รายงานชี้ ยุโรปยังมีปัญหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Friday, 01 December 2006

รายงานประจำปีของศูนย์เฝ้าระวังการเหยียดเชื้อชาติและรังเกียจชาวต่างชาติแห่งยุโรป European Monitoring Centre on Racism and Xenophobia , EUMC ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคาร ( 28 พ.ย. 49) เปิดเผยว่าผู้อพยพและชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะชาวยิปซี ยังคงประสบกับการเหยียดเชื้อชาติและรังเกียจชาวต่างชาติไปในสหภาพยุโรปทั้งในด้านการว่าจ้างงาน การศึกษาและที่อยู่อาศัย

รายงานกล่าวว่า แม้จะมีตัวอย่างของการปฏิบัติที่ดีขึ้นบ้างแล้วก็ตาม แต่ยังไม่สามารถกล่าวได้ว่า ประเทศยุโรปได้ปรับปรุงในเรื่องการเหยียดเชื้อชาติและรังเกียจชาวต่างชาติในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างจริงจัง โดยประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ยังไม่สามารถประเมินว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องอคติ การลิดรอนสิทธิ์และการแบ่งแยกว่าได้คืบหน้าไปมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาว Roma (ชาวยิปซี) ได้ตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงของการเหยียดเชื้อชาติและอาชญากรรมทั้งจากสาธารณชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่รัฐฯ

ในบรรดาประเทศสมาชิก 25 ประเทศนั้น มีเพียงอังกฤษและฟินแลนด์ที่มีระบบการเก็บข้อมูลอย่างครอบคลุมในด้านอาชญากรรมที่เกิดจากการเหยียดเชื้อชาติ ส่วนประเทศสมาชิกที่ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวเลยคือ ไซปรัส กรีซ อิตาลี มอลต้าและสเปน การขาดข้อมูลอาจส่งผลให้ยังคงมองไม่เห็นปัญหาการแบ่งแยกซึ่งจะทำให้ชนกลุ่มน้อยต้องเผชิญกับการแบ่งแยกต่อไปโดยไม่มีการตอบสนองจากรัฐฯเท่าที่ควร

EUMC ทำการรวบรวมข้อมูลเรื่องการแบ่งแยกที่เกี่ยวกับการว่าจ้างงาน การศึกษา ที่อยู่อาศัยจากประเทศสมาชิกและ NGOs ทางด้านการว่าจ้างงานนั้นรายงานฯระบุว่าการว่างงานของคนกลุ่มน้อยและผู้อพยพมีอัตราสูงในเบลเยี่ยม เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ เยอรมันและลัตเวีย ส่วนทางด้านที่อยู่อาศัยนั้น โดยทั่วไปชนกลุ่มน้อย ผู้อพยพ ผู้ขอลี้ภัยและชาวยิปซีมีที่อยู่อาศัยที่สภาพด้อยกว่าและมีความเสี่ยงภัยมากกว่าระดับเฉลี่ยทั่วไปของประเทศ นอกจากนั้นยังพบปัญหาการแบ่งแยกในการหาที่อยู่ด้วย รายงานฯได้ระบุว่ามีการไม่ยอมรับผู้ขอเช่าอพาร์ทเม้นท์ที่มีชื่อเป็นต่างชาติในเบลเยี่ยมและการแบ่งแยกเชื้อชาติในการหาที่อยู่อาศัยในเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศสและอิตาลี

ส่วนทางด้านการศึกษานั้นรายงานพบว่ามีการรังเกียจเชื้อชาติและแบ่งแยกศาสนาในออสเตรีย เบลเยี่ยม อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน

ที่มา: eubusiness


Related Items:

  1. ต่อต้านการเหยียดผิวในฟุตบอลโลก
.