รายงานระบบเตือนภัยสินค้าที่มิใช่อาหารประจำปี 2549 Print E-mail
Contributed by สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศประจำกรุงบรัสเซลส์   
Tuesday, 01 May 2007

ด้วยคณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศข่าว MEMO/07/139 รายงานประจำปีระบบเตือนภัยจากสินค้าที่มิใช่อาหาร (RAPEX) ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2547 โดยรายงานประจำปี 2549 มีสาระสรุปได้ ดังนี้

ด้วยคณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศข่าว MEMO/07/139 รายงานประจำปีระบบเตือนภัยจากสินค้าที่มิใช่อาหาร (RAPEX - Rapid Alert System for Non-Food Products) ซึ่งบังคับใช้ภายใต้ะเบียบว่าด้วยความปลอดภัยโดยทั่วไปของสินค้า General Product Safety Directive) ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2547 โดยรายงานประจำปี 2549 มีสาระสรุปได้ ดังนี้

1. มาตรการ

ระบบ RAPEX มีขั้นตอนการดำเนินการและวัตถุประสงค์เดียวกันกับระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับสินค้าอาหาร (Rapid Alert System For Food) กล่าวคือ เป็นระบบการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงหรืออันตรายของสินค้าที่ตรวจพบโดยประเทศสมาชิกฯ และแจ้งให้คณะกรรมาธิการยุโรปทราบผ่านระบบของมาตรการที่กำหนดใช้โดยทางการหรือโดยความสมัครใจของผู้ผลิตและวางจำหน่าย เพื่อป้องกันหรือจำกัดการวางจำหน่ายสินค้าบริโภคที่มีอันตรายสูงต่อสุขอนามัยและความปลอดภัยที่ระบุไว้ภายใต้มาตรา 12 ของระเบียบว่า ด้วยความปลอดภัยโดยทั่วไปของสินค้า

ทั้งนี้ มาตรการที่จะกำหนดโดยสมัครใจของผู้ผลิตและวางจำหน่ายมีสัดส่วนร้อยละ 40 ของมาตรการทั้งหมด ในขณะที่มาตรการที่ใช้บ่อยจะเป็นการห้าม/ระงับวางจำหน่ายสินค้า การถอนสินค้าออกจากตลาด การให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้สินค้า หรือการเรียกคืนสินค้า

2. หน้าที่ของหน่วยงานรับผิดชอบของประเทศสมาชิกฯ

หน่วยงานของประเทศสมาชิกฯ มีหน้าที่รับประกันว่าผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรป โดยจัดตั้งหน่วยงาน ตรวจตราที่มีอำนาจกำหนดมาตรการป้องกันหรือจำกัดการตลาดสินค้าอันตรายและแต่งตั้ง RAPEX contact point ระดับชาติแห่งเดียวเพื่อการแพร่กระจายข้อมูลและประสานงานกับคณะกรรมาธิการฯ ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถแจ้งการพบสินค้าอันตรายให้ RAPEX contact point รับทราบโดยตรงได้

3. หน้าที่ของผู้ผลิตและผู้วางจำหน่าย

ผู้ผลิตและวางจำหน่ายต้องรับประกันว่าสินค้าตนไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภค และในกรณีที่ ทราบถึงความอันตรายนั้น จะต้องรีบดำเนินการแจ้งเหตุให้หน่วยงานรับผิดชอบทราบโดยทันที โดย อ้างถึงสินค้าอย่างชัดเจน ประเภทความอันตราย และข้อมูลเพื่อใช้ตรวจสอบย้อนกลับ พร้อมกับแจ้ง มาตรการป้องกันที่กำหนดใช้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้กำหนดระบบ “Business Application” เพื่อการแจ้งผ่านอินเตอร์เน็ต

4. สถิติปี 2549

4.1 เมื่อปี 2549 ได้มีการตรวจพบสินค้าอันตรายรวม 1,051 กรณี ดังนี้

- 924 กรณีที่ใช้มาตรการที่กำหนดใช้โดยทางการหรือโดยความสมัครใจของผู้ผลิต/วางจำหน่าย

- 23 กรณีที่ใช้มาตรการที่กำหนดขึ้นโดยทางการเนื่องจากเห็นว่าสินค้ามีระดับอันตรายปานกลาง

- 104 กรณีเป็นการให้ข้อมูลเพื่อรับทราบเท่านั้น

ทั้งนี้ กรณีการตรวจพบได้เพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่การเริ่มบังคับใช้ระบบเมื่อปี 2547 กล่าวคือ ในปี 2547 ได้ตรวจพบสินค้าที่มีระดับอันตรายสูงจำนวน 388 รายการในขณะที่ปี 2549 ตรวจพบสินค้าฯ 924 รายการ หรือสูงขึ้นร้อยละ 32 จากปี 2548

