สถิติสินค้าอาหารของไทยในระบบ Rapid Alert ในปี 2549 Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 23 January 2007

สินค้าอาหารของไทยที่ได้รับการแจ้งเตือนในระบบการแจ้งเตือนสินค้าอาหารและอาหารสัตว์ (Rapid Alert for Food and Feed System: RASFF) ของ EU ในช่วงระหว่างเดือน ก.ค. – ธ.ค. 2549 มีจำนวนทั้งสิ้น 39 รายการ สินค้าที่ถูกแจ้งเตือนบ่อยที่สุดคือ ผัก (16 ครั้ง) ประเทศสมาชิก EU ที่แจ้งเตือนสินค้าจากไทยบ่อยที่สุดคือ ฟินแลนด์ (11 ครั้ง) หากรวมสถิติในปี 2549 ทั้งหมด สินค้าไทยถูกแจ้งเตือนรวมทั้งสิ้น 75 ครั้ง รายละเอียดมีดังนี้

อะไรคือ Rapid Alert
ระบบการแจ้งเตือนสินค้าอาหาร (Rapid Alert for Food and Feed System หรือ RASFF) ของ EU มีพื้นฐานมาจากข้อบังคับ Regulation (EC) No 178/2002 ในมาตราที่ 50 ซึ่งกำหนดให้จัดตั้งระบบการแจ้งเตือนสินค้าอาหารผ่านทางเครือข่ายของทุกประเทศสมาชิก EU รวมทั้ง EFTA และ EEA คณะกรรมาธิการยุโรป และหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของยุโรป (EFSA) ในกรณีที่ประเทศสมาชิกพบว่ามีสินค้าอาหารและอาหารสัตว์ใดที่มีความเสี่ยงโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อสุขภาพมนุษย์จะต้องแจ้งผ่านเครือข่ายเพื่อให้มีการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อสินค้าอาหารนั้นต่อไป

สถิติในช่วงเดือน กรกฏาคม - ธันวาคม 2549
สินค้าอาหารของไทยที่ได้รับการแจ้งเตือนจำนวน 39 รายการในช่วงระหว่างเดือน ก.ค. – ธ.ค. 2549 แบ่งออกเป็น Alert Notifications 4 รายการ และ Information Notifications 35 รายการ ประเทศที่ประกาศแจ้งเตือน (notifying country) เรียงตามลำดับความถี่ของการแจ้งเตือนและประเภทสินค้าที่ถูกแจ้งเตือน มีดังนี้

ประเทศที่แจ้งเตือน
  • ฟินแลนด์: 11 ครั้ง
  • สหราชอาณาจักร: 9 ครั้ง
  • นอร์เวย์: 7 ครั้ง
  • เนเธอร์แลนด์: 3 ครั้ง
  • อิตาลี: 3 ครั้ง
  • ฝรั่งเศส: 1 ครั้ง
  • สเปน: 1 ครั้ง
  • ไซปรัส: 1 ครั้ง
  • สวีเดน: 1 ครั้ง
  • เยอรมนี: 1 ครั้ง
  • กรีซ: 1 ครั้ง

    ประเภทสินค้าที่ถูกแจ้งเตือน
  • ผัก: 16 ครั้ง
  • อาหารแช่แข็ง: 8 ครั้ง
  • อาหารแปรรูป: 6 ครั้ง
  • อาหารทะเล: 4 ครั้ง
  • อาหารสัตว์: 2 ครั้ง
  • อื่นๆ: 3 ครั้ง
  • ประเภทสินค้าที่ถูกแจ้งเตือน
    สินค้าที่ได้รับการแจ้งเตือนมากที่สุดคือ ผัก จำนวน 16 ครั้ง (เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี 2549 ที่ถูกแจ้งเตือน 12 ครั้ง) อาทิเช่น ใบมะกรูดและใบโหระพา ถั่วฝักยาว ผักชีและใบสะระแหน่ ตะไคร้ มะเขือยาว เป็นต้น ข้อบกพร่องที่พบส่วนใหญ่คือ พบเชื้อ Salmonella และสารตกค้างจากยาฆ่าแมลง Omethoate

    สินค้าประเภท อาหารแช่แข็ง ได้รับการแจ้งเตือน 8 ครั้ง (เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรกที่ได้รับการแจ้งเตือน 3 ครั้ง) อาทิเช่น ปลา/ปลาหมึกแช่แข็ง ไก่ปรุงสุกแช่แข็ง ข้อบกพร่องที่พบส่วนใหญ่คือ พบสาร Cadmium ในปลาหมึก พบสาร Benzo(a)pyrene ในปลา พบการใช้Carbonmonoxide ในปลาทูน่าแช่แข็ง เป็นต้น

