"นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 3 : กรองยุทธศาสตร์สู่ไทย Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Friday, 27 October 2006

หากพิจารณายุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมที่นำเสนอมาแล้วใน ตอนที่1 และ ตอนที่ 2 แล้ว จะเห็นได้ว่า ‘การสร้างนวัตกรรม’ ไม่ใช่เป็นแค่กระแสแฟชั่น แต่มีความจำอย่างยิ่งยวดเป็นต่ออนาคตของประเทศชาติ ความมุ่งมั่นของสหภาพยุโรปในยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมว่า ระบบเศรษฐกิจของโลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ หรือ knowledge-based economy ซึ่งการสร้างนวัตกรรม การเป็นเจ้าของทรัพย์สิน (หรือการเป็นผู้ครอบครองความรู้และเทคโนโลยี) และทรัพย์สินทางปัญญา (ซึ่งเป็นผลของการสร้างนวัตกรรม) มีบทบาทสำคัญเป็นแรงขับเคลื่อนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของชาติ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ปัจจุบันสหภาพยุโรปและประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำได้พยายามผลักดันโครงสร้างและกฎระเบียบของเศรษฐกิจโลกให้คุ้มครองและเอื้อประโยชน์ต่อผู้ที่มีสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม มีคุณภาพ/มูลค่าเพิ่มสูง และมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นในกรอบพหุพาภี ระดับภูมิภาค หรือกรอบทวิภาคี อาทิ การผลักดันการจัดทำเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement - FTA) ที่ครอบคลุมการเปิดเสรีภาคบริการ (ซึ่งเป็นภาคที่มูลค่าเพิ่มทางปัญญาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดประสิทธิภาพที่เหนือกว่าคู่ค้า) หรือการเสนอให้ใช้ value-added rules of origin แทนระบบ harmonised system ซึ่งเป็นระเบียบที่เอื้อให้คู่ค้าที่มีสามารถสร้างในการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าให้มีความได้เปรียบในการค้าขายภายใต้กรอบ FTA อย่างมาก

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยควรเร่งดำเนินยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมให้เป็นนโยบายหลักในระดับชาติอย่างจริงจัง โดยการศึกษายุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมของสหภาพยุโรปอาจเป็นแนวทางในการประกอบการตัดสินใจและปรับใช้กับประเทศไทย มิใช่เพียงการศึกษา ‘แนวทาง’ ในการดำเนินนโยบาย อาทิ ยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมจากทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานของสหภาพยุโรปตามที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้น แต่ควรศึกษา ‘แนวคิด’ ที่อยู่เบื้องหลังและเป็นที่มาของแนวทางดังกล่าวควบคู่ไปด้วย

แนวคิดสำคัญ 2 ประการในยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมของสหภาพยุโรปที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทย ได้แก่

การปลูกฝังให้นวัตกรรมหยั่งรากลึกในสังคมไทย
หากไทยต้องการกำหนดให้นวัตกรรมเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของชาติ ประเด็นสำคัญที่สำคัญควรกระทำเป็นอันดับแรก คือ การปลูกฝังให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของ ‘นวัตกรรม’ ในเชิงเศรษฐกิจ ว่านวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะความสำเร็จในการสร้างสรรค์และคิดค้นใหม่ๆ ในเชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือ การรู้จักสร้างสรรค์ความรู้ความชำนาญที่มีอยู่ในทุกสาขาในสังคมให้เกิดมูลค่าสูงสุดค่าทางเศรษฐกิจ

ในยุโรปเอง นอกเหนือจากการสร้างนวัตกรรมในมิติเชิงเศรษฐกิจแล้ว คณะกรรมาธิการยุโรปได้เล็งเห็นว่าความสำคัญของการศึกษาว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมแก่เยาวชน ซึ่งต้องกระทำควบคู่ไปกับการปรับปรุงคุณภาพและปรับโครงสร้างระบบการศึกษาให้เอื้อต่อการสร้างความคิดสร้างสรรค์ อันจะเป็นการต่อยอดความรู้และนำความรู้ความชำนาญมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจต่อ ๆ ไป

