เจาะชีวิตนักเรียนทุน Erasmus Mundus Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Wednesday, 18 April 2007

ทุน Erasmus Mundus ของสหภาพยุโรป เป็นหนึ่งในทุนการศึกษาที่ได้รับความสนใจในหมู่นักศึกษาไทยเป็นอย่างสูง เพราะไม่เพียงแต่จะได้ทุนไปศึกษาต่อที่ในแหล่งการศึกษาชั้นนำของโลกอย่างยุโรป แต่ทุนดังกล่าวยังเป็นโอกาสอันดีที่จะไปเปิดโลกทัศน์ สัมผัสวิถีชิวิตและมุมมองใหม่ๆ พร้อมฝึกทักษะการปรับตัวในต่างแดน เพราะผู้ได้รับทุน Erasmus Mundus ต้องไปศึกษากับมหาวิทยาลัยในยุโรปที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวอย่างน้อย 3 มหาวิทยาลัยในระยะเวลา 1 ปี จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวด

ทางทีมงานไทยยุโรป.เน็ตได้ขอ (แกมบังคับ) สัมภาษณ์คุณ ฉายดรุณ เอี่ยมภักดิ์ หนึ่งในนักศึกษาไทยคนเก่งที่ได้รับทุน Erasmus Mundus ให้มาเล่าประสบการณ์ชิวิตนักเรียนทุน ข้อคิดเห็นต่อระบบการศึกษาและวิธีการคิดของยุโรป พร้อมให้เคล็ดลับพิชิตทุน Erasmus Mundus และข้อแนะนำผู้ที่กำลังเตรียมตัวจะเดินทาง ว่าต้อง "เตรียมตัว เตรียมใจ" ไปอย่างไร

1.ช่วยแนะนำตัวเองหน่อยคะ ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ และเรียนอะไรอยู่
ชื่อ “ฉายดรุณ เอี่ยมภักดิ์” ชื่อเล่น “จุ๋ม” ได้รับทุนErasmus Mundus มาเรียนต่อระดับปริญญาโทหลักสูตร Euroculture ตั้งแต่ปี 2549 ช่วงเทอมแรกเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย Uppsala เมือง Uppsala ประเทศสวีเดน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 ถึงมกราคม 2550 ตอนนี้อยู่ระหว่างเรียนเทอมสองที่มหาวิทยาลัย Palacky เมือง Olomouc สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งจะหมดเทอมราวปลายเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ค่ะ

2. วิธีการเรียนในสวีเดนและเช็กเป็นอย่างไร มีอะไรน่าสนใจ
การเรียนระดับปริญญาโทนในสวีเดน นักศึกษาไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนเพราะรัฐบาลมีนโยบายอุดหนุนการศึกษา คนสวีเดนจึงมีมาตรฐานการศึกษาสูงและเป็นคนมีคุณภาพ นักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาในสวีเดนก็ได้รับสิทธิประโยชน์นี้ด้วยเช่นกัน ส่วนที่ประเทศเช็ก รัฐบาลก็มีการอุดหนุนการศึกษาเช่นเดียวกัน แต่เป็นการสนับสนุนเฉพาะนักศึกษาเช็กและประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปให้เรียนฟรีเท่านั้น

วิธีการเรียนระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย Uppsala ประเทศสวีเดนจะเป็นแบบ serial คือเรียนทีละวิชา ใช้เวลาประมาณวิชาละ 6-8 สัปดาห์ จากนั้นจะสอบวัดผล แล้วจึงเริ่มวิชาต่อไป ข้อดีของการเรียนแบบนี้ คือ ทำให้เรามุ่งเน้นกับวิชาใดวิชาหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนข้อเสีย คือ ชั่วโมงเรียนจะน้อยมากเพียง 3-5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ทำให้เรามีเวลาว่างมากเกินไปจนอาจจะเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและเกียจคร้าน แต่เราสามารถใช้เวลาเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น เดินทางท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรมตามเมืองต่างๆ ไปเยี่ยมเยียนบ้านเพื่อนนักศึกษาชาวยุโรปที่มาจากประเทศต่างๆ หางานพิเศษทำซึ่งจะได้ทั้งประสบการณ์และเงินพอเป็นค่าขนมด้วย ใช้เวลาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนนักศึกษาจากชาติต่างๆ ซึ่งมีทั้งที่สมัครมาเรียนเองจากนอกภาคพื้นยุโรปด้วย ไปเยี่ยมเยียนและร่วมกิจกรรมกับคนไทยทั้งที่กำลังศึกษาร่วมมหาวิทยาลัยและที่ตั้งรกรากในเมืองที่ศึกษาอยู่ เป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจของการเรียนที่สวีเดนคือ การเรียนแบบ independent studies ซึ่งนักศึกษาสามารถเลือกเรียนสาขาวิชาใดก็ได้ที่เปิดสอนโดยไม่จำเป็นต้องเป็นคณะเดียวกัน เช่น เลือกเรียนกฎหมายกับดนตรีเป็นวิชาหลักควบคู่กันไป เป็นต้น และที่สำคัญคือการเรียนที่สวีเดนไม่มีคำว่าสอบตก เนื่องจากเมื่อผลการสอบออกมาแล้วคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ นักศึกษาสามารถขอสอบใหม่ได้จนกว่าจะผ่าน ซึ่งผลการสอบที่ผ่านเท่านั้นจะไปปรากฏใน transcript [ผู้สัมภาษณ์ -- ถือเป็นแนวการเรียนการสอนที่แตกต่างจากการ “สอบไล่และจัดลำดับคะแนน” ที่เรารู้จักกัน เพราะตั้งอยู่บนพื้นฐานของทัศนคติที่ให้นิยามความความสำเร็จว่า คือการพยายามให้บรรลุความสามารถสูงสุดของตน มากกว่าจะตัดสินจากการแข่งขันกับผู้อื่น ซึ่งทัศนคติดังกล่าวช่วยเอื้อต่อทำงานแบบกลุ่ม เพื่อบรรลุผลประโยชน์ร่วมของสังคมด้วย เพราะคนที่มีทัศนคติดังกล่าวจะพอใจที่ตนได้บรรลุศักยภาพของตน แทนที่จะพอใจจากการแข่งขันชนะผู้อื่น นับเป็นวิธีเรียนที่น่าสนใจมากเลยนะคะ]

ส่วนวิธีการเรียนที่มหาวิทยาลัย Palacky ประเทศเช็กจะเป็นแบบ parallel เหมือนที่เรียนกันในประเทศไทย คือ เรียนทีละหลายวิชาพร้อมกัน แล้วไปสอบเก็บคะแนนปลายภาคในเวลาใกล้เคียงกัน ภาคการศึกษาหนึ่งใช้เวลาประมาณ 14-15 สัปดาห์ ข้อดีของการเรียนแบบ parallel คือ ทำให้เราตื่นตัวอยู่เสมอเนื่องจากอาจารย์จะสั่งการบ้านพร้อมกันหลายวิชาและกำหนดส่งในเวลาใกล้เคียงกัน เราจึงต้องจัดตารางการทำงานและวางแผนให้ดี ส่วนข้อเสีย คือ เราจะมีเวลาว่างน้อยเมื่อเทียบกับการเรียนแบบ serial โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัย Palacky ที่จุ๋มเรียนอยู่ อาจารย์จะมีการบ้านให้กลับไปทำเสมอ

