การประชุมสุดยอดเอเชียยุโรป ( ASEM) Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 08 August 2006

ความเป็นมาของ ASEM

การประชุมเอเชีย-ยุโรป หรือ Asia-Europe Meeting (ASEM) เป็นข้อริเริ่มของสิงคโปร์และฝรั่งเศสเพื่อให้เป็นเวทีที่ผู้นำจากสองภูมิภาคได้มาพบและหารือกันเพื่อหาลู่ทางที่จะกระชับความสัมพันธ์ ขยายความร่วมมือ และเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกัน นักวิเคราะห์มองว่าจุดริเริ่มของการประชุม ASEM เป็นความพยายามในการประสานความสัมพันธ์ระหว่างเอเชีย-ยุโรปให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลและปิดช่องว่าง หรือ ‘missing link’ ในความสัมพันธ์แบบสามฝ่าย (Triad relations) ระหว่าง ยุโรป-อเมริกาเหมือน อมิเริการเหนือ-เอเชีย และเอเชีย-ยุโรป ในเวทีโลกในช่วงต้นศตวรรตที่ 19 ที่ความสัมพันธ์ระหว่างยุโรป-อเมริการเหนือนั้นแข็งแกร่งและมีมายาวนานเรียก Transatlantic Relations และความสัมพันธ์ระหว่างอเมิรกาเหนือ-เอเชียก็เริ่มแข่งแกร่งขึ้นด้วยการจัดตั้ง Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) อาจกล่าวได้ว่าการก่อตั้ง APEC ในปี 2536 เป็นแรงผลักดันความพยายามของฝ่ายยุโรป-เอเชียในการจัดตั้งการประชุม ASEM ขึ้น

การประชุม ASEM จัดขึ้นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-2 มีนาคม 2539 โดยมีผู้นำประกอบด้วยประมุขและหัวหน้ารัฐบาลจากยุโรป 15 ประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (ออสเตรีย เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ผรั่งเศส เยอรมนี กรีซ อิตาลี ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร) และคณะกรรมาธิการยุโรป และเอเชีย 10 ประเทศ คืออาเซียน 7 ประเทศ (บรูไน ดารุซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม) รวมทั้ง จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี เข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือแนวทางส่งเสริม ความเชื่อมโยงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ระหว่างภูมิภาคเอเชีย-ยุโรปให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สมาชิก ASEM
ในการประชุม ASEM ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2539 มีประเทศเข้าร่วม 25 ประเทศกับ 1 องค์กร ประกอบด้วย ฝ่ายเอเชีย 10 ประเทศ และฝ่ายยุโรป 15 ประเทศ และ 1 องค์กร ซึ่งได้แก่ คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission – EC)

ต่อมาในปี 2547 ในการประชุมสุดยอด ASEM ครั้งที่ 5 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2547 ASEM ได้รับสมาชิกเพิ่มอีก 13 ประเทศ ปัจจุบัน ASEM จึงมีสมาชิกรวมทั้งหมด 38 ประเทศกับ 1 องค์กร สมาชิกใหม่ได้แก่ ฝ่ายเอเชีย 3 ประเทศ กัมพูชา ลาว และพม่า และฝ่ายยุโรป 10 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2547 ได้แก่ ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เอสโตเนีย ฮังการี ลัตเวีย ลิทัวเนีย มอลตา โปแลนด์ สาธารณรัฐสโลวัก สโลวีเนีย

โครงสร้างและการประชุมในกรอบ ASEM
ASEM มีลักษณะเป็นเวทีการหารือ มิได้มีสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศและไม่มีสำนักเลขาธิการ ความร่วมมือในกรอบ ASEM จึงเป็นการประชุมเพื่อและเปลี่ยนความคิดเห็นและพิจารณาความร่วมมือในประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของประเทศที่เข้าร่วม โดยอาจมีการจัดกิจกรรมร่วมตามแต่ที่จะตกลงกัน การประชุม ASEM แบ่งออกเป็นการหารือใน 3 สาขา/เสาหลัก (pillar) คือ ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม/วัฒนธรรมและอื่น ๆ เมื่อปี 2543 ที่ประชุม ASEM 3 ได้รับรองเอกสาร Asia-Europe Cooperation Framework (AECF) ที่กำหนดเป้าหมายหลักของความร่วมมือในทั้ง 3 สาขา ดังนี้

(1) ด้านการเมือง - ให้ส่งเสริมการหารือซึ่งกันและกัน เน้นและขยาย common ground โดยการส่งเสริมความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างกัน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน
(2) ด้านเศรษฐกิจ - ให้มีเครือข่ายเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีของการเป็นหุ้นส่วนระหว่างยุโรปและเอเชีย
(3) ด้านอื่น ๆ - ย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและสังคม โดยให้ตอบสนองและส่งเสริมความสนใจในการสร้างเครือข่ายระหว่างประชาชน สถาบัน think tank สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคสังคมอื่น ๆ ระหว่างยุโรปกับเอเชีย