    สินค้าประเภท อาหารแปรรูป ได้รับการแจ้งเตือน 6 ครั้ง (ลดลงจากช่วงครึ่งปีแรกที่ได้รับการแจ้งเตือน 17 ครั้ง) อาทิเช่น สัปปะรดอบแห้ง เนื้อปลาทูน่าในน้ำมันพืช เยลลี่ ถั่วกระป๋อง เป็นต้น ข้อบกพร่องที่พบได้แก่ พบสาร E407 เชื้อ Aflatoxin ในกรณีเนื้อปลาทูน่าแหล่งผลิตมิได้อยู่ใน approved establishments เป็นต้น

    สินค้าประเภท อาหารทะเล ได้รับการแจ้งเตือน 4 ครั้ง (ช่วงครึ่งแรกของปี 2549 ได้รับการแจ้งเตือน 3 ครั้ง) อาทิเช่น ปลา ปลาแห้ง ปลารมควัน ข้อบกพร่องที่พบได้แก่ พบแมลงและตัวอ่อนของแมลง พบสาร Benzo(a)pyrene เป็นต้น

    สินค้าประเภท อาหารสัตว์ ได้รับการแจ้งเตือน 2 ครั้ง (เป็นสินค้าที่ไม่เคยถูกแจ้งเตือนในช่วงครึ่งแรกของปี 2549) ได้แก่ dog chews ข้อบกพร่องที่พบคือพบเชื้อ Salmonella

    สินค้าประเภทอื่นๆ ได้แก่ ชา กาแฟ สารปรุงแต่งอาหาร ได้รับการแจ้งเตือน 3 ครั้ง คือพบสมุนไพรที่ไม่ได้รับอนุญาต ในกรณีชา กาแฟ และพบการฉายรังสี (Irradiated) ในสารปรุงแต่งอาหาร

    การตรวจพบสารตกค้างและเชื้อ Salmonella ในผักเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2549 จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การนำเข้าผักของไทยใน EU ได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพิ่มขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังพิจารณาแนวทางดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

    การตรวจสอบของ FVO ในประเทศไทย
    Food Veterinary Office (FVO) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสาธารณสุขและการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เดินทางเยือนไทยเมื่อวันที่ 15-23 พฤศจิกายน 2549 เพื่อประเมินระบบการควบคุมสารตกค้างในสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ยารักษาสัตว์ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า

    คณะ FVO ได้ประเมินระบบการควบคุมสารตกค้างฯ ในสินค้าประมง สัตว์ปีก และน้ำผึ้ง ที่ส่งออกมายัง EU พบว่าโดยรวมมีความพอใจกับระบบการควบคุมตรวจสอบสารตกค้างที่ดำเนินการโดยหน่วยงานรับผิดชอบของภาครัฐ (หน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจสอบสารตกค้างแบ่งออกเป็นประเภทผลิตภัณฑ์ โดย กรมประมง รับผิดชอบสินค้าสัตว์น้ำ แบ่งเป็น สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง (CFRDB) สำหรับการตรวจสอบสัตว์น้ำจากทะเล และสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด (IFRDB) สำหรับการตรวจสอบสัตว์น้ำจืด โดยมี Fish Inspection and Quality Control Division (FIQD) เป็นหน่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ในขณะที่ กรมปศุสัตว์ มี Bureau of Livestock Products Standards and Certification (BLSC) เป็นผู้ควบคุมการตรวจสอบสารตกค้างสำหรับสัตว์ปีกและน้ำผึ้ง) และภาคเอกชน (ห้องแล็บของภาคเอกชนได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยภาครัฐ) อย่างไรก็ดี มีสารเคมีบางชนิดที่ไม่ได้รับการตรวจสอบทั้งที่เป็นสารที่ EU กำหนดให้มีการตรวจสอบตาม Council Directive 96/23/EC นอกจากนี้ มีหลายกรณีที่แม้มีการตรวจพบว่ามีสารเคมีต้องห้ามตกค้างไม่เกินระดับ Maximum Residue Limit (MRL) ในสินค้าประมง แต่ก็ไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติมทำให้มีผลลดประสิทธิภาพในการควบคุมการใช้สารเคมีต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ใน Directive ดังกล่าว

