ไขข้อสงสัย EurepGAP:โอกาสหรืออุปสรรคสำหรับเกษตรกรไทย ? Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Friday, 25 May 2007

คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปได้เสนอรายงานไขข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐาน EurepGAP อันจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผู้ส่งออก และผู้ที่อยู่ในภาคการเกษตรของไทย โดย EurepGAP คือมาตรฐานสำหรับการผลิตสินค้าเกษตรซึ่งกลุ่มผู้ค้าปลีกในยุโรปริเริ่มขึ้น ดังนั้น หากผู้ผลิตสินค้าเกษตรไทยต้องการนำสินค้าของตนไปจำหน่ายในร้านค้าในยุโรปที่เป็นหุ้นส่วนของ EurepGAP (เช่น Tesco Marks & Spencer และ Delhaize) ก็จะต้องผ่านการรับรองจากมาตรฐานดังกล่าว

1. EurepGAP คืออะไร
EurepGAP คือมาตรฐานรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารตามรกระบวนการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (Good Agricultural Practice: GAP) ที่กลุ่มผู้ค้าปลีกในยุโรป (Euro-retailer Produce Working Group – EUREP) ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2540 สำหรับสินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ สินค้าปศุสัตว์ สินค้าประมง และไม้ดอก หากผู้ผลิตสินค้าเกษตรไทยต้องการนำสินค้าของตนไปจำหน่ายในร้านค้าปลีกในยุโรปที่เป็นหุ้นส่วน (partner) ของ EurepGAP ก็จำเป็นต้องผ่านการรับรองจากมาตรฐานดังกล่าว ปัจจุบัน มีฟาร์มที่ขอใบรับรองจาก EurepGAP ประมาณ 70,000 แห่งทั่วโลก

2. EurepGAP เป็นส่วนหนึ่งของกฏระเบียบของสหภาพยุโรปใช่ไหม
EurepGAP เป็นมาตรฐานของภาคเอกชนยุโรป ไม่ใช่ของทางการสหภาพยุโรป แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้ว มาตรฐาน EurepGAP เป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดของสหภาพยุโรป โดยข้อกำหนดบางอย่างอาจมีความเข้มงวดสูงกว่า เช่น การกำหนดระดับสูงสุดของสารตกค้างในอาหาร (MRLs) หรือไม่มีมาตรฐานบางอย่างที่ทางการสหภาพยุโรปกำหนดไว้ เช่น มาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับการรับรองจาก EurepGAP ยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ด่านนำเข้าโดยทางการสหภาพยุโรปเป็นปกติ

อนึ่ง ยุโรปไม่ใช่ภูมิภาคเดียวที่มีการจัดทำมาตรฐานมาตรฐานสำหรับการผลิตสินค้าเกษตรขึ้นมา ปัจจุบัน มีหลายประเทศที่กำหนดมาตรฐาน GAP ของตน เช่น ญี่ปุ่นหรือเคนย่า ส่วนในประเทศไทยเองก็มีมาตรฐาน GAP ซึ่งกำหนดโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติโดยการผลิตที่ตรงตามมาตรฐานจะได้รับตรา Q Mark นอกจากนี้ EurepGAP ก็ไม่ใช่มาตรฐานในเรื่องดังกล่าวเพียงมาตรฐานเดียวในยุโรป แต่ยังมีมาตรฐานอื่นๆด้วย เช่น SwissGAP ซึ่งเป็นของภาคเอกชนของสวิตเซอร์แลนด์

ทั้งนี้ มาตรฐาน GAP ของประเทศและองค์การต่างๆมีที่มาจากแนวคิดเรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice: GAP) ขององค์การอาหารและเกษตรกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Food and Agriculture Organization – FAO) ซึ่งเสนอแนวทางของการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม

3. มาตรฐาน EurepGAP ครอบคลุมถึงสินค้าประเภทใดบ้างอะไรบ้าง
EurepGAP ออกมาตรฐานสำหรับการผลิตสินค้าเกษตร (ที่ยังไม่แปรรูป) ประเภทต่างๆ เช่น ผักสด ผลไม้สด สินค้าปศุสัตว์และอาหารสัตว์ สินค้าประมง ดอกไม้ กาแฟ เป็นต้น และในอนาคต EurepGAP อาจขยายการจัดทำมาตรฐานไปสู่สินค้าประเภทน้ำมันปาล์ม ชา น้ำผึ้ง โดยมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมการผลิตสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดเมล็ดพันธ์ การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การให้สารเคมี ฯลฯ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ลิ้งค์ที่น่าสนใจข้างล่าง”)

