|
จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกประจำปีพ.ศ. 2548 โดย Times Higher Education Supplement พบว่า แม้มหาวิทยาลัยในสหรัฐจะยังเหนือชั้น อยู่ใน 10 สุดยอดมหาวิทยาลัยโลกถึง 7 สถาบัน ทว่า หากดูในอีกมุมหนึ่งแล้วพบว่า โดยรวมแล้วมหาวิทยาลัยในยุโรปกลับมีมาตรฐานดีกว่า อีกทั้งมีแววที่จะพุ่งขึ้นสั่นบัลลังก์สหรัฐฯ ส่วนในเอเชีย จีนขึ้นแซงหน้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ส่วนอินเดียมาแรงด้านเทคโนโลยี
ภาพรวมคุณภาพมหาวิทยาลัยในยุโรป: มากด้วยประมาณ เปี่ยมด้วยคุณภาพ
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกประจำปีพ.ศ. 2548 โดย Times Higher Education ซึ่งเป็นการสำรวจที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ (ถึงแม้เราจะไม่อาจกล่าวได้ว่าการจัดอันดับดังกล่าวถือมีความถูกต้องน่าเชื่อถือร้อยเปอร์เซนต์ แต่อย่างน้อยก็เป็นตัวบ่งชี้ที่สะท้อนบางอย่างออกมาได้อย่างน่าสนใจ) การจัดอันดับยังจัดให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงคุ้นเคยกันดีในระดับนานาชาติของสหรัฐอย่าง Harvard University และ Massachusetts Institute of Technology (MIT) อยู่ในอันดับ 1 และ 2 นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยในสหรับฯยังคงยึดครองอันดับต้นๆของตาราง โดยในตาราง 20 มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมของโลก มหาวิทยาลัยของสหรัฐฯติดเข้ามาถึง 12 สถาบัน ในขณะที่ยุโรปติด 6 สถาบัน เอเชีย 2 และออสเตรเลีย 1
ทว่า หากมองในอีกแง่หนึ่งแล้วแล้ว อาจกล่าวได้ว่า มหาวิทยาลัยในยุโรปมีมาตราฐานโดยเฉลี่ยสูงกว่ามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ กล่าวคือ แม้สหรัฐฯจะครองอันดับต้นๆของตาราง ทว่า หากไล่จากตอนท้ายของตารางขึ้นมา จะพบว่า มหาวิทยาลัยอันดับที่ 50 ของยุโรปนั้นเหนือชั้นกว่าสหรัฐมากทีเดียว โดยมหาวิทยาลัย La Sapienza ซึ่งอยู่อันดับที่ 50 ของยุโรปนั้นถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 125 ของโลก ในขณะที่ Notre Dame University มหาวิทยาลัยอันดับที่ 50 ของสหรัฐฯนั้นติดอันดับที่ 179 ของโลกเลยทีเดียว หมายความว่า แม้มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐจะเหนือกว่ายุโรป แต่โดยรวมแล้วมหาวิทยาลัยในยุโรปมีคุณภาพเฉลี่ยดีกว่าสหรัฐฯนั่นเอง
ผลสำรวจนี้สะท้อนว่าทั้งสองทวีปอาจมีนโยบายการศึกษาที่ต่างกัน ในขณะที่สหรัฐฯทุ่มความสนใจ มุ่งเน้นสนับสนุนสถาบันชั้นนำเพียงจำนวนหนึ่งให้กลายเป็นสุดยอดอย่างแท้จริง ประเทศในยุโรปเห็นว่าบทบาทหลักของมหาวิทยาลัยคือการผลิตบัณฑิตที่ได้มาตรฐานออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ จึงเลือกที่จะสนับสนุนให้มีมหาวิทยาลัยที่ดีจำนวนมาก แทนที่จะมีมหาวิทยาลัยสุดยอดเพียงจำนวนน้อยเช่นสหรัฐ
ยุโรปเร่งผลักดันขึ้นแซงหน้าสหรัฐฯ มุ่งสู่สังคมพื้นฐานความรู้ 2010
