คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2548 ของเบลเยียม Print E-mail
Contributed by สถานเเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์   
Thursday, 09 June 2005

สถานการณ์เศรษฐกิจปี 2547 ของเบลเยียมเป็นผลสืบเนื่องมาจากการอ่อนตัวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2546 ที่ให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจเบลเยียมชะลอตัวอย่างมาก การส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านลดลง ประกอบกับความต้องการภายในลดลงเนื่องมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง ทำให้รัฐบาลเบลเยียมต้องใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเพิ่มค่าใช้จ่ายในภาครัฐและขยายการส่งออก ซึ่งส่งผลทำให้ GDP ของปี 2546 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.3% (เพิ่มขึ้นจากปี 2545 ซึ่งอยู่ที่ 0.9%) และในปี 2547 รัฐบาลเบลเยียมยังคงใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดิม ทำให้เศรษฐกิจเบลเยียมกระเตื้องขึ้นโดยมี GDP เพิ่มขึ้นเป็น 2.7% อันเป็นผลมาจากความต้องการภายในที่เพิ่มขึ้น และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 0.7%

เศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างมากในปี 2546 ได้ส่งผลให้ในปี 2547 มีผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องเลิกล้มกิจการเนื่องจากล้มละลายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาควอลลูน (Walloon) มีกิจการล้มละลายถึง 2,315 ราย เพิ่มขึ้น 6.3% โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจด้านโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง (catering) ในขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2547 ได้ส่งผลให้ในใตรมาสแรกปี 2548 เบลเยียมมีกิจการล้มละลายจำนวน 2,094 ราย ลดลง 2.5% จากช่วงเดียวกันของปี 2547 โดยในภูมิภาควอลลูน มีจำนวนกิจการล้มละลายลดลง 6.6% ส่วนในภูมิภาคฟลานเดอร์ส (Flanders) ลดลง 4.3%

สำหรับเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2548 ดำเนินไปอย่างไม่ค่อยดีนัก เนื่องจาก GDP อยู่ที่ 0% (ขณะที่ GDP ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2547 อยู่ที่ 0.3%) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลมาจากราคาน้ำมันสูงและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจอยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งความต้องการของตลาดต่างประเทศลดลง ภาคธุรกิจที่ชะลอตัวลงชั่วคราวส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการผลิต ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจดังกล่าวส่งผลให้ในเดือนพฤษภาคม 2548 มีบริษัทในภูมิภาคฟลานเดอร์สประสบภาวะล้มละลายถึง 697 แห่ง เพิ่มขึ้น 4.8% จากช่วงเดียวกันของปี 2547 และมีจำนวนคนว่างงานจนถึงเดือนพฤษภาคม 2548 ถึง 217,142 คน เพิ่มขึ้น 8.4 % จากช่วงเดียวกันของปี 2547

คาดการณ์เศรษฐกิจตลอดปี 2548

ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันตั้งแต่ต้น 2548 จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดแรงงานและการเงินสาธารณะ (public finance) เป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการทำให้เกิดการจ้างงานจำนวน 200,000 อัตราภายใน 4 ปี (ตามวาระของรัฐบาลชุดนี้) คงเป็นไปได้ยาก เรื่องนี้สร้างความวิตกกังวลแก่รัฐบาลเช่นกัน โดยนายกีย์ เวอร์ฮอฟสตัดท์ (Guy Verhofstadt) นายกรัฐมนตรีเบลเยียมกล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่หยุดนิ่งนี้เป็น “สัญญาณอันตราย” อย่างไรก็ดี เขายังมีความหวังว่า GDP เฉลี่ยของปี 2548 น่าจะอยู่ที่ระดับ 1.8% ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ เนื่องจากมีสัญญาณที่ดีเกิดขึ้นหลายประการ อาทิ ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดลง มีธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2548 มากกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2547 มีการจ้างงานชั่วคราวเพิ่มขึ้น 12% ในเดือนมีนาคม 2548

ล่าสุดเมื่อ 27 พฤษภาคม 2548 สำนักงบประมาณของเบลเยียม (Federal Office of the Budget – BFP) ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ GDP ของปี 2548 ลงอีกจาก 2% เหลือ 1.7% (ขณะที่ธนาคารแห่งชาติเบลเยียม –NBB ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ GDP ปี 2548 เหลือเพียง 1.4%) และได้เตือนไปยังรัฐบาลเบลเยียมว่า หากไม่มีการกำหนดมาตรการทางการเงินใหม่ ๆ ออกมารองรับ เบลเยียมอาจต้องเผชิญกับการขาดดุลงบประมาณอีกครั้ง โดย BFP เชื่อว่าการขาดดุลงบประมาณในปี 2549 อาจสูงถึง 0.5% - 1.5% ของ GDP

อย่างไรก็ดี คาดว่าหนี้สาธารณะของเบลเยียมจะยังคงลดลงอย่างช้า ๆ ต่อไปอีก 5 ปี จนถึงระดับ 83% ของ GDP ในปี 2553 (ส่วน NBB คาดการณ์ว่า เป้าหมายที่จะลดหนี้สาธารณะลงอย่างต่อเนื่องจากระดับ 100% ของ GDP เมื่อปี 2546 เหลือ 93.8% ของ GDP ในปี 2549 อาจสะดุดลงในปี 2548 นี้ เนื่องจากรัฐบาลเบลเยียมต้องเข้าไปแบกภาระหนี้สินจำนวน 7.4 พันล้านยูโรแทนการถไฟแห่งเบลเยียม)

นอกจากนี้ BFP ยังเตือนว่า อาจเกิดการว่างงานในภารอุตสาหกรรมประมาณ 60,000 ตำแหน่งนับจากนี้ไปจนถึงปี 2553 แต่ก็คาดคะเนว่า การจ้างงานพิเศษที่จะเกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมบริการประมาณ 274,000 ตำแหน่งน่าจะช่วยลดอัตราการว่างงานลงได้ ทั้งนี้ ภายในปี 2553 อัตราการว่างงานน่าจะอยู่ที่ระดับ 12.9% ของจำนวนประชากร


Last Updated ( Monday, 24 July 2006 )
.