|
สุรีรัตน์ฟาร์ม จังหวัดจันทบุรี ฟาร์มกุ้งกุลาดำแบบอินทรีย์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้ร่วมดำเนินธุรกิจกับบริษัท Yuu n Mee ประเทศออสเตรีย เพื่อส่งออกกุ้งกุลาดำอินทรีย์คุณภาพของไทยสู่ตลาดสหภาพยุโรปเป็นเจ้าแรก และได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์จากสถาบัน Naturland ประเทศเยอรมนีเรียบร้อยแล้ว
ทีมประเทศไทยประจำบรัสเซลส์ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณกฤษฎา หงส์รัตน์ และ คุณกุลชยา เต็มชวลา จากสุรีรัตน์ฟาร์ม ระหว่างงาน European Seafood Exposition ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อเดือนเมษายน 2550 ที่ผ่านมาซึ่งทั้งสองท่านนับเป็นตัวอย่างของนักธุรกิจไทยรุ่นใหม่ที่คิดนอกกรอบ และประสบความสำเร็จในการหาช่องทางสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยสู่ตลาดยุโรปได้อย่างน่าภูมิใจ
เล่าถึงสุรีรัตน์ฟาร์ม กับความเป็น Organic ระดับสากล
ความเป็น organic หรือการทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งแบบอินทรีย์ฟังดูเหมือนเป็นอะไรที่ง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่ในความจริงแล้วทำได้ง่ายนัก ใช้เวลา และต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความตั้งใจสูงมาก
คุณคิงค์ หรือคุณกฤษฎา หงส์รัตน์ เล่าถึงประสบการณ์ในการพัฒนาและปรับรูปแบบการทำฟาร์มกุ้งของตนให้กลายเป็นฟาร์มกุ้งกุลาดำแบบอินทรีย์อย่างประสบความสำเร็จว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เพราะมีข้อกำหนดที่ซับซ้อน เริ่มแรกเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา (ปี 2003) สุรีรัตน์ฟาร์มร่วมในโครงการนำร่องทดลองการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ของกรมประมง และสุรีรัตน์ฟาร์มเป็นฟาร์มเดียวจากหลายฟาร์มที่ประสบความสำเร็จในการปรับการเลี้ยงแบบครบวงจรจนเป็นฟาร์มกุ้งอินทรีย์แห่งแรกในประเทศไทยได้ เนื่องจากการปรับรูปแบบฟาร์มให้เป็นฟาร์มกุ้งอินทรีย์นั้นมีข้อกำหนดหลายอย่าง อาทิ ต้องมีการจัดการฟาร์มที่ดีมาก กุ้งต้องเป็นกุ้งสายพันธุ์ท้องถิ่นของไทยเท่านั้น คือ กุ้งกุลาดำ (กุ้งขาวไม่สามารถเลี้ยงให้เป็นกุ้งอินทรีย์ได้เพราะไม่ได้มีแหล่งกำหนดในประเทศไทย) ห้ามใช้สารเคมีใดๆ เลย และที่สำคัญ มีการกำหนดอัตราการปล่อยกุ้งได้ไม่เกิน 15 ตัวต่อตารางเมตร และมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง
ปัจจุบัน กุ้งกุลาดำอินทรีย์ของสุรีรัตน์ฟาร์มได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าสัตว์น้ำอินทรีย์จากสถาบัน Naturland ประเทศเยอรมนี (www.naturland.deซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคยุโรปได้อีกมาก เพราะสามารถติด logo ของ Naturland ไว้บนบรรจุภัณฑ์ได้ คุณคิงค์กล่าวว่าฟาร์มต้องสมัครเพื่อขอรับการรับรองโดยตรง และกว่าจะได้รับการรับรองก็มีขั้นตอนซับซ้อนเช่นกัน ฟาร์มต้องสามารถปฏิบัติให้ได้ตามข้อกำหนดของ Naturland อย่างครบถ้วน และจะมีการส่งผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีมาตรวจสอบฟาร์มในประเทศไทยโดยตรง
