทางคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปจึงเสนอแนวทางเบื้องต้นในการเตรียมรับมือกับระเบียบ REACH
ระเบียบการจดทะเบียน ประเมิน และให้อนุญาตการใช้สารเคมี (Registration, Evaluation, Authorisation and Restriction of Chemicals - REACH) ซึ่งผ่านกระบวนการรับรองโดยสภายุโรปเมื่อเดือนธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา จะใช้เวลาอีก 11 ปีในการดำเนินการ กล่าวคือภายในปี 2561 บริษัทยุโรปที่ผลิตและนำเข้าสารเคมีตั้งแต่ 1 ตันต่อปีขึ้นไปต้องจดทะเบียนต่อหน่วยงานใหม่ของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ชื่อว่า Eีuropean Chemicals Agency (ECHA) ณ กรุงเฮลซิงกิ
ดังนั้น ผู้ส่งออกของไทยที่เป็นผู้ผลิตสารเคมีเพื่อส่งออกไปยัง EU จะต้องเตรียมจดทะเบียนสารเคมี สำหรับผู้ที่ใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปยัง EU จะต้องรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของสินค้าประเภทนั้นๆ ให้แก่บริษัทยุโรปที่นำเข้าสินค้าของตน เพื่อนำไปจดทะเบียนต่อไป ธุรกิจไทยที่ต้องการส่งออกสินค้ามายังสหภาพยุโรปจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบดังกล่าว พร้อมกับทำความเข้าใจกับบริษัทผู้นำเข้าในยุโรปว่าตนต้องเตรียมข้อมูลใดบ้าง
ช่วงเวลาหลักๆ ในการดำเนินการตามระเบียบ REACH มีดังนี้
1) ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 1 ธันวาคม 2551 - Pre-registration
บริษัทผู้ผลิตสารเคมีควรเตรียมจดทะเบียนล่วงหน้ากับ ECHA โดย EU กำหนดให้สารเคมีที่จัดอยู่ในประเภท phase-in substances ต้องได้รับการจดทะเบียน หรือสารเคมีใหม่ที่นำออกสู่ตลาดในยุโรปก่อนปี 2524 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดปัญหาในการส่งออกสารเคมีมายัง EU ทั้งนี้ ผู้ส่งออกนอก EU จะต้องแต่งตั้งตัวแทน (only representative) การจดทะเบียนล่วงหน้าจะทำให้บริษัทผู้ส่งออกสามารถติดต่อกับบริษัทอื่นที่ต้องการจดทะเบียนสารเคมีชนิดเดียวกันได้
2. ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2553 สารเคมีที่ผลิตและนำเข้ามายัง EU ตั้งแต่ 1000 ตันต่อปีขึ้นไปจะต้องได้รับการจดทะเบียน รวมทั้งสารที่เป็นพิษร้ายแรง (Carcinogens, Mutagens, Reproductive Toxicants) ตั้งแต่ 1 ตันต่อปีขึ้นไป และสารที่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำตั้งแต่ 100 ตันต่อปีขึ้นไป
3. ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2556
สารเคมีทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้ามายัง EU ตั้งแต่ 100 ตันต่อปีขึ้นไปต้องได้รับการจดทะเบียน
4. ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2561
สารเคมีทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้ามายัง EU ตั้งแต่ 1 ตันต่อปีขึ้นไปต้องได้รับการจดทะเบียน
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนจะได้รับการประกาศในเวบไซต์ของ ECHA ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไป
สารเคมีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน ได้แก่
1) สารที่มีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ น้ำ, ออกซิเจน, noble gases, cellulose pulp
2) สารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ได้แก่ แร่ธาตุ, cement clinker รวมทั้งสารที่อยู่ใน Annex IV และ V ของระเบียบ REACH
3) สารที่อยู่ในอาหารและเภสัชภัณฑ์ซึ่งมีระเบียบอื่นครอบคลุมอยู่แล้ว
4) สารเคมีที่เป็นของเสีย
5) สารเคมีที่เป็นโพลิเมอร์ แต่สารเคมีส่วนประกอบที่เป็นโมโนเมอร์ต้องได้รับการจดทะเบียน อย่างไรก็ดี ต่อไปในอนาคตอาจมีการเสนอให้จดทะเบียนโพลิเมอร์
6) ประเทศสมาชิก EU อาจยกเว้นการจดทะเบียนสารเคมีบางชนิดที่ใช้ในการป้องกันประเทศ
ในเบื้องต้นสินค้าอุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายที่ต้องจดทะเบียนสารเคมีตามระเบียบ REACH ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ของเด็กเล่น ยานยนต์ นอกจากนี้ มีสารบางประเภทที่ถือว่าเป็นสารที่ควรระมัดระวังอย่างสูง (substances of very high concern) ที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องแจ้งต่อ ECHA ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อสารดังกล่าวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2551 ต่อไป
วิธีการเบื้องต้นในการเตรียมรับมือกับระเบียบ REACH ได้แก่
1. แต่งตั้ง REACH Manager ซึ่งจะเป็นผู้เตรียมการและจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
2. ใช้ข้อมูลที่ทันสมัยตลอดเวลา กล่าวคือระเบียบ REACH ที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการดูได้ที่ link ข้างล่าง (ระเบียบที่ 1907/2006/EC) ดูการจัดทำเอกสารแนวทาง (guidance documents) จากเวบไซต์ของ ECHA (http://echa.europa.eu)
3. จัดทำรายชื่อสารเคมี วัตถุประสงค์ของการใช้สารเคมีชนิดนั้น อะไรเป็นสารที่ได้รับการยกเว้นบ้าง จัดทำฐานข้อมูลตามปริมาณที่ผลิตหรือส่งออก (ตั้งแต่ 1 ตัน 10 ตัน 100 ตัน และ 1000 ตันขึ้นไป) หากเป็นผู้ใช้สารเคมีดูว่าแหล่งที่มาของสารเคมีมาจากไหน และศึกษาดูว่าต้องดำเนินการอย่างไรในฐานะผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ใช้สารเคมีในการผลิต
ติดตามความเคลื่อนไหวเรื่อง REACH ในประเทศไทยได้ที่เว็บไซต์ REACH WATCH
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ REACH
ภาคธุรกิจไทยต้องรับมืออย่างไร
อ่านระเบียบดังกล่าวได้ที่: http://ec.europa.eu/enterprise/reach/index_en.htm
สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
คุณเพ็ญแข อินทรสุวรรณ
Related Items:
- Only Representatives อีกหนึ่งปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ REACH
- REACH แนวคิดและแนวปฏิบัติของภาคเอกชนในยุโรป
- REACH ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและค่า charges อื่นๆ
- REACH: ระเบียบ EU ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเตรียมการรับมือ
- การจดทะเบียนล่วงหน้าสำคัญอย่างไรสำหรับระเบียบ REACH
|