แนะภาคเอกชนไทย รับมือระเบียบ REACH Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 05 June 2007

เนื่องด้วยระเบียบ REACH มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่1 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกของไทยที่ส่งสินค้าที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบไปยังสหภาพยุโรป ทางคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปจึงเสนอแนวทางเบื้องต้นในการเตรียมรับมือกับระเบียบ REACH

ระเบียบการจดทะเบียน ประเมิน และให้อนุญาตการใช้สารเคมี (Registration, Evaluation, Authorisation and Restriction of Chemicals - REACH) ซึ่งผ่านกระบวนการรับรองโดยสภายุโรปเมื่อเดือนธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา จะใช้เวลาอีก 11 ปีในการดำเนินการ กล่าวคือภายในปี 2561 บริษัทยุโรปที่ผลิตและนำเข้าสารเคมีตั้งแต่ 1 ตันต่อปีขึ้นไปต้องจดทะเบียนต่อหน่วยงานใหม่ของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ชื่อว่า Eีuropean Chemicals Agency (ECHA) ณ กรุงเฮลซิงกิ

ดังนั้น ผู้ส่งออกของไทยที่เป็นผู้ผลิตสารเคมีเพื่อส่งออกไปยัง EU จะต้องเตรียมจดทะเบียนสารเคมี สำหรับผู้ที่ใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปยัง EU จะต้องรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของสินค้าประเภทนั้นๆ ให้แก่บริษัทยุโรปที่นำเข้าสินค้าของตน เพื่อนำไปจดทะเบียนต่อไป ธุรกิจไทยที่ต้องการส่งออกสินค้ามายังสหภาพยุโรปจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบดังกล่าว พร้อมกับทำความเข้าใจกับบริษัทผู้นำเข้าในยุโรปว่าตนต้องเตรียมข้อมูลใดบ้าง

ช่วงเวลาหลักๆ ในการดำเนินการตามระเบียบ REACH มีดังนี้
1) ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 1 ธันวาคม 2551 - Pre-registration
บริษัทผู้ผลิตสารเคมีควรเตรียมจดทะเบียนล่วงหน้ากับ ECHA โดย EU กำหนดให้สารเคมีที่จัดอยู่ในประเภท phase-in substances ต้องได้รับการจดทะเบียน หรือสารเคมีใหม่ที่นำออกสู่ตลาดในยุโรปก่อนปี 2524 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดปัญหาในการส่งออกสารเคมีมายัง EU ทั้งนี้ ผู้ส่งออกนอก EU จะต้องแต่งตั้งตัวแทน (only representative) การจดทะเบียนล่วงหน้าจะทำให้บริษัทผู้ส่งออกสามารถติดต่อกับบริษัทอื่นที่ต้องการจดทะเบียนสารเคมีชนิดเดียวกันได้

2. ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2553
สารเคมีที่ผลิตและนำเข้ามายัง EU ตั้งแต่ 1000 ตันต่อปีขึ้นไปจะต้องได้รับการจดทะเบียน รวมทั้งสารที่เป็นพิษร้ายแรง (Carcinogens, Mutagens, Reproductive Toxicants) ตั้งแต่ 1 ตันต่อปีขึ้นไป และสารที่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำตั้งแต่ 100 ตันต่อปีขึ้นไป

3. ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2556
สารเคมีทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้ามายัง EU ตั้งแต่ 100 ตันต่อปีขึ้นไปต้องได้รับการจดทะเบียน

4. ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2561
สารเคมีทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้ามายัง EU ตั้งแต่ 1 ตันต่อปีขึ้นไปต้องได้รับการจดทะเบียน

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนจะได้รับการประกาศในเวบไซต์ของ ECHA ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไป

สารเคมีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน ได้แก่
1) สารที่มีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ น้ำ, ออกซิเจน, noble gases, cellulose pulp
2) สารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ได้แก่ แร่ธาตุ, cement clinker รวมทั้งสารที่อยู่ใน Annex IV และ V ของระเบียบ REACH
3) สารที่อยู่ในอาหารและเภสัชภัณฑ์ซึ่งมีระเบียบอื่นครอบคลุมอยู่แล้ว
4) สารเคมีที่เป็นของเสีย
5) สารเคมีที่เป็นโพลิเมอร์ แต่สารเคมีส่วนประกอบที่เป็นโมโนเมอร์ต้องได้รับการจดทะเบียน อย่างไรก็ดี ต่อไปในอนาคตอาจมีการเสนอให้จดทะเบียนโพลิเมอร์
6) ประเทศสมาชิก EU อาจยกเว้นการจดทะเบียนสารเคมีบางชนิดที่ใช้ในการป้องกันประเทศ

ในเบื้องต้นสินค้าอุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายที่ต้องจดทะเบียนสารเคมีตามระเบียบ REACH ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ของเด็กเล่น ยานยนต์ นอกจากนี้ มีสารบางประเภทที่ถือว่าเป็นสารที่ควรระมัดระวังอย่างสูง (substances of very high concern) ที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องแจ้งต่อ ECHA ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อสารดังกล่าวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2551 ต่อไป

วิธีการเบื้องต้นในการเตรียมรับมือกับระเบียบ REACH ได้แก่
1. แต่งตั้ง REACH Manager ซึ่งจะเป็นผู้เตรียมการและจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
2. ใช้ข้อมูลที่ทันสมัยตลอดเวลา กล่าวคือระเบียบ REACH ที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการดูได้ที่ link ข้างล่าง (ระเบียบที่ 1907/2006/EC) ดูการจัดทำเอกสารแนวทาง (guidance documents) จากเวบไซต์ของ ECHA (http://echa.europa.eu)
3. จัดทำรายชื่อสารเคมี วัตถุประสงค์ของการใช้สารเคมีชนิดนั้น อะไรเป็นสารที่ได้รับการยกเว้นบ้าง จัดทำฐานข้อมูลตามปริมาณที่ผลิตหรือส่งออก (ตั้งแต่ 1 ตัน 10 ตัน 100 ตัน และ 1000 ตันขึ้นไป) หากเป็นผู้ใช้สารเคมีดูว่าแหล่งที่มาของสารเคมีมาจากไหน และศึกษาดูว่าต้องดำเนินการอย่างไรในฐานะผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ใช้สารเคมีในการผลิต



ติดตามความเคลื่อนไหวเรื่อง REACH ในประเทศไทยได้ที่เว็บไซต์ REACH WATCH

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ REACH
  • ภาคธุรกิจไทยต้องรับมืออย่างไร

  • อ่านระเบียบดังกล่าวได้ที่: http://ec.europa.eu/enterprise/reach/index_en.htm

    สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
    คุณเพ็ญแข อินทรสุวรรณ

    Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

    Related Items:

    1. Only Representatives อีกหนึ่งปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ REACH
    2. การปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับ Only Representative ในการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ของ EU
    3. ECHA จะลงพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยสำหรับประชาชน
    4. ECHA จัดกิจกรรม Stakeholders' day ครั้งที่สาม
    5. ECHA เผยแนวทางปฏิบัติใหม่สำหรับการหลีกเลี่ยงการทดลองสัตว์
  • Last Updated ( Wednesday, 06 June 2007 )
    host by colorpack.net