FTA Series: คืบหน้าล่าสุดเขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรป Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Wednesday, 14 March 2007

เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าเผย อาจเริ่มเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรปในเร็ววันนี้ พร้อมมุ่งผลักดันให้กฏหมายไทยมี “ความโปร่งใส” มากยิ่งขึ้น เน้นเรื่องการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และหาทางเปลี่ยนพรบ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 ทางทีมงานไทยยุโรป.เน็ตได้ไปฟังการกล่าวแนะนำความสัมพันธ์ทางด้านการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยพร้อมกับคณะนิสิตปริญญาโทจากหลักสูตรยุโรปศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนาง Sandra Callagan, deputy Head of Union – Coordinator for ASEAN, Singapore, Thailand, Vietnam and Brunei ได้มาเป็นผู้บรรยาย โดยในการบรรยาย นอกจากทางนาง Callagan จะพูดถึงภาพรวมความสัมพันธ์การค้าไทย-สหภาพยุโรปอย่างกว้างๆแล้ว ยังเน้นหนักเป็นพิเศษถึงเรื่องเขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรป โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ใครจะเป็นผู้ได้ผลประโยชน์จากเขตการค้าเสรีนี้
นาง Callagan กล่าวว่า จากการศึกษาของ Vision Group เขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรป จะเป็นเขตการค้าเสรีที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ (win-win situation) ไม่มีผู้ได้-ผู้เสียประโยชน์ เฉกเช่นเขตการค้าเสรีอื่นๆ (อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศอาจจะได้ประโยชน์มากน้อยแตกต่างกันไป)

2. จะเริ่มการเจรจา เขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรป เมื่อไหร่
ปัจจุบัน คณะกรรมาธิการยุโรปได้ส่งข้อเสนอไปให้คณะมนตรียุโรปเรียบร้อยแล้ว และกำลังรอการอนุมัติให้อำนาจการเจรจาจากคณะมนตรียุโรป นาง Callagan จึงคาดว่าน่าจะมีข่าวคราวความคืบหน้าในเดือนมีนาคมหรือเมษายนนี้ เนื่องจากประเทศสมาชิกทุกประเทศมีท่าทีเห็นชอบให้มีการเจรจาเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรป (ต่างจากกรณี EU – South Korea FTA หรื EU-India FTA) จึงคาดว่าน่าจะเริ่มการเจรจาได้ในเร็วๆนี้ ส่วนการเจรจาอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี

3. รูปแบบเขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรปจะเป็นอย่างไร
นาง Callagan กล่าวว่าจะเป็นการเจรจาในระดับภูมิภาคต่อภูมิภาค คือ ระหว่างสหภาพยุโรป 27 ประเทศ และ ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ (รวมถึงพม่าด้วย แต่อาจมีการปฏิบัติกับพม่า “เป็นกรณีพิเศษ” ในระหว่างการเจรจา เช่น ไม่ให้มีการออกความเห็น) แต่เนื่องจากประเทศอาเซียนมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ต่างกัน จึงอาจเปิดให้แต่ละประเทศมีระยะเวลาปรับตัวที่ต่างกัน (ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับ AFTA และ FTA ที่อาเซียนเจรจากับภูมิภาคอื่นๆ)

คาดว่าเป็นการเจรจาแบบครอบคลุม (comprehensive) ซึ่งผลักดันให้รวมด้านการบริการและการลงทุน รวมไปถึงด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม หรือ การพัฒนาที่ยั่งยืน (ซึ่งจะมีหน่วยงานของสหภาพยุโรปทำวิจัยว่าเขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรป จะมีผลในแต่ละภูมิภาคของสหภาพยุโรปอย่างไรด้วย)

4. ประเด็นใดที่สหภาพยุโรปจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ
นาง Callaganกล่าวว่าประเด็นที่สหภาพยุโรปจะให้ความสนใจเป็นพิเศษในการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน- สหภาพยุโรปได้แก่

4.1 เรื่องพิกัดศุลกากร (customs): สหภาพยุโรปจะพยายามผลักดันเรื่อง classification of goods ให้มีการปรับเป็นไปในระบบเดียวกัน

4.2 เรื่องภาษี (taxes and tariffs): ทางสหภาพยุโรปเห็นว่า ปัจจุบัน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีการปฏิบัติต่อคนในชาติและคนต่างชาติที่ต่างกันในเรื่องภาษี เช่น ในสินค้าประเภทเดียวกัน หรือทดแทนกันได้ กลับเก็บภาษีสินค้าต่างชาติมากกว่า อาทิเช่น สินค้าประเภทแอลกอร์ฮอล์ จึงจะผลักดันให้มีการยกเลิกการปฏิบัติที่แตกต่างกันดังกล่าว

4.3 เรื่องมาตรฐาน (standard): สหภาพยุโรปจะผลักดันให้ทางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับมาตรฐานของสหภาพยุโรปในเรื่องต่างๆทั้งสินค้าเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรม

4.4 เรื่องความโปร่งใส (transparency): สหภาพยุโรปต้องการให้เพิ่มความโปร่งใสในขั้นตอนของการใช้กฏหมายและระเบียบของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเรื่องต่างๆ เช่น การขอใบอนุญาตการนำเข้า (import licence) ซึ่งปัจจุบัน สหภาพยุโรปเห็นว่า ขั้นตอนดังกล่าวยังไม่มีความสม่ำเสมอ

4.5 เรื่องการลงทุนของชาวต่างชาติ (investment): นาง Callagan ได้กล่าวกว้างๆว่า ปัจจุบัน กฏหมายของไทยที่เกี่ยวเนื่องกับการถือสิทธิในการถือหุ้นของชาวต่างชาติในบริษัทเป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของการลงทุนจากสหภาพยุโรป จึงต้องการผลักดันให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจคนต่างด้าวในการเจรจาจัดตั้งการค้าเสรีในครั้งนี้

4.6 การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (intellectual property rights): สหภาพยุโรปจะผลักดันในเรื่องนี้อย่างจริงจังและจะมีรูปแบบที่แตกต่างกับแบบที่สหรัฐอเมริกาใช้

4.7 กฏว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า (rules of origin): ในการพิจารณาแหล่งกำเนิดสินค้า สหภาพยุโรปจะผลักดันให้เขตการค้าเสรีอาเซียน-สหภาพยุโรปนี้ รับใช้กฏว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้ารูปแบบใหม่ที่ทางคณะกรรรมาธิการกำลังแก้ไขอยู่ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ) ซึ่งจะให้ความสำคัญกับเรื่องการใช้การวัดมูลค่าเพิ่มของสินค้าภายในภูมิภาค (value-added method) เป็นตัวกำหนดแหล่งกำเนิดสินค้า โดยคาดว่าจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบใหม่นี้ในเดือนพฤษภาคมนี้

ทั้งนี้ ทางทีมงานไทยยุโรป.เน็ตจะจับตาการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน-สหภาพยุโรปอย่าใกล้ชิด พร้อมทั้งหาข้อมูลในประเด็นต่างๆ และจากมุมมองอื่นๆมานำเสนอเป็นระยะๆ ต่อไป


Related Items:

  1. FTA Series: จากโดฮาสู่ EU-ASEAN FTA
  2. FTA Series: มาตรการ SPS ของสหภาพยุโรป กับการเจรจา FTA
  3. จากโดฮาสู่ EU-ASEAN FTA
  4. ท่าที EU ในการเจรจา EU-ASEAN FTA: มาตรการ SPS
  5. นโยบายการแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรป และผลที่อาจมีต่อ EU-ASEAN FTA
Last Updated ( Wednesday, 23 May 2007 )

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.