4.2 อันดับประเทศสมาชิกฯ ที่แจ้งการตรวจพบมากที่สุด มีดังนี้

- เยอรมัน 144 กรณีหรือร้อยละ 16

- ฮังการี 140 กรณีหรือร้อยละ 15

- กรีซ 98 กรณีหรือร้อยละ 11

- สหราชอาณาจักร 92 กรณีหรือร้อยละ 10

- สเปน 79 กรณีหรือร้อยละ 9

4.3 กลุ่มสินค้าที่ตรวจพบว่ามีอันตรายยังคงเป็นประเภทเดียวกันกับกลุ่มสินค้าในปี 2548 หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของสินค้าที่ตรวจพบโดยรวม ดังนี้

- ของเด็กเล่น 221 กรณีหรือร้อยละ24

- อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า 174 กรณีหรือร้อยละ 19

- ยานยนต์ 126 กรณีหรือร้อยละ 14

- สินค้าจำพวกโคมไฟ 98 กรณีหรือร้อยละ 11

- เครื่องสำอาง 48 กรณีหรือร้อยละ 5

4.4 สินค้าอันตรายบางกรณีอาจมีความเสี่ยงหลายประเภท ดังนั้นการแจ้งความเสี่ยงรวม 924 รายการในปี 2549 ประกอบไปด้วยความเสี่ยงรวม 1095 ประเภท โดยแยกได้ 5 กลุ่ม ดังนี้

- การบาดเจ็บ 274 กรณีหรือร้อยละ 25

- ไฟฟ้าดูด 270 กรณีหรือร้อยละ 24

- ไฟไหม้หรือไฟลวก 194 กรณีหรือร้อยละ 18

- การสำลัก/ขาดอากาศหายใจ157 กรณีหรือร้อยละ 14

- ความเสี่ยงทางเคมี 95 กรณีหรือร้อยละ 9

5. แหล่งกำเนิดสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง

สินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนจะถูกตรวจพบอันตรายมากที่สุดหรือร้อยละ 48 ของการตรวจพบโดยรวม ทั้งนี้ เนื่องจากสหภาพฯ นำเข้าสินค้าจากจีนในปริมาณที่สูง ในขณะที่สินค้าที่ผลิตในสหภาพฯ มีการตรวจพบร้อยละ 21 และร้อยละ 17 เป็นสินค้าที่ไม่สามารถเจาะจงแหล่งกำเนิด

6. ประเด็นที่ควรให้ความระมัดระวังเกี่ยวกับความปลอดภัยของสินค้า

6.1 ไฟแช็ก – ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2550 เป็นต้นไปสินค้าไฟแช็กที่วางจำหน่ายในสหภาพฯ ต้องมีกลไกป้องกันอันตรายจากการเล่นของเด็ก พร้อมกับห้ามวางจำหน่ายสินค้าที่มีรูปทรงคล้ายของเด็กเล่น อาหาร หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสินค้าประเภท “novelty lighters” ที่ดึงดูดให้เด็กนำมาเล่น

6.2 รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก – เป็นสินค้าที่มีเครื่องยนต์เหมือนรถจักรยานยนต์ธรรมดาแต่มีขนาดย่อส่วนลงซึ่งได้ตรวจพบว่ามีการออกแบบและประกอบสร้างขึ้นอย่างด้อยมาตรฐานส่งผลให้ เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลายราย ดังนั้น จึงได้กำหนดมาตรการฉุกเฉินให้ถอนสินค้าออกจากตลาดโดย ทันที

อนึ่ง สำหรับปี 2550 นี้คณะกรรมาธิการฯ ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ RAPEX โดยการจัดตั้งระบบข้อมูล GRAS (Generic Rapid Alert System) ที่ครอบคลุมความเสี่ยงทางเคมีและชีววิทยา อาหารและอาหารสัตว์ และสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าบริโภคอื่นๆ

รายละเอียดปรากฏตามเวปไซท์ ที่ http://europa.eu/rapid/pressReleasesAction.do?reference =MEMO/07/139&format=HTML&aged=0&language=EN&guiLanguage=en

สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์
Last Updated ( Friday, 29 June 2007 )
 

ระเบียบสินค้าอุตสาหกรรม

ระเบียบด้านมาตรฐานความปลอดภัย

ระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

ระเบียบ RoHS และ WEEE

ระเบียบ Eco-Design

REACH

REACH

 

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.