สหภาพยุโรปเตรียมตรวจเข้มข้าวนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา Print E-mail
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป   
Monday, 30 October 2006

เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2549 สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศมาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมและตรวจสอบการนำเข้าข้าวเมล็ดยาว (long grain rice) จากสหรัฐอเมริกา ผลจากปัญหาการตรวจพบการปนเปื้อนข้าวที่มีการดัดแปรทางพันธุกรรมสายพันธุ์ LL Rice 601 ซึ่งเป็นข้าว GMO ที่ยังไม่ได้รับการอนุญาตจาก EU

จากข้อมูลรายงานการแจ้งเตือนภัยกลางของ EU (Rapide Alert System for Food and Feed) ในเดือนกันยายน 2549 ตรวจพบข้าว GMO จากสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้รับอนุญาต ณ ด่านนำเข้า (Border control) 12 รายการ และตรวจพบข้าวปนเปื้อนหรือสงสัยว่ามีการปนเปื้อนข้าว GMO 25 รายการ นอกเหนือจากนี้ จากการตรวจสอบในท้องตลาด (Market control) พบสินค้าข้าวปนเปื้อน GMO นำเข้าจากประเทศจีน 7 รายการ (รวมทั้งสิ้น 44 รายการ) ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกที่แจ้งการตรวจพบมากที่สุด คือ ออสเตรีย

จากผลการประชุมคณะกรรมาธิการยุโรปในวันที่ 23 ตุลาคม 2549 มีมติให้ประเทศสมาชิก EU-25 ต้องมีมาตรการตรวจสอบข้าวเมล็ดยาว (long grain rice) ที่ส่งมาจากสหรัฐอเมริกาทุกตู้สินค้า (all consignments) ณ ด่านนำเข้า ก่อนที่สินค้าข้าวนั้นๆ จะสามารถนำเข้าไปจำหน่ายใน EU ได้โดยมาตรการตรวจเข้มดังกล่าวจะมีผลภายใน 2 -3 วันนับแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2549 นี้เป็นต้นไป โดยค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบในครั้งนี้จะตกเป็นภาระของผู้ส่งออกแต่เพียงผู้เดียว

คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า จากการที่ EU จำต้องต้องออกมาตรการให้มี การบังคับตรวจสอบเข้ม (mandatory test) ในครั้งนี้นั้น สืบเนื่องมาจากที่ล่าสุด EU ได้ตรวจพบข้าวสายพันธุ์ LL Rice 601 และ LL Rice 62 ที่มีการปนเปื้อน GMO ของสหรัฐอเมริกา กอปรกับการเจรจาระหว่าง EU และ US เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการตรวจสอบควบคุมการนำเข้าข้าวที่มีการปนเปื้อน GMO จาก US นั้นเป็นที่ล้มเหลว EU และ US ไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้แม้ว่าการเจรจาจะใช้เวลาต่อเนื่องเป็นเวลา 15 วันแล้วก็ตาม

US ให้ข้อมูลแก่ทาง EU ว่าข้าวสายพันธุ์ LL Rice 601 ไม่มีผลอันตรายร้ายแรงแก่ผู้บริโภคหรือสัตว์ในทันที (poses no immediate health risk to humans or animals) หากทาง EU โต้กลับว่า ข้าวสายพันธุ์ดังกล่าวจะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยนั้น ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะวางจำหน่ายใน EU ได้ เนื่องจากข้าวสายพันธุ์ LL Rice 601 ยังไม่เคยได้รับการประเมินผลความเสี่ยงจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) และได้รับการอนุญาตตามขั้นตอนกฎระเบียบของ EU แต่อย่างใด

ในเรื่องนี้ สำนักงานฯ ขอเรียนข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้

ก. จากมาตรการตรวจสอบเข้มการนำเข้าข้าวทุกประเภทจาก US ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคใน EU ยังเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในการมีส่วนร่วมตัดสินใจของคณะกรรมาธิการยุโรป(ผู้บริโภคใน EU มีความอ่อนไหวและต่อต้านเรื่อง GMO เป็นอย่างมาก ต่างจากผู้บริโภคใน US ที่ GMO เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน) ดังนั้น จากการที่ EU หันมาเข้มงวดกับการตรวจเข้มข้าวของ US ในขณะนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณให้แก่ประเทศคู่ค้า ที่สามให้เร่งเตรียมตัวพร้อมรับการมาตรการดังกล่าว (นอกเหนือจาก US แล้ว EU ยังคงตรวจพบ GMO ในสินค้าข้าวนำเข้าจากจีนด้วยเช่นกัน)

ข. ในการนี้ ไทยควรเตรียมความพร้อมในเรื่องของเครื่องมือ ระบบ และวิธีการตรวจสอบทางด้านเทคนิค เพื่อรองรับการส่งออกข้าวไทยอย่างเป็นระบบ รวมถึงขีดความสามารถในการออกใบรับรอง (test report) กำกับสินค้าข้าวที่ส่งออกไปยัง EU เนื่องจากในขณะนี้ กระแสความตื่นกลัวการปนเปื้อนของ GMO ในข้าวส่งผลให้กลุ่มผู้นำข้าวใน EU ส่วนใหญ่ ได้ขอให้ทางผู้ส่งออกควรต้องมีใบรับรองปลอด GMO แนบมาพร้อมกับตู้สินค้าข้าวนั้นๆ ด้วย แม้ว่าขณะนี้ ไทยจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่โดนเพ่งเล็งจาก EU ก็ตาม หากไทยเองเป็นประเทศ ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ดังนั้นจากสภาวะการณ์ที่ไม่ปกติในปัจจุบัน ไทยจึงควรที่จะต้องกำหนดภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของตนให้เป็นที่เชื่อถือของตลาดโลกด้วยเช่นกัน


Last Updated ( Thursday, 02 November 2006 )
.