|
ด้วยคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้ประกาศตีพิมพ์ลงใน EU Official Journal L 364 Volume 5 กฎระเบียบ Commission Regulation (EC) No 1881/2006 of 19 December 2006 setting maximum levels for certain contaminants in foodstuffs ว่าด้วย การปรับค่าตกค้างสูงสุดของสารปนเปื้อนในสินค้าอาหาร
1. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม 1 รายการ อันได้แก่ กฎระเบียบ Commission Regulation (EC) No 466/2001 of 8 March 2001 setting maximum levels for certain contaminants in foodstuffs เนื่องจากกฏระเบียบเดิมได้เคยกำหนดค่าปนเปื้อนสูงสุดของสารที่เกี่ยวข้องไว้ตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งขณะนี้ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงแก้ไขระดับค่าตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Levels : MRLs) ของสารปนเปื้อนในสินค้าอาหารให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น (at strict level) โดยกำหนดให้อยู่ในระดับที่ต่ำสุดที่จะสามารถกระทำได้ (at a level which is as low as reasonably achievable : ALARA) เนื่องจากสารส่วนใหญ่เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง (genotoxic carcinogens) รวมทั้งเพื่อให้ค่าตกค้างสูงสุดของสารปนเปื้อนทุกตัวได้มีมาตรฐานเดียวกัน (harmonisation) และไม่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำที่แตกต่างในการปฎิบัติต่อสินค้าที่ผลิตได้จากประเทศภายในประชาคมและจากประเทศที่สาม อันจะเป็นการส่งเสริมการยกระดับการควบคุมความปลอดภัยของห่วงโซ่อาหารและสุขอนามัยสัตว์ในสหภาพยุโรปให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
2. การกำหนดค่าตกค้างสูงสุดของสารปนเปื้อนในสินค้าอาหารของกฎระเบียบดังกล่าว ครอบคลุมสารดังต่อไปนี้
2.1 สาร Nitrate
2.2 สารในกลุ่ม Mycotoxins
2.2.1 Aflatoxins
2.2.2 Ochratoxin A
2.2.3 Patulin
2.2.4 Deoxynivalenol
2.2.5 Zearalenone
2.2.6 Fumonisins
2.2.7 T-2 และ HT-2 toxin
2.3 สารในกลุ่มโลหะหนัก (Metals)
2.3.1 Lead
2.3.2 Cadmium
2.3.3 Mercury
2.3.4 Tin (inorganic)
2.4 สาร 3-monochloropropane-1, 2-diol (3-MCPD)
2.5 สาร Dioxins และ PCBs
2.6 สารในกลุ่ม Polycyclic aromatic hydrocarbons
2.6.1 Benzo(a)pyrene
ทั้งนี้ วิธีการสุ่มตรวจและวิเคราะห์สารปนเปื้อนดังกล่าวต้องกระทำตามเงื่อนไขของกฎระเบียบ Commission Regulation (EC) No 1882/2006, No 401/2006, No 1883/2006, Commission Directives 2001/22/EC, 2004/16/EC และ 2005/10/EC
3. กฎระเบียบดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการยุโรปด้านห่วงโซ่อาหารและสุขภาพสัตว์ (EU Standing Committee on the Food Chain and Animal Health) ด้วยแล้ว
4. ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวนี้ จะมีผลตามกฏหมาย 20 วันภายหลังจากที่มีการประกาศกฏระเบียบดังกล่าวใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2549) และกฏระเบียบฉบับใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในทุกประเทศสมาชิก EU-25 ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2550 เป็นต้นไป โดยถือเป็นการยกเลิกกฎระเบียบ Commission Regulation (EC) No 466/2001 อย่างไรก็ดี กฎระเบียบดังกล่าวให้เวลาเปลี่ยนผ่านสำหรับในบางกรณี สำหรับสาร deoxynivalenol, zearalenone, fumonisins B1, B2, dioxis และ dioxin-like PCBs (ดังระบุในมาตราที่ 11)
สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็ปไซด์ดังต่อไปนี้
กรุณาคลิกที่นี่
ในเรื่องนี้ สำนักงานฯ ใคร่ขอเรียนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ดังนี้
ก) สหภาพยุโรปยังคงให้ความสำคัญต่อประเด็นการควบคุมและการพยายามลดปริมาณ
สารอันตรายที่ตกค้างในสินค้าอาหาร เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพประชาชน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะควบคุมระดับสารตกค้างให้อยู่ในระดับ ALARA ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดที่จะสามารถกระทำได้ (at a level which is as low as reasonably achievable : ALARA)
ข) ในส่วนของไทย ยังควรให้ความระมัดระวังต่อการปนเปื้อนของสาร Cadmium ในปลาหมึก สาร Benzo(a)pyrene ในปลาอบแห้ง สาร Aflatoxins ในถั่วลิสง และสาร 3-MCPD ในซ๊อสถั่วเหลืองอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในครั้งนี้ EU จะยังคงค่า MRLs เดิมของสารทั้ง 3 ตัวไว้ มิได้ปรับค่า MRLs ให้ต่ำลงเช่นสารในกลุ่มอื่นๆ ก็ตาม
ค) อย่างไรก็ดี สารอันตรายที่ไทยควรจับตามอง คือสาร Dioxins และ Dioxins-like PCBs เนื่องจาก ณ วันนี้ EU มีมาตรการที่ชัดเจนที่จะปรับลดค่า MRLs ของ สาร Dioxins และ PCBs ให้ต่ำลงกว่าที่กำหนดไว้แล้วในครั้งนี้อีกภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2551 นี้ ดังนั้น ไทยควรให้ความสำคัญกับสารดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เพราะคาดว่าจะมีผลต่อมาตรการตรวจสอบระดับสารตกค้างที่ปนเปื้อนอยู่ในสินค้าเกษตร-อาหารของไทยที่จะส่งไปจำหน่ายยัง EU ในอนาคต ซึ่งในชั้นนี้ ฝ่ายไทยจึงควรได้มีการทำแผนศึกษา วิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบระดับค่าปนเปื้อนสูงสุดของสาร Dioxins และ Dioxins-like PCBs ที่ EU ได้กำหนดไว้ในครั้งนี้ ว่าเป็นค่าที่สมเหตุและผลตรงตามทฤษฎีข้อเท็จจริงอันสามารถควบคุมได้ และเป็นค่าที่ฝ่ายไทยมีศักยภาพและเครื่องมือที่สามารถตรวจหาค่าปนเปื้อนดังกล่าวได้ (detectable) และเป็นค่าที่ไม่ต่ำกว่าความเป็นจริงทางหลักวิทยาศาสตร์กำหนดไว้ |