    ระบบการตรวจสอบในห้องแล็บมีความน่าเชื่อถือ แต่ยังขาดวิธีการวิเคราะห์ (analytical method) สารเคมีบางชนิดสำหรับสินค้าสัตว์ปีกและประมง

    ในส่วนผลิตภัณฑ์ยารักษาสัตว์ (VMP) มีวิธีการควบคุมการจัดจำหน่ายและการอนุญาตการใช้สารโดย Food and Drug Administration (FDA) กระทรวงสาธารณสุข อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ดี มีสารเคมีหลายชนิดสำหรับใช้ในยารักษาสัตว์ที่อนุญาตให้ใช้ได้ในปทท. แต่ใน EU มีระเบียบไม่ให้ใช้สารดังกล่าว เช่น trichlorfon สำหรับสินค้าสัตว์น้ำ และ gentamicin, fenbendazole และ albendazomujle สำหรับสัตว์ปีก นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลการตรวจสอบ VMP ระหว่าง FDA-กรมประมง-กรมปศุสัตว์ แม้ว่ามีการประสานงานระหว่างหน่วยตรวจสอบในระดับท้องถิ่นก็ตาม

    นอกจากการตรวจสอบเมื่อเดือน พ.ย. แล้ว FVO ยังได้เดินทางเยือนไทยเมื่อวันที่ 18-27 มกราคม 2549 เพื่อประเมินระบบการควบคุมสารตกค้างในพืชด้วย

    ผลสรุปปี 2549
    โดยรวมในปี 2549 สินค้าของไทยถูกแจ้งเตือนในระบบ Rapid Alert 75 รายการ โดยสินค้าประเภทผักได้รับการแจ้งเตือนมากที่สุด 28 ครั้ง รองลงมาคือ อาหารแปรรูป 23 ครั้ง อาหารแช่แข็ง 11 ครั้ง


    Related Items:

    1. สถิติการแจ้งเตือนสินค้าที่ไม่ปลอดภัยจากไทย ม.ค. - มิ.ย. 51
    Last Updated ( Tuesday, 23 January 2007 )
     

    Red Alerts

    สินค้าอาหาร (RASFF) คือ ระบบการแจ้งเตือนสินค้าอาหารของอียู (Rapid Alert for Food and Feed System) มีพื้นฐานมาจากข้อบังคับ Regulation (EC) No 178/2002 ในมาตราที่ 50 ซึ่งกำหนดให้จัดตั้งระบบการแจ้งเตือนสินค้าอาหารผ่านทางเครือข่ายของทุกประเทศสมาชิก EU รวมทั้ง EFTA และ EEA ในกรณีที่ประเทศสมาชิกพบว่ามีสินค้าอาหารและอาหารสัตว์ใดที่มีความเสี่ยงโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อสุขภาพมนุษย์ คณะกรรมาธิการยุโรป และหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของยุโรป (EFSA) จะต้องแจ้งผ่านเครือข่ายเพื่อให้มีการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อสินค้าอาหารนั้นต่อไป  การแจ้งเตือน  มี 3 ประเภท ได้แก่

     1) Alert notifications เป็นการแจ้งเตือนเมื่อมีการตรวจพบสินค้าอาหารและอาหารสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของมนุษย์และสัตว์ และเข้าสู่ท้องตลาดแล้ว โดยประเทศสมาชิกได้มีการดำเนินมาตรการใดมาตรการหนึ่งต่อสินค้าดังกล่าว เช่น การถอนสินค้า หรือ เรียกคืนสินค้าจากท้องตลาด

    2) Information notifications เป็นการแจ้งเตือนเมื่อมีการตรวจพบสินค้าอาหารและอาหารสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของมนุษย์และสัตว์ และสินค้ายังไม่เข้าสู่ท้องตลาดหรือหมดไปจากท้องตลาดของประเทศสมาชิกอื่นๆแล้ว ประเทศสมาชิกอื่นๆจึงไม่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเร่งด่วนต่อสินค้าดังกล่าว

    3) Border rejection เป็นการแจ้งเตือนสินค้าอาหารและอาหารสัตว์ที่ตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐานของ EU โดยประเทศสมาชิกดำเนินมาตรการปฏิเสธการนำเข้า ณ ด่านนำเข้า

    (ข้อมูลได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำสหภาพยุโรป)    >> อ่านต่อ

     

    ปฎิทินธุรกิจ/กิจกรรม

    No Latest Events

     

    ThaiEurope

    Syndicate

    จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

    .