สิ่งที่น่าสนใจของการเรียนที่เช็ก คือ ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์จะมีความเป็นกันเองมาก เมื่อเรียนเสร็จแล้วอาจารย์ก็อาจจะไปปาร์ตี้กับลูกศิษย์ต่อ หรือเมื่อมีการจัด discussion class อาจารย์จะจัดให้ไปเรียนกันที่คาเฟ่หรือผับ ระหว่างที่มีการถกเถียงกัน ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์ก็ดื่มเบียร์ไปด้วย เป็นต้น นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเองก็มีการจัดกิจกรรมร่วมกับนักศึกษาต่างชาติเพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมระหว่างกัน เช่น การจัดปฐมนิเทศให้กับนักศึกษาต่างชาติ การจัดปาร์ตี้อาหารและเครื่องแต่งกายประจำชาติ เป็นต้น สำหรับการเรียนในชั้นเรียนนั้นนอกจากวิชาหลักที่ต้องเรียนแล้ว ยังมีวิชาที่น่าสนใจให้เลือกเรียนได้ตามความสามารถโดยไม่ต้องสอบ เพียงแต่ให้ทำรายงานแสดงความเข้าใจของเราต่อวิชานั้นๆ ก็พอ จุ๋มเองยังมีโอกาสเลือกลงวิชา Magic and Witchcraft in Early Modern Europe เลยค่ะ [ผู้สัมภาษณ์ --อุ้ย น่าสนใจ ฟังดูเหมือน Harry Potter เลยค่ะ อืม แต่การเรียนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมยุโรปคงไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่ได้เรียนเรื่องเวทย์มนตร์หรือแม่มดพ่อมด เพราะเรื่องดังกล่าวก็เป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมยุโรปด้วย]

ความคล้ายคลึงกันของการเรียนทั้งสองประเทศโดยประเมินจากหลักสูตร Euroculture ที่จุ๋มเรียนอยู่ซึ่งเป็นทางด้านสังคมศาสตร์ อาจารย์จะเน้นการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน โดยจะกำหนดให้ไปอ่านบทความและทำความเข้าใจกับเนื้อหาล่วงหน้าเพื่อนำมาถกเถียงกันในชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นานๆครั้งอาจารย์จะบรรยายภาพรวมของเนื้อหาคร่าวๆ แล้วให้เราไปศึกษาและค้นคว้าเพิ่มเติม ซึ่งต่างกับการเรียนที่เมืองไทยซึ่งอาจารย์จะเน้นการบรรยายเป็นหลัก

3. ช่วยให้ความเห็นว่าคนสวีเดนและคนเช็กมีลักษณะนิสัยหรือวิธีคิดที่น่าสนใจอย่างไร
คนสวีดิชมองจากภายนอกจะดูเป็นคนเก็บตัว (reserved) และมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก (individualistic) เนื่องมากจากภาพอากาศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปีและวัฒนธรรมที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เมื่อเจอกันชาวสวีดิชจะทักทายว่า “Hej!” แต่ก็จะไม่ถามต่อว่าสบายดีหรือเปล่า เพียงทักกันหนึ่งคำแล้วก็เดินจากไป ในช่วงแรกจุ๋มก็ไม่ค่อยกล้าที่จะคุยด้วยมากนัก แต่พอได้รู้จักกันมากขึ้นแล้วชาวสวีดิชเป็นคนที่น่ารัก จริงใจ ตรงต่อเวลา รักธรรมชาติ และเคารพสิทธิส่วนบุคคล ที่น่าประหลาดใจคือความขี้อายของคนสวีดิชซึ่งทำให้ชาวต่างชาติที่อยากจะมีเพื่อนสวีดิชจะต้องเป็นฝ่ายรุกก่อนเสมอไป

ขณะที่คนเช็กภายนอกจะดูเป็นคนเย็นชาและเคร่งเครียดเนื่องจากไม่นิยมแสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งเป็นอิทธิพลมาจากสมัยที่เช็กอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต อย่างไรก็ตาม คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะนักศึกษาในมหาวิทยาลัยก็ดูจะเป็นมิตรมากขึ้นเพราะสามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกันได้ แต่สำหรับคนรุ่นเก่าไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ จุ๋มจึงไม่ได้มีโอกาสเรียนรู้ความรู้สึกนึกคิดของพวกเขามากนัก โดยรวมแล้วคนเช็กเป็นคนที่เก็บอารมณ์ ขยันขันแข็ง (ตื่นเช้ามากและเริ่มทำงานกันตั้งแต่ 7 โมง) มีระเบียบวินัย มีน้ำใจ และชอบทำอะไรเป็นหมู่คณะ (collective) สังเกตได้จากการใช้ชีวิตในหอนักศึกษามหาวิทยาลัยแทบจะไม่มีห้องเดี่ยวเลย [ผู้สัมภาษณ์ – อืม...อาจจะเป็นผลตกค้างจากสมัยที่อยู่ภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ แบบที่คุณจุ๋มว่ากระมังคะ]