ในการนี้ สหภาพยุโรปเห็นว่า เหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ไม่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากภาคธุรกิจมากเท่าที่ควรนั้น สืบเนื่องจากค่านิยมและวัฒนธรรมบางอย่างของชาวยุโรปในปัจจุบันที่ยังไม่เอื้อต่อการก่อสร้างนวัตกรรม เช่น ไม่มีค่านิยมแห่งความเป็นผู้ประกอบการ(entrepreneurship) ที่มีความกล้าได้กล้าเสี่ยง ไม่กล้าลงทุนในตลาดทุนใหม่ๆ ไม่กล้าเปลี่ยนไปทำงานในองค์กรใหม่หรือสาขาใหม่ๆ หรือจัดตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นมา ดังนั้น ไม่ว่าภาครัฐจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสถาบันต่างๆ ไปมากเพียงไร ก็อาจจะไม่เกิดผล เพราะผู้ที่อยู่ในโครงสร้างใหม่ยังคงประพฤติตนเช่นเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีปฏิบัติตามที่โครงสร้างใหม่เอื้ออำนวย

ดังนั้น ควบคู่ไปกับการออกมาตรการกระตุ้นนวัตกรรมเชิงเศรษฐกิจตามที่กล่าวข้างต้น สหภาพยุโรปยังได้จัดทำการวิจัยเพื่อศึกษาหาอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ฝังรากอยู่ในระบบการศึกษาของยุโรป ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ‘ค่านิยมแบบยุโรป’ (European values) บางประการที่ไม่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม กล่าวโดยสรุปคือ การปรับปรุงระบบการศึกษา ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการปลูกฝังค่านิยมแห่งการสร้างนวัตกรรม ทั้งในเชิงการเสริมสร้างพื้นฐานความรู้และทักษะในการทำวิจัยให้แก่เยาวชนให้แข็งแกร่ง พร้อมกับการเสริมสร้างค่านิยมแห่งการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจให้แก่อนาคตของชาติ

สำหรับประเทศไทยนั้น การปลูกฝังค่านิยมเรื่องการสร้างนวัตกรรมในระบบการศึกษา และการเร่งปรับปรุงพื้นฐานของระบบการศึกษาและการวิจัยของชาติให้มีมาตรฐานทัดเทียมระดับโลกถือเป็นสิ่งท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสาขาวิชาที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์การค้าและการเมืองของประเทศไทย เช่น วิทยาศาสตร์การเกษตรและการอาหาร และเทคโนโลยีพลังงานทดแทน

นอกจากนั้น ไทยควรส่งเสริมการเคารพกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการปลูกฝังจิตวิญญาณนวัตกรรมให้แก่ประชาชนทั่วไปในวงกว้าง เพื่อการนี้ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาจึงไม่ควรตั้งขึ้นเพียงเพื่อ ‘ปราบปราม’ แต่ควรเป็นไปเพื่อเอื้อให้ประชาชนรู้จัก ‘สร้างสรรค์’ ต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องเรื่องกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาจากประเทศตะวันตก ประเทศไทยอาจเปลี่ยนให้เป็นโอกาสที่จะปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องดังกล่าวให้แก่ภาคธุรกิจประชาชน และเยาวชน นอกจากนี้ หากไทยเป็นประเทศที่มีความเคารพในทรัพย์สินทางปัญญา ย่อมทำให้เป็นตลาดที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

การบูรณาการและการจัดการที่ดีคือกุญแจสำคัญ
แนวคิดที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่เป็นกุญแจดอกสำคัญในการสร้างนวัตกรรม ตามที่ปรากฏในยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมของสหภาพยุโรป คือ การดำเนินงานแบบบูรณาการและมีการจัดการที่ดี เพื่อดึงศักยภาพที่มีอยู่ในทรัพยากรและภาคต่างๆ ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาจเห็นได้ว่า อุปสรรคในขั้นแรกๆ ในการสร้างนวัตกรรมในยุโรปคือการขาดการประสานงานและเชื่อมต่อที่ดี ทำให้ไม่ว่ายุโรปจะมีความพร้อมในเชิงความรู้ความสามารถ บุคลากร และทุนเพียงใด ก็ไม่สามารถดึงเอาศักยภาพภายในออกมาแปรเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า หน่วยงานในปัจจุบันที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมของสหภาพยุโรปครอบคลุมหน่วยงานหลากหลาย อาทิ กรรมาธิการด้าน Enterprise and Industry, Research and Innovation, Internal Market, Energy & Transport และ Information Society and Media โดยหน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการปรึกษางานร่วมกับรัฐมนตรีด้านอุตสาหกรรม และด้านการทำวิจัยของประเทศสมาชิก ภาคการศึกษา องค์การ think tanks และภาคธุรกิจชั้นนำ