นอกจากนี้ Times ยังชี้อีกว่า มีสัญญาณว่า ในปีต่อๆไป มหาวิทยาลัยในยุโรปอาจทำอันดับในตารางได้ดีขึ้น เนื่องจากนโยบายการสร้างนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ซึ่งรณรงค์ให้ประเทศสมาชิกใช้งบประมาณ 3% ของ GDP เพื่อการทำการทำวิจัยและพัฒนาโดยประเทศสมาชิกหลายประเทศเริ่มที่จะเข้าใกล้เป้าหมายดังกล่าวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สหภาพยุโรปเองก็ทุ่มเงินงบประมาณจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนา ทั้งในกรอบ FP 7 และผ่านโครงการอื่นๆ
ที่สำคัญ สหภาพยุโรปมุ่งมั่นที่จะพลิกขึ้นมาเป็นผู้นำในการผลิตงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการเร่งดำเนินการจัดตั้งองค์การเฉพาะขึ้นมาเพื่อเป็นจุดเชื่อมนักวิจัยและการให้การสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น European Research Council และ European Institute of Technology
นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยอีกประการหนึ่งที่อาจช่วยเอื้อให้มหาวิทยาลัยในยุโรปสามารถทำอันดับได้ดีขึ้นในปีต่อๆไป กล่าวคือ มหาวิทยาลัยในยุโรปยังมีความเป็นนานาชาติมากกว่าสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสริมในแง่ของบรรยากาศ ที่จะช่วยดึงดูดให้นักวิจัยทั้งจากภายในยุโรปและจากทุกมุมของโลกเข้าสู่ยุโรปมากยิ่งขึ้นต่อไป โดยในด้านของความเป็นนานาชาติของเจ้าหน้าที่แล้ว มหาวิทยาลัยในยุโรปติดเข้ามา 11 อันดับ ใน 20 อันดับแรกของโลก และในส่วนความเป็นนานาชาติของนักศึกษา ยุโรปติดเข้ามาถึง 13 อันดับ โดยมี London School of Economics และ SOAS เป็นที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ส่วนอันดับที่สูงสุดของสหรัฐฯ คือ MIT ซึ่งอยู่อันดับที่ 27 ของโลก
สหราชอาณาจักรยังคงเป็นหนึ่งในยุโรป
เมื่อดูเฉพาะตารางอันดับของมหาวิทยาลัยในยุโรป มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรยังคงเหนือชั้นนำมหาวิทยาลัยในยุโรป ทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยในสุดยอด10 มหาวิทยาลัยของยุโรป มีมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรเข้ามาถึง 6 อันดับ (ที่เหลือเป็นฝรั่งเศสและสวิสเซอร์แลนด์ประเทศละ 2 อันดับ) หรือหากดูสุดยอด 50 มหาวิทยาลัยของยุโรป ก็มีมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรเข้ามาถึง 19 สถาบัน (รองลงมาคือ ฝรั่งเศสและเนอเธอร์แลนด์ ประเทศละ 6 สถาบัน เยอรมนี 5 สถาบัน และสวิสเซอร์แลนด์ 4 สถาบัน) โดย มหาวิทยาลัย Cambridge และ Oxford เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1& 2 ของยุโรป และยังสอดแทรกมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐ เข้าไปติดอันดับ 3 และ4 ในสุดยอดมหาวิทยาลัยโลกอีกด้วย
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรยังเป็นสุดยอดของยุโรปในทุกด้าน ไม่ว่าจะสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี Biomedicine ศิลปศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ โดยมีมหาวิทยาลัย Cambridge, Oxford, LSE และ Imperial College London ผลัดกันครองบัลลังก์ในสาขาต่างๆ
