การขยายผลการวิจัยและพัฒนาสู่ภาคการผลิตในสหภาพยุโรป Print E-mail
Written by สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   
Monday, 19 March 2007

การวิจัยและพัฒนาเป็นรากฐานในการสร้างเสริมและต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับการประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าและบริการต่างๆ ตลอดจนปรับปรุงระบบและกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและทันสมัย ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าของสังคม ดังนั้นกิจกรรมการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งนวัตกรรมจึงมีความสำคัญต่อความก้าวหน้าของประเทศในสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้แห่งโลกไร้พรมแดน นอกจากนี้ยังเป็นดัชนีชี้วัดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลกอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล ประเทศที่มีทุนทางปัญญาที่ดีเลิศ มีการสร้างสมผลงานวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นระบบ และภาครัฐกำหนดแนวนโยบายในการสนับสนุนและพัฒนาที่ชัดเจน รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุ่มเทกำลังกายและกำลังความคิดในการดำเนินงาน มีการขยายผลไปสู่ภาคการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะมีศักยภาพในการสร้างความเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจที่อิงฐานความรู้อย่างแท้จริง

มาตรการลิสบอนซึ่งเสนอโดยสภาสหภาพยุโรปเมื่อ ค.ศ. 2000 และทบทวนใน ค.ศ. 2005 กำหนดเป้าหมายการลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาเป็นร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งจะเป็นการเร่งการจ้างงานและการเติบโตของยุโรป โดยได้มีการสร้างรูปแบบไตรภาคีความรู้อันประกอบด้วย “การวิจัย – การศึกษา – นวัตกรรม” ที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันสำหรับการคงไว้ซึ่งความเป็นพลวัตทางด้านเศรษฐกิจและรูปแบบสังคมของยุโรป กรอบแผนงาน ฉบับที่ 7 (ค.ศ. 2007 – 2013) ผลักดันให้แต่ละประเทศลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาให้ได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งสร้างความเป็นปึกแผ่นในสาขาการวิจัยและพัฒนาแห่งภูมิภาค ตลอดจนให้ทุนสนับสนุนการวิจัยเพื่อผลประโยชน์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยเฉพาะ นอกจากนี้แผนงานขีดความสามารถในการแข่งขันและนวัตกรรม (Competitiveness and Innovation Programme, CIP) ได้ให้การสนับสนุนเครือข่ายกลางในระดับชาติสำหรับการอำนวยความสะดวกแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการดำเนินงานภายใต้กรอบแผนงาน ฉบับที่ 7 ด้วย

ปัจจุบันวิสาหกิจในยุโรปประกอบด้วยวิสาหกิจขนาดใหญ่ (มากว่า 250 คนขึ้นไป) ร้อยละ 1 ขนาดกลาง (50 ถึง 249 คน) ร้อยละ 1 ขนาดย่อม (10 ถึง 49 คน) ร้อยละ 7 และขนาดจิ๋ว (1 ถึง 9 คน) ร้อยละ 91 เมื่อพิจารณาเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมขนาดจิ๋วทั่วยุโรปทั้งหมดมีมากกว่า 23,000,000 แห่ง ซึ่งมีตำแหน่งงานรวมถึง 75,000,000 ตำแหน่ง คิดเป็นสัดส่วนร่วมถึงสองในสามของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้กำหนดแนวทางในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ชัดเจน โดยประกาศคำขวัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “คิดเล็กก่อน” หรือ “Think Small First” ทั้งนี้ ในกรอบแผนงานฉบับที่ 7 ซึ่งเป็นแผนงานการวิจัยและพัฒนาที่มีการลงทุนถึง 53,272 ล้านยูโร นั้น ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 15 จะจัดสรรให้กับวิสาหกิจ โดยเฉพาะในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในขีดความสามารถเชิงนวัตกรรมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่สามารถดำเนินการผ่านเครือข่ายภูมิภาคที่มีอยู่แล้ว คือ Innovation Relay Centres (IRC) ซึ่งทำหน้าที่ในการให้บริการสนับสนุนธุรกิจโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป นอกจากนี้ในแผนงานขีดความสามารถในการแข่งขันและนวัตกรรม ค.ศ. 2007 - 2013 ซึ่งมีงบประมาณราว 3,621 ล้านยูโร โดยในจำนวนนี้เป็นแผนงานประกอบการและนวัตกรรม 2,166 ล้านยูโร ซึ่งจะมีการช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในรูปแบบต่างๆ อาทิ การเข้าถึงแหล่งเงินกู้โดยผ่านธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป European Investment Bank (EIB) ที่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศสมาชิกสามารถกู้ยืมได้ การร่วมทุนและความช่วยเหลือทางวิชาการ รวมทั้งการให้ทุนสนับสนุน เป็นต้น