4. การใช้ชีวิตในเช็คและสวีเดนเป็นอย่างไร ปรับตัวง่ายไหมคะ (เพราะดูเหมือนว่าคนไทยส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นเคยกับสองประเทศนี้)
ตอนเรียนอยู่ที่สวีเดนไม่มีปัญหาค่ะ เพราะชาวสวีดิชพูดภาษาอังกฤษได้ดีราวกับเจ้าของภาษา และเมื่อเราสื่อสารกันได้เข้าใจ เรื่องอะไร ๆ ก็ทำความเข้าใจกันได้ง่าย และสามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนจนอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน และคนสวีเดนก็เป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อสูง สวีเดนเป็นประเทศเปิดที่มีชาวเอเชียอาศัยอยู่มากทำให้หมดปัญหาเรื่องอาหารการกินที่หาซื้อได้ทั้งเครื่องปรุงและอาหารสำเร็จรูปจากแม่บ้านคนไทย ตุรกี หรืออาหรับที่นำมาขายที่ตลาดนัดในเมือง ในมหาวิทยาลัยก็มีนักศึกษาไทยอยู่มากจึงไม่เหงา การคมนาคมและการติดต่อสื่อสารสะดวกสบาย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีสูง เว้นแต่เราจะเผอเรอเอง แม้อัตราค่าครองชีพจะสูงมากแต่การใช้ชีวิตในกรอบของนักศึกษาและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากสถานะภาพนักศึกษาจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก

ส่วนที่สาธารณรัฐเช็ก เป็นประเทศที่มีการใช้ภาษาอังกฤษเฉพาะในมหาวิทยาลัย สถานที่ราชการบางแห่ง และเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ ประชาชนทั่วไปไม่สามารถสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษได้ ทำให้มีปัญหาในระยะแรก แต่ทางมหาวิทยาลัยได้ช่วยเป็นธุระให้ทุกอย่างจนเข้าถึงที่พัก มีชั้นเรียนสอนภาษาและวัฒนธรรมเช็กให้แก่นักศึกษาต่างชาติ สำหรับจุ๋มเองคาดการณ์ปัญหานี้มาก่อนที่จะมาเรียนที่นี่ จึงขอเลือกพักร่วมกับนักศึกษาที่เป็นชาวเช็กเพื่อให้ได้เรียนรู้ทั้งภาษาและวิถีชีวิตของเขาแบบเรียนลัด ดังนั้นจุ๋มจึงมีปัญหาน้อยเพราะได้เพื่อนร่วมห้องพักที่น่ารัก เป็นทั้งครูสอนภาษา เป็นล่าม เป็นที่ปรึกษา (เธอกำลังเรียนปริญญาเอก) และเป็นเพื่อนสนิทในที่สุดค่ะ