ทว่า มหาวิทยาลัย Ecole Polytechnique ของฝรั่งเศสก็ไม่น้อยหน้า เพราะเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยของยุโรปที่เข้าไปติด top-ten ของโลกได้ในอันดับที่ 10 และถีบตัวขึ้นมาจากอันดับที่ 27 จากปีที่แล้ว ส่วนมหาวิทยาลัย ETH Zurich ก็น่าจับตามองไม่แพ้กัน แม้จะ ติดอันดับ 21 ของโลก แต่หากดูเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์ และสาขาเ ทคโนโลยีแล้ว ETH Zurich ติดเข้ามาเป็นอันดับ 3 ทั้งสองอัน
| 20 สุดยอดมหาวิทยาลัยในยุโรป |
| อันดับในยุโรป | อันดับโลก | สถาบัน | ประเทศ |
| 1 | 3 | Cambridge University | สหราชอาณาจักร |
| 2 | 4 | Oxford University | สหราชอาณาจักร |
| 3 | 10 | Ecole Polytechnique | ฝรั่งเศส |
| 4 | 11 | London School of Economics | สหราชอาณาจักร |
| 5 | 13 | Imperial College London | สหราชอาณาจักร |
| 6 | 21 | ETH Zurich | สวิสเซอร์แลนด์ |
| 7 | 24 | Ecole Normale Superieure, Paris | ฝรั่งเศส |
| 8 | 28 | University College London | สหราชอาณาจักร |
| 9 | 30 | Edinburgh University | สหราชอาณาจักร |
| 10 | 34 | Ecole Polytech Fed Lausanne | สวิสเซอร์แลนด์ |
| 11 | 35 | Manchester University & Umist | สหราชอาณาจักร |
| 12 | 45 | Heidelbergr University | เยอรมนี |
| 13 | 49 | Bristol University | สหราชอาณาจักร |
| 14 | 53 | Delft University of Technology | เนเธอร์แลนด์ |
| 15 | 55 | Munich University | เยอรมนี |
| 16 | 57 | Erasmus University Rotterdam | เนเธอร์แลนด์ |
| 17 | 58 | Amsterdam University | เนเธอร์แลนด์ |
| 18 | 62 | Helsinki University | ฟินแลนด์ |
| 19 | 65 | Vienna University | ออสเตรีย |
| 20 | 66 | Copenhagen University | เดนมาร์ก |
| 5
สุดยอดมหาวิทยาลัยยุโรปในสาขาวิทยาศาสตร์ |
|
5 สุดยอดมหาวิทยาลัย
ยุโรปในสาขาเทคโนโลยี |
| อันดับในยุโรป |
อันดับโลก |
สถาบัน |
ประเทศ |
|
อันดับในยุโรป |
อันดับโลก | สถาบัน | ประเทศ |
| 1 | 1 | Cambridge University | สหราช
อาณาจักร |
|
1 | 5 | Imperial College London | สหราชอาณาจักร |
| 2 | 2 | Oxford University | สหราชอาณาจักร |
|
2 | 6 | Cambridge University | สหราชอาณาจักร |
| 3 | 10 | Imperial University | สหราช
อาณาจักร | |
3 | 12 | ETH Zurich | สวิสเซอร์แลนด์ |
| 4 | 12 | ETH Zurich | สวิสเซอร์แลนด์ |
|
4 | 13 | Oxford University | สหราชอาณาจักร |
| 5 | 11 | Ecole Polytechnique | ฝรั่งเศส | |
5 | 15 | Delft University of Technology | เน
เธอร์แลนด์ |
| 5
สุดยอดมหาวิทยาลัยยุโรปในสาขา Biomedicine |
| อันดับในยุโรป | อันดับโลก |
สถาบัน | ประเทศ |
| 1 | 2 | Cambridge University | สหราช
อาณาจักร |
| 2 | 3 | Oxford University | สหราช
อาณาจักร |
| 3 | 4 | Karolinska University | สวีเดน |
| 4 | 6 | Imperial College London | สหราช
อาณาจักร |
| 5 | 16 | Edinburgh University | สหราช
อาณาจักร |
| 5
สุดยอดมหาวิทยาลัยยุโรปในสาขาศิลปศาสตร์ |
|
5 สุดยอดมหาวิทยาลัย
ยุโรปในสาขาสังคมศาสตร์ |
| อันดับในยุโรป |
อันดับโลก |
สถาบัน |
ประเทศ |
|
อันดับในยุโรป |
อันดับโลก | สถาบัน | ประเทศ |
| 1 | 2 | Oxford University | สหราชอาณาจักร |
|