การสนับสนุนการขยายผลการวิจัยสู่ภาคการผลิตที่สำคัญในกรอบแผนงาน ฉบับที่ 7 อาทิ การริเริ่มเทคโนโลยีร่วม (Joint Technology Initiatives, JTIs) ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการวิจัยเฉพาะเรื่องที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของยุโรป ภาคเอกชนในสหภาพยุโรปสามารถส่งข้อเสนอโครงการได้โดยผ่านกลไก “Consortium” ซึ่งทำหน้าที่ในการประสานงานระหว่างสหภาพยุโรปกับสมาชิกทั้งหมด โดยหลักการแล้ว Consortium ประกอบด้วยนิติบุคคลอย่างน้อย 3 แห่งที่แยกจากกัน มีการลงนามในความตกลงร่วมกัน ตามที่สหภาพยุโรปได้กำหนดรูปแบบความตกลงที่เรียกว่า “Development of a Simplified Consortium Agreement for FP7, DESCA” ซึ่งสารัตถะในความตกลงประกอบด้วย องค์กรที่เป็นสมาชิก การจัดสรรเงินทุนของสหภาพยุโรป กฎการเผยแพร่ทรัพย์สินทางปัญญา การระงับข้อพิพาท รวมทั้งการเตรียมการในเรื่องความน่าเชื่อถือขององค์กร การจ่ายสินไหมทดแทนและการรักษาความลับ

โครงการที่สำคัญของภาคเอกชนในสหภาพยุโรป และเป็นตัวอย่างการวิจัยที่ขยายผลสู่ภาคการผลิต อาทิ “Fastool” ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มสมาคมอุตสาหกรรม ในการพัฒนากระบวนการผลิตร่วมกันอย่างเข้มแข็ง โดยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน 180 แห่ง ราชอาณาจักรสเปน 209 แห่ง ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ 120 แห่งและสหราชอาณาจักร 299 แห่ง ร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาการขึ้นรูปพลาสติก และมีบทบาทที่สำคัญในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติที่ดีที่สุดต่อชุมชนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องก็จะตรึงในพื้นที่ของสี่ประเทศนี้

การพัฒนาธุรกิจของภาคเอกชนในสหภาพยุโรป โดยการลงทุนสำหรับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เป็นเสมือนแรงขับเคลื่อนที่สำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก ทั้งในปัจจุบันและอนาคตของภูมิภาค ด้วยความคาดหมายว่าผลตอบแทนการลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาจะสูงกว่าการลงทุนในด้านอื่น รวมทั้งจะเป็นการสร้างงานในภูมิภาคที่พึ่งทุนทางปัญญามากกว่าแรงงาน ภาคเอกชนในประเทศไทยน่าจะมีการรวมกลุ่มกันตามสาขาที่ประกอบการและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกันในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหา รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้ความรู้ร่วมกันให้มากขึ้น โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีที่ไทยมีศักยภาพและความพร้อมเชิงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนบุคลากร ดำเนินการร่วมกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยในการริเริ่มโครงการร่วมพัฒนาเชิงกลุ่มสาขา ทั้งนี้ รัฐควรมีมาตรการในการสร้างแรงจูงใจให้กับภาคเอกชนที่จะมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะในประเด็นที่จะขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ที่ชัดเจน จัดหาแหล่งเงินทุนในการขยายผลงานวิจัยและพัฒนาสู่ภาคการผลิตหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคธุรกิจ รวมทั้งจัดให้มีหน่วยประสานงานกลางระดับชาติซึ่งอาจจะปรับบทบาทของหน่วยงานที่มีอยู่เดิม ที่จะทำหน้าที่ในการบริหารจัดการและเชื่อมช่องว่างระหว่างการวิจัยกับภาคการผลิต ให้คำปรึกษาในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลเชิงวิชาการและเทคโนโลยี หรือแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการสร้างงานที่พึ่งทุนทางปัญญาสำหรับการสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดย
ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์
อัครราชทูตที่ปรึกษา (ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
27 กุมภาพันธ์ 2550

เอกสารอ้างอิง
  • “Collective research projects: exploiting R&D results” CORDIS focus SME supplement No 3 December 2006

  • “Commission acts to stimulate research and development” EUROPOLITICS ENVIRONMENT No 713, December 2006

  • “Commission appears split on Joint Technology Initiatives” EUROPOLITICS ENVIRONMENT No 713, December 2006

  • “Commission says access to EU funding will improve” EUROPOLITICS ENVIRONMENT No 710, October 2006

  • “Commission to bring out new strategy for innovation in services” EUROPOLITICS ENVIRONMENT No 713, December 2006

  • “European investment fund to finance SMEs in Greece” EUROPOLITICS ENVIRONMENT No 711, October 2006

  • “EU-wide contact points for SMEs” CORDIS focus SME supplement No 3 December 2006

  • “Faster tools for better business” CORDIS focus SME supplement No 3 December 2006

  • “JTIs a key initiative for innovation, say ministers” EUROPOLITICS ENVIRONMENT No 714 - 715, December 2006

  • “Parliament backs compromise deal on 7th Framework Programme” EUROPOLITICS ENVIRONMENT No 713, December 2006

  • “7th Framework Research Programme: Model agreement to improve participation of SMEs” EUROPOLITICS ENVIRONMENT No 717, February 2007

  • http://cordis.europa.eu 25 February 2007
    Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

    Related Items:

    1. "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 1
    2. "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 2 : วิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์
    3. "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 3 : กรองยุทธศาสตร์สู่ไทย
    4. EU ยังด้อยกว่าสหรัฐฯและญี่ปุ่นในด้านนวัตกรรม
    5. การประชุมรัฐมนตรีคลังของ EU
  • Last Updated ( Monday, 19 March 2007 )