ที่ผ่านมา EurepGAP ออกมาตรฐาน เป็น modules แยกสำหรับแต่ละสินค้า แต่ล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2550 ได้มีการปรับมาตรฐานใหม่โดยใช้หลักการ Integrated Farm Assurance (IFA) กล่าวคือ มีมาตรฐานหลัก 1 ฉบับถือเป็น basic module สำหรับสินค้าเกษตรทุกชนิด และมี module แยกเป็นรายสินค้า ซึ่งมาตรฐานเดิม (ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2548) จะยังคงมีผลจนถึงสิ้นปี 2550 ควบคู่ไปกับมาตรฐานใหม่ และตั้งแต่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป มาตรฐานใหม่จะมีผลบังคับใช้เท่านั้น

4. ใครควรจะไปขอรับรองมาตรฐาน EurepGAP
เกษตรกรไทยที่ต้องการจะส่งออกสินค้าไปยังร้านค้าปลีกในยุโรปที่เป็นหุ้นส่วนของ EurepGAP จำต้องผ่านการรับรองมาตรฐานของ EurepGAP ส่วนผู้ส่งออกหรือโรงงานต่างๆ อาจต้องทำการตกลงให้เจ้าของฟาร์มที่ตนไปรับซื้อสินค้าให้ขอรับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว 5. ร้านค้าในยุโรปที่เป็นหุ้นส่วนของ EurepGAP มีใครบ้าง
ตัวอย่างของร้านค้าในยุโรปที่เป็นพันธมิตรของ EurepGAP เช่น
สหราชอาณาจักร: Marks & Spencer, Tesco. ASDA, Sainsbury’s, Morrison, Waitrose, Somerfield
ออสเตรีย: Spar
เบลเยี่ยม: Delhaize
เยอรมนี: ALDI, Lidl, Plus, Metro Group, Tegut
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ EurepGAP6. ขั้นตอนขอรับรอง EurepGAP มีอะไรบ้าง ใช้เวลานานเท่าไร และเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด
การขอรับรองนั้นมีระดับมาตรฐานและขั้นตอนการจดรับรองแบบเดียวกันทั่วโลก โดยทางเกษตรกรเป็นผู้ติดต่อหน่วยงานออกใบรับรอง (Certification Bodies หรือ CBs) ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ (accreditation) จาก EurepGAP ให้เข้าไปตรวจสอบระดับมาตรฐานของฟาร์ม

ปัจจุบัน มีหน่วยงานออกใบรับรองของ EurepGAP อยู่ในประเทศไทย 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท SGS Thailand บริษัท BCS Thailand และบริษัท P&H Agro Control Co.

สำหรับขั้นตอนการของการรับรองนั้น ทางบริษัท SGS Thailand ได้ให้ความมอนุเคราะห์ข้อมูลว่ามีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1 ) Training: หลังจากที่เกษตรกรแจ้งความจำนงขอรับการรับรองมาตรฐาน ทางบริษัทจะจัดการอบรมให้ข้อมูลแก่เกษตรกรถึงแนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐาน EurepGAP
2) Pre-implementation: เกษตรกรปรับตัวและนำแนวมาตรฐานไปปฏิบัติ (โดยอาจใช้ระยะเวลาปรับตัวประมาณ 3 เดือน)
3) Pre-assessment: บริษัททำการประเมินและให้ความเห็นเบื้องต้น เพื่อนำไปปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติอีกครั้ง (โดยอาจใช้ระยะเวลาปรับปรุงประมาณ 1 เดือน)
5) Main audit: เมื่อเกษตรกรพร้อม บริษัทจะไปประเมินมาตรฐานของฟาร์ม หากตรงตามมาตรฐาน EurepGAP ก็จะออกใบรับรองให้แก่ฟาร์มดังกล่าว (ไม่มีการติดฉลากบนสินค้า)
6) ใบรับรองมีระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นเกษตรกรสามารถติดต่อบริษัทซึ่งเป็นหน่วยงานออกใบรับรองเพื่อทำเรื่องขอการรับรองมาตรฐานใหม่ได้อีกครั้ง
ขั้นตอนในการขอการรับรองทั้งหมดอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถของเกษตรกรด้วย

สำหรับค่าใช้จ่ายนั้น หน่วยงานออกใบรับรองเป็นผู้กำหนด โดยคำนวณจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่เพาะปลูก ชนิดของพืช จำนวนของพืชที่เพาะปลูก ค่าใช้จ่ายจึงอาจแตกต่างกันไป ทางบริษัท SGS Thailand กล่าวว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ฟาร์มโดยทั่วไปแล้วในเมืองไทยจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 70,000 – 100,000 บาท

7. ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการตื่นตัวเรื่อง EurepGAP มากน้อยเพียงใด
แม้ปัจจุบัน ยังมีจำนวนฟาร์มในเมืองไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน EurepGAPหรืออยู่ในขั้นตอนการสมัครไม่มากนัก (ประมาณสิบกว่าราย) แต่อาจกล่าวได้ว่า ในช่วงปีนี้ แวดวงการเกษตรในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ส่งออก โรงงาน และสมาคมต่างๆ ดูมีความตื่นตัวในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า แม้การขอรับรองมาตรฐาน EurepGAP จะเป็นการเพิ่มภาระและต้นทุน แต่หากต้องการเปิดตลาดส่งออกสินค้าไปยังร้านค้าในยุโรปที่เป็นเครือข่ายของ EurepGAP ก็มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมขอรับรองมาตรฐานดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์โดยองค์กรต่างๆ เช่น หน่วยงานออกใบรับรอง อย่างบริษัท SGS Thailand และในวันที่ 6-9 กันยายน 2550 จะมีการจัดการประชุม EurepGAP Asia Conference ที่กรุงเทพฯ เพื่อจัดฝึกอบรมในลักษณะ Train-the-Trainer มาตรฐาน EurepGAP ฉบับล่าสุดซึ่งออกเมื่อเดือน มี.ค. 2550 ด้วย

อีกความพยายามที่น่าสนใจคือ สำนักงานขององค์กร German Technical Cooperation (GTZ) หรือหน่วยงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของเยอรมนี ประจำประเทศไทยได้จัดแปลคู่มือ EurepGAP เป็นภาษาไทยและให้ความรู้แก่เกษตรกรเมืองไทยในเรื่องดังกล่าวด้วย โดยเน้นที่ 6 กล่มสินค้า ได้แก่ แอสพารากัส baby corn ทุเรียน ส้มโอ มะม่วง มังคุด

มาตรฐาน EurepGAP เปิดโอกาสให้มีการเทียบเคียงกับมาตรฐานของประเทศอื่นด้วย ซึ่งหากเทียบเคียงมาตรฐานได้สำเร็จก็จะสามารถใช้มาตรฐาน GAP ของประเทศอื่นในการรับรองสินค้าและส่งสินค้ามาจำหน่ายในร้านค้าปลีกในสหภาพยุโรปได้เช่นกัน ซึ่งในขณะนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน กำลังหารือกับหอการค้าแห่งประเทศไทย และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช) เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเทียบเคียงมาตรฐานระหว่างมาตรฐาน GAP ของไทย กับ EurepGAP กับ ซึ่งในปัจจุบัน JGAP ของญี่ปุ่น และ Kenya GAP ก็กำลังขอเทียบเคียบมาตรฐานกับ EurepGAP อยู่เช่นกัน

ลิ้งค์ที่น่าสนใจ
  • เว็บของ EurepGAP: www.eurepgap.org
  • คู่มือแนวทางในการปฏิบัติตามมาตรฐาน Eurepgap (ภาษาอังกฤษ): www.eurepgap.org/fruit/Languages/English/documents.html
  • แนวคิดเรื่อง Good Agricultural Practice ของ FAO: www.fao.org/prods/GAP/gapindex_en.htm
  • มาตรฐาน GAP ต่างๆทั่วโลก: www.fao.org/wssd/SARD/sard_gap/sard-gap.htm
  • มาตรฐาน SwissGAP: news.thaieurope.net/content/view/2236/63/
    และ www.swissgap.ch/de/index.html

    ขอขอบคุณ...
    - สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
    - องค์กร German Technical Cooperation (GTZ)
    - บริษัท SGS Thailand
    ทีได้ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม

    สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณเพ็ญแข อินทรสุวรรณ ที่ email:


  • Related Items:

    1. EurepGAP ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น GlobalGAP
    2. Eurofruit นำเสนอเรื่อง ThaiGAP
    3. การจัดทำมาตรฐานภาคเอกชน SwissGAP
    4. ทำไมสหภาพยุโรปจึงให้ความสำคัญกับมาตรวิทยา
    5. ผลตอบรับต่อกิจกรรมเสริมศักยภาพธุรกิจไทย ปี 51 โดยทีมประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์
    Last Updated ( Monday, 12 November 2007 )

     

    ThaiEurope

    Syndicate

    จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

    .