ชีวิตที่เช็กนี่ให้ความรู้สึกช้อกในครั้งแรก รู้สึกเหมือนเราเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ยังไงยังงั้น เพราะเพิ่งมาจากสวีเดนซึ่งเป็นประเทศก้าวหน้าตามวิถีตะวันตกที่จัดอยู่ลำดับต้นๆ ของสหภาพยุโรป และเราก็เคยชินกับวิถีชีวิตแบบนั้น ส่วนเช็กนั้นเป็นประเทศที่ยังมีกลิ่นอายของความเป็นสหภาพโซเวียตพอสมควร แม้คนเช็กจะไม่ยอมรับก็ตาม การปรับตัวในระยะแรกจึงสับสนอย่างมาก และแย่ยิ่งขึ้นเมื่อถูกแก๊งมิจฉาชีพล้วงกระเป๋าที่ทำกันเป็นทีมจนปกป้องตัวเองไม่ได้ แต่ก็ได้น้ำใจทั้งจากเพื่อนชาวเช็กและเพื่อนร่วมชั้นเรียนจนผ่านวิกฤตินั้นมาได้ [ผู้สัมภาษณ์ - ว้า ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ] การใช้ชีวิตในเช็กจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากพวกมิจฉาชีพซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศยากจนกว่าในยุโรปตะวันออก สำหรับค่าครองชีพในเช็กนั้นต่ำมากค่ะ ประมาณ 10,000 บาทไทยก็อยู่ได้อย่างสบายไปทั้งเดือนค่ะ เก็บเงินเตรียมไว้ไปทัศนะศึกษาในยุโรปได้เยอะค่ะ

5. มีอะไรจะแนะนำนักเรียนไทยที่ได้รับทุน Erasmus Mundus ควรจะเตรียมตัวอย่างไรก่อนมา
อย่างแรกเลยคือ “เตรียมใจ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาก่อน เนื่องจากเราจะต้องเจอกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “culture shock” ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในสังคมที่แตกต่างออกไป วิธีคิดที่เราอาจมองว่าแปลก ภาษาประจำชาติที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ สภาพอากาศที่หนาวเย็น อาหารการกิน วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และค่านิยมในสังคมนั้นๆ ทางที่ดีคือควรจะหาข้อมูลพื้นฐานของประเทศและเมืองที่เรากำลังจะไปเรียนโดยสามารถหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ และโดยปกติผู้ประสานงานของมหาวิทยาลัยของแต่ละหลักสูตรจะจัดส่งเอกสารข้อมูลพื้นฐานของประเทศ เมือง มหาวิทยาลัยที่จะเข้ารับการศึกษา ตลอดจนข้อแนะนำต่างๆ ในการใช้ชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้นๆ มาให้ก่อนที่จะเดินทาง สิ่งสำคัญที่สุดคือขอให้เป็นคน open-minded พร้อมที่จะเปิดรับเพื่อนใหม่และประสบการณ์ใหม่ๆ อย่าเคร่งเครียดกับการเรียนเพียงอย่างเดียวมากจนเกินไป ประสบการณ์การใช้ชีวิตนักศึกษาในยุโรปเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ เพราะเมื่อได้รับโอกาสในการมาเรียนต่อในยุโรปด้วยทุน Erasmus Mundus แล้ว เราสามารถใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์อย่างมากที่สุด

ประการถัดไปคือ “เตรียมตัว” ซึ่งควรเพิ่มทักษะด้านภาษาที่จะใช้ในการเรียน โดยเฉพาะการฟังและการพูด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในห้องเรียนที่ต้องมีเสนอความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการพิจารณาให้ทุนนี้ส่วนใหญ่ไม่มีการสัมภาษณ์จึงอาจทำให้ผู้ได้รับทุนบางรายบกพร่องในประเด็นนี้

ต้องเตรียม “เงินสำรองจ่าย” สำหรับทุกสิ่งรวมถึงค่าเครื่องบินและค่าใช้จ่ายต่างๆ จนกว่าจะลงทะเบียนเป็นนักศึกษาตามที่ได้รับทุนแล้ว มหาวิทยาลัยเจ้าของหลักสูตรจึงจะดำเนินการจ่ายเงินเข้าบัญชีธนาคารของนักศึกษาผู้ได้รับทุน