การประชุม ASEM แบ่งออกเป็นระดับผู้นำ รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโส ดังนี้

การประชุมระดับผู้นำ ASEM
การประชุมระดับผู้นำ ASEM (ASEM Summit) เป็นการประชุมระดับผู้นำของประเทศสมาชิก ASEM จัดขึ้นทุก 2 ปี มีความสำคัญ คือ เป็นเวทีที่ผู้นำประเทศเอเชียและยุโรปได้มาพบปะหารือกันในประเด็นที่อยู่ในความสนใจของทั้งสองฝ่าย มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างกันเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศและในภูมิภาค เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนและกระชับความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปต่อไป ที่ผ่านมา ได้มีการประชุม ASEM ไปแล้ว 5 ครั้ง คือ

ASEM 1 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1-2 มี.ค. 2539
ASEM 2 ที่กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 3-4 เม.ย. 2541
ASEM 3 ที่กรุงโซล เมื่อวันที่ 19-21 ต.ค. 2543
ASEM 4 ที่กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อวันที่ 22-24 ก.ย. 2545
ASEM 5 ที่กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 7-9 ต.ค. 2547

ล่าสุด มีกำหนดจัดการประชุม ASEM 6 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ระหว่างวันที่ 10-11 กันยายน 2549

การประชุมระดับรัฐมนตรี
การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ (Foreign Ministers’ Meeting - FMM) ที่ประชุมผู้นำ ASEM ครั้งที่ 1 เห็นความจำเป็นของการมีการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศในกรอบ ASEM จึงได้มติให้จัดการประชุมดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างกันโดยเฉพาะในสาขาที่ 1 ด้านการเมืองและสาขาที่ 3 ด้านความร่วมมือด้านสังคม/วัฒนธรรมและอื่น ๆ รวมทั้งการประสานงานในกระบวนการ ASEM โดยรวม และการเตรียมการสำหรับการประชุมระดับผู้นำของ ASEM เดิมการประชุม FMM จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ที่ประชุม FMM ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 17-18 เมษายน 2547 ได้มีมติให้จัดการประชุม FMM ทุก 2 ปี และให้จัดการประชุมในลักษณะที่ไม่เป็นทางการ (Retreat) มากขึ้นเพื่อส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ASEM (Economic Ministers’ Meeting – EMM) มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนและการคลังของประเทศมาชิก ASEM โดยมีการจัดประชุมเป็นระยะ ๆ ตามแต่ที่ประเทศสมาชิกจะตกลงกัน ในส่วนของไทย กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานและการเข้าร่วมการประชุมในกรอบนี้ โดยประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น

การประชุมรัฐมนตรีคลัง ASEM (Finance Ministers’ Meeting – FinMM) เป็นการประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในกรอบ ASEM เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนการหาแนวทางความร่วมมือด้านการเงินการคลังของทั้งสองภูมิภาค ในส่วนของไทย กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานและการเข้าร่วมการประชุมในกรอบนี้ โดยประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศและธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้นมีการจัดประชุมมาแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2540 ที่กรุงเทพฯ ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย และครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2546 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินในการก่อการร้าย การต่อต้านการฟอกเงิน การพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย การประชุมรัฐมนตรีคลัง ASEM ครั้งที่ 6 ได้ถูกเลื่อนออกไป จากเดิมที่กำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2547 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เนื่องจาก ขณะนั้นประเทศสมาชิก ASEM ไม่สามารถตกลงกันในเรื่องการขยายสมาชิกภาพได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สมาชิก ASEM ได้ข้อยุติเรื่องการขยายสมาชิกภาพเมื่อเดือนตุลาคม 2547 ประเทศจีน ได้รับจะเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีคลัง ASEM ครั้งที่ 6 โดยได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2548 ณ เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบงานความร่วมมือด้านคลังภายใต้กรอบ ASEM

การประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสังคม/วัฒนธรรมและอื่น ๆ
เป็นการประชุมในเสาหลักที่ 3 ไม่ได้มีการกำหนดแน่นอน ขึ้นอยู่กับความสนใจของประเทศสมาชิก ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีในด้านต่าง ๆ ดังนี้

การประชุมรัฐมนตรีด้านวัฒนธรรมของ ASEM ได้จัดการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก การประชุมครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม 2546 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม การประชุมครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6-11 มิถุนายน 2548 ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพการประชุม

การประชุมรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของ ASEM ได้จัดการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง การประชุมครั้งที่ 1 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2545 โดยเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม และในการประชุมครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2546 ณ เมือง Lecce ประเทศอิตาลี ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย

การประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ ASEM ได้จัดการประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 12-15 ตุลาคม 2542 โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก

การประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างเอเชียกับยุโรป ได้จัดการประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง ณ เมือง Lanzarote ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 4-5 เมษายน 2545 ในส่วนของประเทศไทย ผู้แทนพิเศษของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม

การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส
การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Officials’ Meeting - SOM) ของ ASEM มีหน้าที่หลักในการเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ASEM และการประชุมผู้นำ ASEM หารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามมติของที่ประชุมผู้นำ พิจารณาความร่วมมือในเสาหลักด้านการเมืองและด้านสังคม/วัฒนธรรม รวมทั้งพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวกับการทำงานของ ASEM อาทิ กลไกการทำงาน การขยายสมาชิกภาพ ฯลฯ ในส่วนของไทย กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานและเข้าร่วมการประชุม SOM

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการค้าการลงทุน (Senior Officials’ Meeting on Trade and Investment - SOMTI) มีหน้าที่หลักในการเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจของ ASEM รวมทั้งติดตามการดำเนินความร่วมมือตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ในส่วนของไทย กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานและเข้าร่วมการประชุมในกรอบนี้

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลาง (ASEM Finance Deputies’ Meeting) มีหน้าที่หลักในการเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีคลังของ ASEM ในส่วนของไทย กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานและเข้าร่วมการประชุมในกรอบนี้

การประชุมและกิจกรรมอื่น ๆ ในกรอบ ASEM
นอกเหนือจากการประชุมระดับรัฐมนตรีและระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสที่กล่าวไปข้างต้นแล้วนั้น ในกรอบของกระบวนการ ASEM ยังมีการประชุมอื่น ๆ ที่สำคัญ อาทิ

การประชุมระหว่างภาคธุรกิจ หรือ Asia-Europe Business Form (AEBF)
AEBF ตั้งขึ้นในปี 2539 พบกันครั้งแรกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพียง 6 เดือนหลักจากการประชุมสุดยอด ASEM การประชุม AEBF เป็นการพบปะหารือกันระหว่างภาคธุรกิจ/เอกชนจากเอเชียและยุโรป ที่ผ่านมาจัดขึ้นทุก ๆ ปี และตั้งแต่ปี2547 จะจัดทุก 2 ปี เพื่อเป็นการสร้างเครือยข่ายและความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจ และระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของสองภูมิภาค การประชุม AEBF เป็นส่วนหนึ่งของเสาหลักทางเศรษฐกิจของกระบวนการ ASEM โดยเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจ/เอกชนปรึกษาหารือกันและแสดงความคิดเห็นผ่านทางการเสนอ Recommendation เพื่อสื่อปัญหาและอุปสรรคทางการค้าที่ตนต้องประสบให้แก่ภาครัฐรับทราบ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมความสัมพันธ์เศรษฐกิจระหว่างยุโรป-เอเชียให้แข็งแกร่งต่อไป

ล่าสุด การประชุม AEBF ครั้งที่ 10 จะจัดขึ้นที่กรุงโฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ระหว่างวันที่ 10-11 กันยายน 2549 ควบคู่ไปกับการประชุมสุดยอด ASEM ครั้งที่ 6 และในช่วงเดียวกับที่ฟินแลนด์รับตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป (ระหว่าง 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2006) โดยเน้นใน 3 หัวข้อหลักได้แก่ โลกาภิวัติ ขีดความสามารถในการแข่งขัน และพลังงาน (Globalisation, Comepetitiveness, and Energy) ซึ่งเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน

มูลนิธิเอเชีย-ยุโรป หรือ Asia-Europe Foundation (ASEF)
ASEF เป็นองค์การความร่วมมือระหว่างเอเชีย-ยุโรป ในกรอบ ASEM เสาหลักด้านวัฒนธรรม (เสาหลักที่ 3) ตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นระหว่างประชาชนเอเชีย-ยุโรป และส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมระหว่างสองภูมิภาคให้แข่งแกร่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ดังกล่าว ASEF จัดมีโครงการและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และวัฒนธรรมมากมาย อาทิ ASEM InfoBoard ASEF University ASEM Education Hub Asia-Europe Youth Co-Operation European European Studies in Asia (EAiA) Asia-Europe Classroom CultureE-ASEF Asia-Europe Young Leaders’ Symposium Asia Europe Journal Asia-Europe Environment Forum