คุณคิงค์เล่าว่า หลังจากประสบสำเร็จในการปรับฟาร์มให้เป็นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบอินทรยีแล้ว แต่ปัญหาต่อไปคือการหาตลาด เนื่องจากราคาต้นทุนสำหรับการเพาะเลี้ยงกุ้งอินทรีย์สูงขึ้นประมาณร้อยละ 20-30 ทำให้ราคากุ้งอินทรีย์คุณภาพของสุรีรัตน์ฟาร์มก็สูงตามไปด้วย แต่คุณคิงค์ไม่ได้ท้อใจ แต่กลับเห็นช่องทางตลาดกุ้งอินทรีย์ในยุโรปว่าเป็นตลาดที่น่าบุก จึงหันมาทำการตลาดเพื่อส่งออกสินค้ากุ้งอินทรีย์อย่างจริงจัง โดยตลาดยุโรปเป็นตลาดต่างประเทศตลาดแรกของสุรีรัตน์ฟาร์ม
รูปแบบธุรกิจใหม่ Co-Branding กับบริษัทพันธมิตรออสเตรีย
เมื่อปี 2005 คุณคิงค์และคุณก้อยได้เดินทางลัดฟ้ามายังยุโรป และได้พบกับบริษัทพันธิมิตรออสเตรียเป็นครั้งแรก ในงาน Fish International ที่เมือง Bremen ประเทศเยอรมนี เป็นจุดเริ่มต้นของการประสานความสัมพันธ์เชิงธุรกิจกันเรื่องมา โดยได้รับการแนะนำให้รู้จักและส่งเสริมโดยหน่วยงาน GTZ ของเยอรมันในประเทศไทยที่มาร่วมงานดังกล่าวด้วยพร้อมคณะของกรมประมง
จากนั้นสุรีรัตน์ฟาร์มได้ตกลงดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทพันธมิตร Yuu n Mee จากประเทศออสเตรียซึ่งก็เป็นบริษัทน้องใหม่ไฟแรงเช่นกัน ในลักษณะที่เรียกว่า co-branding กล่าวคือบริษัท Yuu n Mee ผู้นำเข้าตกลงซื้อสินค้ากุ้งกุลาดำอินทรีย์จากสุรีรัตน์ฟาร์ม โดยให้มีการติดแบรนด์ของสุรีรัตน์ฟาร์ม และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟาร์มลงในบรรจุภัณฑ์ด้วย ซึ่งถือเป็นหารส่งเสริมชื่อเสียงของบริษัทและของฟาร์มโดยตรง
คุณคิงค์อธิบายถึงข้อจำกัดสำหรับธุรกิจไทยในด้านการทำการตลาดและการประชาสัมพันธ์สินค้าของตนในตลาดยุโรปว่าเป็นค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นการเลือกดำเนินธุรกิจแบบ co-branding กับบริษัทพันธมิตรต่างชาติจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการส่งออกมายังยุโรป โดยถือเป็นบันไดขั้นแรกสำหรับการสร้างแบรนด์ของตนเองให้เป็นที่รู้จักและติดตาในตลาดยุโรปก่อน แล้วค่อยๆ ก้าวไปสู่การมีแบรนด์ไทยในตลาดยุโรปต่อไป
ในระหว่างการสัมภาษณ์คุณคิงค์และคุณก้อยในงาน European Seafood Exposition 2007 ณ กรุงบรัสเซลส์ มีผู้นำเข้ายุโรปหลายรายให้ความสนใจกุ้งอินทรีย์คุณภาพแบบ premium จากประเทศไทย ทีมงานไทยยุโรป.เน็ตได้ลิ้มชิมรสกุ้งกุลาดำอินทรีย่างจากสุรีรัตน์ฟาร์ม ต้องยอมรับว่าคุณภาพคับแก้ว สมเป็นกุ้งกุลาดำอินทรีย์ของไทยจริงๆ
ประสบการณ์และความสำเร็จของสุรีรัตน์ฟาร์มน่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับการคิดนอกกรอบเพื่อเปิดตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยในยุโรป โดยตลาดกุ้งอินทรีย์ก็เป็นอีกช่องทางตลาดที่ยังขยายตัวได้อีกต่อไป
อ่านบทความ เปิดตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยในสหภาพยุโรป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่คุณ อาจารี ถาวรมาศ
Related Items:
- EU กำหนดแนวทางใหม่ในการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์จากประเทศที่สาม
- EU กำหนดแนวทางใหม่ในการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์จากประเทศที่สาม
- EU แก้ไขกฎระเบียบวิธีการสุ่มตรวจและวิธีการตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีตกค้างบางรายการในสินค้าอาหาร
- EU เริ่มบังคับใช้กฏระเบียบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์
- กฎระเบียบสินค้าเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรปฉบับใหม่
|