1 | 2 | London School of Economics | สหราช
อาณาจักร |
| 2 | 3 | Cambridge University | สหราช
อาณาจักร |
|
2 | 3 | Oxford University | สหราชอาณาจักร |
| 3 | 9 | London School of Economics | สหราช
อาณาจักร |
|
3 | 8 | Cambridge University | สหราชอาณาจักร |
| 4 | 13 | Uni Paris 1 Pantheon Sorbonne |
ฝรั่งเศส | |
4 | 21 | Erasmus University Rotterdam | เนเธอร์แลนด์
|
| 5 | 13 | La Sapienza University, Rome |
อิตาลี |
|
5 | 27 | University of Leuven (French) | เบลเยี่ยม |
เอเชียไม่น้อยหน้า โดดเด่นด้านเทคโนโลยี
สำหรับมหาวิทยาลัยในเอเชีย มหาวิทยาลัยปักกิ่งขึ้นแซงหน้ามหาวิทยาลัยโตเกียวเข้ามาเป็นอันดับที่ 15 ของโลก (ส่วนมหาวิทยาลัยโตเกียวตกมาอยู่ที่ 16) ส่วน National University of Singapore แม้อันดับโลกจะตกลงมาจากปีที่แล้ว 4 อันดับ มาอยู่ที่ 22 ของโลก แต่ก็ยังอยู่ที่ 3 ของเอเชีย ส่วน India Institute of Management น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะแซงหน้ามหาวิทยาลัยอื่นๆในเอเชียในสาขาเทคโนโลยี เข้ามาเป็นที่ 3 ของโลก เป็นรองแค่เพียง MIT และ University of California, Berkeley
ส่วนในภาพรวมแล้ว แม้มหาวิทยาลัยในเอเชียจะยังถือว่าด้อยกว่าสหรัฐและยุโรปอยู่มาก โดยใน top-20 ของโลก มีมหาวิทยาลัยจากเอเชียติดเข้ามาเพียง 2 อันดับ คือ มหาวิทยาลัยปักกิ่งและมหาวิทยาลัยโตเกียว
5 สุดยอดมหาวิทยาลัยในเอเชีย (ในวงเล็บคืออันดับโลก)
1. มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (15)
2. มหาวิทยาลัยโตเกียว (16)
3. National University of Singapore (22)
4. มหาวิทยาลัยเกียวโต (31)
5. มหาวิทยาลัยฮ่องกง (41)
ทว่า ถ้าดูในเฉพาะสาขาเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยจากเอเชียกลับมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะใน 11 อันดับแรก เป็นมหาวิทยาลัยในเอเชียถึง 5 สถาบัน (ในวงเล็บคืออันดับโลก) คือ
5 สุดยอดมหาวิทยาลัยในเอเชียในสาขาเทคโนโลยี (ในวงเล็บคืออันดับโลก)
1) India Institute of Technology (3)
2) มหาวิทยาลัยโตเกียว(8)
3) National University of Singapore (9)
4) มหาวิทยาลัยปักกิ่ง(10)
5) Tokyo Institute of Technology (11)
ขอปิดท้ายด้วย ที่สุดของมหาวิทยาลัยในเอเชียในสาขาต่างๆ (ในวงเล็บคืออันดับโลก)
ที่สุดในด้านวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว (8)
ที่สุดในด้านวิทยาศาสตร์ - India Institute of Technology (3)
ที่สุดในด้าน Biomedecine มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (8)
ที่สุดในด้านศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (6)
ที่สุดในด้านสังคมศาสตร์ National University of Singapore (13)
Related Items:
- หลักสูตรการจัดการร้อน นายจ้างแย่งตัวกันในยุโรป
- The Resistors มาแล้ว ไอร์แลนด์สร้างการ์ตูนอนิเมชั่น เสริมการเรียนวิทยาศาสตร์
- การกำหนดโควตานักศึกษาต่างชาติของออสเตรีย
- การประชุม G8 เรื่องการศึกษา
- คณะกรรมาธิการยุโรปออกมาตรการทางกฎหมายต่อเบลเยียมและออสเตรียที่เลือกปฎิบัติต่อนักศึกษาต่างชาติ
|