การยื่นขอ “วีซ่า” เข้าประเทศที่จะไปศึกษามักเป็นปัญหาเสมอๆ เนื่องจากทางสหภาพยุโรปแจ้งผลเป็นทางการให้แก่ผู้ได้รับทุนค่อนข้างกระชั้นชิดกับเวลาเปิดภาคการศึกษา และผู้ได้รับทุนต้องยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 2 ประเทศพร้อมๆ กัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ได้รับทุนต้องติดต่อใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานของมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้รับเอกสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อยื่นประกอบการขอวีซ่าจากสถานทูตในประเทศไทย

6. มีเคล็ดลับพิชิตทุนErasmus Mundus ไหมคะ
ศึกษาข้อมูลหลักสูตรที่เปิดรับสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน ลองดูคร่าวๆ ก่อนว่าหลักสูตรที่เราสนใจมีอะไรบ้างและคุณสมบัติที่เรามีอยู่สามารถสมัครได้หรือไม่ หากขาดคุณสมบัติอันไหน เช่น ผลทดสอบภาษา (IELTS หรือ TOEFL) ก็จะได้มีเวลาเตรียมตัวไปสอบให้เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาที่เปิดรับใบสมัครจะได้มีเวลาเตรียมเอกสารทุกอย่างให้ครบถ้วน หรือกรณีที่บางประเทศในยุโรปอาจระบุให้มีการแปลเอกสารเป็นภาษาประจำชาติ นอกจากภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจใช้เวลาดำเนินการนานพอสมควร เราก็จะได้มีเวลาเตรียมตัวเอกสารนั้นๆ ได้ทันเวลา

ที่สำคัญคืออย่ารอเวลา เนื่องจากหลักสูตรที่เปิดรับสมัครส่วนมากจะไม่มีการสัมภาษณ์ ขั้นตอนการคัดเลือกผู้ได้รับทุนจึงมักขึ้นอยู่กับเอกสารประกอบการสมัครเป็นหลัก เตรียมเอกสารให้ครบ ฝึกเขียน motivation letter ให้ได้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องยาวหลายหน้ากระดาษ แต่ขอให้ระบุชัดเจนถึงคุณสมบัติของตนเองและสิ่งที่เราคาดหวังจะได้ประโยชน์จากหลักสูตรที่เลือก

หลายหลักสูตรจะเปิดโอกาสให้เลือกประเทศที่เราต้องการจะไปเรียนได้ ดังนั้นเราควรหาข้อมูลเบื้องต้นของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ วัฒนธรรม ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงค่าครองชีพ ที่สำคัญคือควรศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัยในประเทศนั้นๆ ด้วยเพื่อประกอบการตัดสินใจ

...........
ทางทีมงานไทยยุโรป.เน็ตต้องขอขอบคุณคุณจุ๋มที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์ เมื่ออ่านที่คุณจุ๋มให้สัมภาษณ์จบแล้ว อย่างรอช้า รีบไปเตรียมตัวสมัครทุน Erasmus Mundus กันดีกว่า ส่วนใครที่ไม่ถึงวัยหรือเลยวัยมาแล้ว (อย่างผู้สัมภาษณ์...ฮือ...ฮือ...) ก็แนะนำทุนนี้ต่อๆกันไปให้แก่คนรู้จัก ทีมงานอยากให้นักศึกษาไทยได้รับรู้ถึงโอกาสดีๆอย่างนี้ในวงกว้าง

สนใจ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุน Erasmus Mundus ได้ที่

หรือเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ http://ec.europa.eu/education/programmes/mundus/index_en.html


Related Items:

  1. EC Delegation เชิญร่วมงานนิทรรศการศึกษาต่อในยุโรปปี 51 EHEF2008
  2. EU เชิญชวนนักศึกษาไทยสมัครทุน Erasmus Mundus
  3. การบรรยายและประชาสัมพันธ์เรื่องทุนการศึกษา Erasmus Mundus ในประเทศไทย
  4. ความคืบหน้าโครงการ Erasmus Mundus ประจำปีการศึกษา 50-51
  5. ความคืบหน้าล่าสุด ทุน Erasmus Mundus II ประจำปี 2552-2556
Last Updated ( Thursday, 19 April 2007 )
host by optimizeserver.com