|
คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างระเบียบให้มีการขยายโครงการ Emissions Trading Scheme ของสหภาพยุโรปให้ครอบคลุมสายการบินพาณิชย์ด้วย ซึ่งหมายความว่า หากร่างระเบียบดังกล่าวได้รับการรับรอง สายการบินพานิชย์ของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และประเทศที่สาม รวมถึงประเทศไทย อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการบินมายังสหภาพยุโรป
ร่างระเบียบดังกล่าวได้รับเสียงคัดค้านจากทั้งภายในสหภาพยุโรปและประเทศที่สาม ทว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้ให้เหตุผลว่า แม้ปัจจุบัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการบินคิดเป็นจำนวนแค่ 3 % ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในสหภาพยุโรปทั้งหมด แต่ก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภาคการบินปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นมากว่า 87% ตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา เนื่องจากการเดินทางทางอากาศมีราคาถูกลง ดังนั้น คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเสนอร่างระเบียบดังกล่าวเพิ่อแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของสหภาพยุโรปในการต่อสู้กับสภาวะเรือนกระจก
ตามข้อเสนอร่างระเบียบดังกล่าว คณะกรรมาธิการยุโรปจะกำหนดโควต้าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละสายการบินที่มีเที่ยวบินมายังท่าอากาศยานของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ทุกๆปี สายการบินจะต้องทำรายงานคณะกรรมาธิการยุโรปถึงจำนวนก๊าซที่ปล่อยออกมา (ซึ่งจะให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบรายงานดังกล่าวอีกที) สายการบินที่ปล่อยก๊าซเกินกำหนดสามารถขอซื้อโควต้า (allowance) ที่ขาดจากสายการบินที่ปล่อยก๊าซต่ำกว่ากำหนด มิเช่นนั้น จะต้องเสียค่าปรับในอัตรา 100 ยูโร ต่อก๊าซเสีย 1 ตัน หรืออาจถูกประเทศต้นสังกัดสั่งพักการดำเนินงานได้ โดยหากร่างระเบียบดังกล่าวได้รับการรอง จะเริ่มใช้ระเบียบดังกล่าวกับเที่ยวบินภายในสหภาพยุโรปในปี 2554 และกับเที่ยวบินที่บินมายัง/ไปจากสหภาพยุโรปในปี 2556 (โดยเลื่อนเวลาจากข้อเสนอแรกเริ่ม ที่จะให้เริ่มในปี 2555)
คณะกรรมาธิการยุโรปได้ชี้ว่าแม้ว่าสายการบินของประเทศที่สามจะไม่อยู่ภายใต้พิธีสารเกียวโตเช่นเดียวกับสายการบินภายในสหภาพยุโรป ทว่าข้อตกลง 1944 Chicago Convention ซึ่งระบุให้สายการบินจะต้องปฏิบัติตามกฏหมายและระเบียบของประเทศต้นทางและปลายทาง ได้ให้อำนาจทางกฏหมายแก่สหภาพยุโรปในการกระทำการดังกล่าว นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังกล่าวเพิ่มเติมว่าจะให้มีการทำข้อตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศที่สามเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่โครงการ Emissions Trading Scheme ดังกล่าว
คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้กล่าวว่าระเบียบดังกล่าวจะมีผลต่อราคาค่าโดยสารไม่มากนัก โดยประมาณว่าจะทำให้ราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 1.8 9 ยูโร (ประมาณ 90 450 บาท) และอาจมากกว่านี้ในกรณีของเที่ยวบินระยะยาว
ข้อสังเกต
แม้สหภาพยุโรปจะอ้างว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปเพื่อสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติต่อสายการบินทั้งของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศที่สามอย่างเท่าเทียมกัน ทว่า เป็นที่สังเกตว่า ในรายละเอียดนั้น คณะกรรมาธิการยุโรปเป็นผู้กำหนดโควต้าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละสายการบิน และเป็นผู้กำหนดบทลงโทษและสั่งปรับ โดยยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะใช้กฏเกณฑ์อะไรในการคำนวนว่าสายการบินไหนควรจะได้รับโควต้าจำนวนเท่าไหร่ จะใช้กฏเกณฑ์ใดในการปรับ และจะเปิดรับฟังความเห็นของประเทศที่สามมากน้อยเพียงใดในเรื่องดังกล่าว
ปัจจุบัน ร่างระเบียบดังกล่าวยังมีสถานะเป็นข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการยุโรป จำเป็นต้องผ่านการรับรองจากคณะมนตรีสหภาพยุโรปและสภายุโรปเสียก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ ทางไทยจึงควรจับตาเรื่องดังกล่าวและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสายการบินไทยและผู้โดยสารชาวไทย อนึ่ง ในปัจจุบัน มีหลายประเทศ รวมไปถึงประเทศใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ออกมาคัดค้านแนวคิดดังกล่าว และคาดว่าอาจส่งเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในองค์การการค้าโลกต่อไป ทางไทยจึงควรจับตาดูท่าทีของประเทศที่ออกมาแสดงการคัดค้านอย่างชัดเจนด้วย เพื่อดูทิศทางความเคลื่อนไหวโดยรวมของประเด็นนี้อีกด้วย
ผู้สนใจสามารถอ่านราบละเอียดเพิ่มเติมได้ EU Press Release และ Aviation and Climate Change
Related Items:
- คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอการนำระบบ Emission Trading Scheme มาใช้ในภาคการบิน
- ความคืบหน้าร่างระเบียบการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซในสาขาการบิน
- โครงการค้าสิทธิในการปล่อยมลพิษสู่ภาคการบินของยุโรป และผลกระทบต่อไทย
- นโยบายการค้ากับการแก้ปัญหาพลังงาน
- ยุโรปเตรียมเข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อมกับสายการบิน
|