Janez Potocnik เปิดตัว FP7 Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 23 January 2007

Janez Potocnik กรรมาธิการยุโรปผู้รับผิดชอบด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัย ให้สัมภาษณ์เนื่องในโอกาสเปิดตัวกรอบแผนงานเพื่อการวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ฉบับที่ 7 หรือ FP7 (The Seventh Framework Programme for Research and Technological Development) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2550 อันเป็นโอกาสดีที่องค์กรของไทยไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนเร่งสร้างความร่วมมือกับยุโรปเพื่อพัฒนา Research and Development - R&D ของไทยให้ก้าวทันกระแสเศรษฐกิจโลกต่อไป

กรรมาธิการยุโรปฯได้กล่าวถึงความสำคัญของ FP7 ว่า ประการแรกเป็นการแสดงให้เห็นว่าสหภาพยุโรปมีความสามารถในการดำเนินโครงการสำคัญต่างๆให้สำเร็จลุล่วงได้ตามกำหนดเวลา ซึ่งแต่เดิมหลายฝ่ายอาจคิดว่าสหภาพยุโรปเพิ่งได้ข้อสรุปด้านงบประมาณในเดือนพฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา อาจไม่สามารถเริ่มโครงการต่างๆได้ทัน หากแต่สหภาพยุโรปสามารถทำได้จริงราวกับปาฎิหารย์ ซึ่งเนื่องจากสหภาพยุโรป ทั้งคณะกรรมาธิการยุโรป รัฐสภายุโรป และประเทศสมาชิกมีความคิดเห็นตรงกันว่า เป้าหมายของ FP7 นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่มิอาจหลีกเหลี่ยงได้

ความสำคัญประการที่สองคือ สหภาพยุโรปจำเป็นต้องมีการวิจัยเพราะความจำเป็นในการแข่งขันในตลาดโลกของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหภาพยุโรปกำลังผเชิญกับปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และความชราภาพของประชาชน ดังนั้นสหภาพยุโรปจึงจำต้องมีความรู้และพัฒนาให้ดีขึ้น สหภาพยุโรปไม่มีทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ แต่มีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและหวงแหนระบบสังคม ความหวังสูงสุดคือการก้าวไกลกว่าประเทศอื่นๆหนึ่งก้าวด้วยกำลังสมองของตนเอง

ในปัจจุบัน FP7 ซึ่งมีงบประมาณสนับสนุนกว่า 5 หมื่นล้านยูโร ได้เปิดโอกาสให้มีการเสนอโครงร่างโครงการในหลากหลายสาขา เช่น การทำวิจัยแนวโน้มของเขตพื้นในทวีปยุโรปที่จนลง การสนับสนุนนักวิจัยที่ต้องการทำงานในประเทศอื่น การวิจัยเพื่อช่วยสนับสนุนบริษัทขนาดเล็ก และการวิจัยในด้านอื่นๆ เช่น ด้านสุขภาพ-การรักษาโรคหัวใจ ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ-วิธีการควบคุมโรคติดเชื้อในสัตว์จากอาหาร การเกษตร การประมง ด้านสิ่งแวดล้อม-การประหยัดทรัพยากรในอาคาร อย่างไรก็ตามสหภาพยุโรปมิได้มีการกำหนดความคิดดังกล่าวอย่างเฉพาะเจาจง โดยเปิดโอกาสให้ประชาคมการวิจัยได้มีโอกาสจับคู่ทำการวิจัยและสร้างความคิดที่ดีเยี่ยมในด้านที่เฉพาะเจาะจงเหล่านั้น

นอกจากนั้น ได้มีการจัดตั้งสภาวิจัยยุโรป หรือ European Research Council (ERC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน FP7 ทำให้ยุโรปมีหน่วยงานเฉพาะสำหรับสนับสนุนด้านการวิจัยและขยายขอบเขตการเรียนรู้ สมาชิกสภาวิจัยยุโรปได้ตัดสินใจกำหนดให้ช่วงระยะปีแรกนี้เป็นช่วงสนับสนุนการเริ่มต้นในอาชีพการวิจัย

โครงร่างโครงการต่างๆที่มีการนำเสนอภายในระยะเวลาที่กำหนด ทุกโครงการจะได้รับการตรวจสอบและประเมิณผลอย่างอิสระโดยนักวิทยาศาสตร์จากทั้งยุโรปและภายนอก โดยใช้ 3 หลักเงื่อนไขที่สำคัญคือ คุณภาพด้านวิทยาศาสตร์ (มีความสำคัญสูงสุด) แนวโน้มผลจากวัตถุประสงค์โครงการ และวิธีการนำไปปฏิบัติใช้ โครงร่างที่ผ่านการประเมินผลและได้รับการยอมรับว่าดีที่สุด จะได้รับการทำสัญญากับคณะกรรมาธิการยุโรปและได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัย

หากสหภาพยุโรปประสบความสำเร็จตามที่เป้าหมายได้ตั้งไว้ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ FP7 สหภาพยุโรปจะกลายเป็นผู้นำโลกและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีใหม่ๆจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้แก่ การลดการปล่อยมลพิษ วิธีการใหม่ในการรักษาโรคและความเจ็บป่วยต่างๆที่สำคัญในปัจจุบัน เช่น มะเร็ง และไข้หวัด และสหภาพยุโรปจะช่วยประเทศกำลังพัฒนาด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ในด้านการทำน้ำให้สะอาดบริสุทธิ์ ด้านวิธีการใหม่ในการรักษาความเจ็บป่วยต่างๆ เช่น โรคเอดส์ และมาลาเรีย นอกจากนี้สหภาพยุโรปจะสามารถลดการเกิดมลพิษจากการใช้ถ่านหินและจากเชื้อเพลิงปิโตรเลียมโดยการใช้เทคโนโลยีการกักเก็บก๊าซคาร์บอน และจะเผยแพร่เทคโนโลยีดังกล่าวสู่ภูมิภาคอื่นๆของโลก และบางทีสภาวิจัยยุโรปอาจช่วยเพิ่มโอกาสให้สหภาพยุโรปเป็นเจ้าของรางวัลการวิจัยยอดเยี่ยมอย่าง Noble Prizeได้อีกทางหนึ่งด้วย

ข้อมูลอ้างอิง: บทสัมภาษณ์นาย Janez Potocnik กรรมาธิการยุโปรด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัย ใน CORDIS

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. 6th และ 7th Framework Programme ด้านการวิจัยของสหภาพยุโรป: โอกาสด้านการวิจัยและพัฒนาของไทย
  2. EU ยังด้อยกว่าสหรัฐฯและญี่ปุ่นในด้านนวัตกรรม
  3. EU สนับสนุนการเข้ามาทำวิจัยของนักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรป
  4. The University of Leuven กับการวิจัยระดับโลก
  5. “การขนส่ง” กับทุนวิจัยของสหภาพยุโรป ค.ศ. 2010
Last Updated ( Monday, 12 February 2007 )