การดำเนินนโยบายนวัตกรรมจึงเป็นนโยบายในแนวกว้าง (horizontal policy) ที่ต้องดำเนินการแบบองค์รวม (holistic approach) ด้วยความร่วมมือจากทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยทุกฝ่ายต่างร่วมกำหนดเป้าหมายให้นวัตกรรมเป็นหัวใจในการกำหนดนโยบายและดำเนินงานของตน ดังเช่นที่ สหภาพยุโรปเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกปรับการใช้งบประมาณในหลายสาขา โดยใช้การสร้างนวัตกรรมบนพื้นฐานของความต้องการของตลาดเป็นตัวตั้ง พร้อมมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจและภาคการศึกษาอย่างสม่ำเสมอ มิเช่นนั้นการดำเนินนโยบายของภาครัฐอาจจะผิดเพี้ยนไปจากสภาวะความต้องการที่แท้จริงของตลาดก็เป็นได้

อนึ่ง ในการดำเนินงานแบบบูรณาการนั้นต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของทุกฝ่าย (commitment) ที่จะดำเนินงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายส่วนรวม คือ การสร้างนวัตกรรม เป็นตัวตั้ง ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าสหภาพยุโรปมีคณะกรรมาธิการเป็นฝ่ายประสานงานและผลักดันให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของนโยบายอย่างแท้จริง โดยแม้คณะกรรมาธิการยุโรปอาจไม่มีอำนาจที่จะบังคับให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามทุกประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมด แต่คณะกรรมาธิการยุโรปเองก็มีวิธีการทางอ้อมที่จะกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกร่วมทำตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการยุโรป เช่น การทำรายงานความคืบหน้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจของแต่ละประเทศสมาชิกออกมาเป็นระยะๆ ทว่า ประเทศไทยไม่มีองค์กรเหนือรัฐตามแบบสหภาพยุโรป จึงอาจจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ที่จะให้ทั้งฝ่ายการเมือง ภาคธุรกิจ และประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือในการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมซึ่งอาจก่อให้เกิดความยากลำบากแก่ฝ่ายต่างๆ ในระยะแรกๆ ก่อนที่จะเห็นผลดีในภายหลัง

ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรเร่งสร้างความตระหนักถึงความหมายและความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมในวงกว้าง พร้อมกำหนดให้ยุทธศาสตร์สร้างนวัตกรรมเป็นหนี่งในพันธกิจหลักของชาติอย่างจริงจัง มิเช่นนั้น ในอนาคต ประเทศไทยอาจตกขอบเวทีเศรษฐกิจการค้าของโลกก็เป็นได้

บรรณานุกรม
- การสัมมนาของ European Policy Centre (EPC) เรื่อง ‘Making Innovation Happens’ ซึ่งมีนาย Janez Potocnik กรรมาธิการยุโรปด้านวิทยาศาสตร์และวิจัย (Science and Research) เป็นหนึ่งในคณะผู้บรรยาย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2549 ณ กรุงบรัสเซลส์
- การสัมมนาของ European Policy Centre (EPC) เรื่อง ‘The Information Society: Europe’s Highway to Growth and Prosperity’’ ซึ่งมีนาง Viviane Reding กรรมาธิการยุโรปด้านสังคมแห่งสารสนเทศและสื่อ (Information Society and Media) เป็นผู้บรรยาย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2549 ณ กรุงบรัสเซลส์



Reddit! livescore Mixx! Web design Google! Free site builder Facebook! Yahoo! health

Related Items:

  1. "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 1
  2. "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 2 : วิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์
  3. EU ยังด้อยกว่าสหรัฐฯและญี่ปุ่นในด้านนวัตกรรม
  4. การขยายผลการวิจัยและพัฒนาสู่ภาคการผลิตในสหภาพยุโรป
  5. การประชุมรัฐมนตรีคลังของ EU
Last Updated ( Monday, 02 July 2007 )