กลไกการประสานงานของ ASEM และผู้ประสานงาน
ที่ประชุม ASEM 3 ในปี 2543 ได้รับรองเอกสาร Asia-Europe Cooperation Framework (AECF) ซึ่งระบุเรื่องการประสานงานในกรอบ ASEM ว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเจ้าหน้าที่อาวุโสเป็นผู้ประสานงานทั่วไปของแต่ละประเทศในเรื่องกิจกรรม ASEM ส่วนประเทศใดจะเป็นผู้ประสานงาน (Coordinator) นั้น ให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละภูมิภาค ซึ่งปัจจุบัน มีประเทศผู้ประสานงาน 4 ประเทศ ประกอบด้วยฝ่ายเอเชีย 2 ประเทศและฝ่ายยุโรป 2 ประเทศ ทำหน้าที่หารือระหว่างกันในชั้นต้นในเรื่องต่าง ๆ เช่น การกำหนดวันและสถานที่ประชุม หัวข้อการหารือของการประชุม ฯลฯ และนำข้อมูลที่ได้รับไปแจ้งและประสานงานกับประเทศ ASEM ในภูมิภาคของตนต่อไป แต่ที่สำคัญไม่มีเลขานุการถาวรของ ASEM

สำหรับภูมิภาคเอเชีย ประเทศผู้ประสานงาน ASEM ฝ่ายเอเชีย 2 ประเทศประกอบด้วยประเทศอาเซียน 1 ประเทศและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (จีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี) 1 ประเทศ ในส่วนของประเทศอาเซียน มีประเทศผู้ประสานงานในช่วงต่าง ๆ ดังนี้
• เมษายน 2539 – กรกฎาคม 2540 สิงคโปร์เป็นประเทศผู้ประสานงาน ASEM ประเทศแรก โดยเข้ารับหน้าที่หลังการประชุม ASEM 1 (กรุงเทพฯ วันที่ 1-2 มีนาคม 2539)
• กรกฎาคม 2540 – ตุลาคม 2543 ประเทศไทยรับหน้าที่ประเทศผู้ประสานงานต่อจากสิงคโปร์เป็นระยะเวลา 3 ปี จนถึงการประชุม ASEM 3 (กรุงโซล 19-21 ตุลาคม 2543)
• ตุลาคม 2543 – ตุลาคม 2547 เวียดนามรับหน้าที่ต่อจากประเทศไทยหลังการประชุม ASEM 3 และเนื่องจากเวียดนามจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำครั้งต่อไป (ASEM 5 วันที่ 7-9 ตุลาคม 2547 ณ กรุงฮานอย) จึงรับเป็นประเทศผู้ประสานงานต่อไปอีก 2 ปี (ถึงปี 2547)
• ตุลาคม 2547 – ปัจจุบัน อินโดนีเซีย ประเทศผู้ประสานงาน ASEM ฝ่ายเอเชีย ในส่วนของอาเซียน (และอินโดนีเซียก็เป็นประเทศผู้ประสานงานสำหรับ ASEAN-EU Dialogue ด้วย ซึ่งเป็นการพ้องกันโดยบังเอิญ)

เริ่มแรก ประเทศอาเซียนที่เป็นผู้ประสานงาน ASEAN-EU Dialogue รับหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน ASEM ด้วย ซึ่งตามหลักการนี้ สิงคโปร์ได้เป็นผู้ประสานงานประเทศแรกจนถึงปี 2540 ซึ่งไทยรับช่วงต่อ อย่างไรก็ตาม ในปี 2543 ลาวซึ่งจะต้องรับเป็นประเทศผู้ประสานงาน ASEM ต่อจากไทย ยังไม่ได้เข้าเป็นสมาชิก ASEM ไทยจึงได้เสนอให้มีการเวียนประเทศผู้ประสานงานตามตัวอักษรระหว่างประเทศอาเซียนที่เป็นสมาชิก ASEM โดยให้เวียดนามเป็นผู้ประสานงานต่อจากไทย และให้มีวาระการเป็นผู้ประสานงาน 2 ปีนับจากการประชุมผู้นำหนึ่งถึงการประชุมผู้นำครั้งต่อไป (การประชุมผู้นำจัดขึ้นทุก 2 ปี)

หลังจากเวียดนาม ประเทศที่จะต้องรับหน้าที่ผู้ประสานงานต่อไป คือ บรูไน ดารุสซาลาม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบรูไนฯ รวมทั้งกัมพูชา (ซึ่งเป็นประเทศที่ควรเข้ารับหน้าที่ต่อจากบรูไนฯ) ไม่พร้อมที่จะรับหน้าที่ประเทศผู้ประสานงาน อินโดนีเซียจึงรับเป็นประเทศผู้ประสานงานต่อจากเวียดนาม

ประเทศผู้ประสานงาน ASEM ฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) กำหนดให้เวียนประเทศผู้ประสานงานระหว่างการประชุมผู้นำซึ่งกำหนดจัดทุก 2 ปี ปัจจุบัน เกาหลีใต้เป็นประเทศผู้ประสานงานฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เข้ารับหน้าที่หลังการประชุม ASEM 5 ในเดือนตุลาคม 2547

สำหรับผู้ประสานงาน ASEM ฝ่ายยุโรป ได้แก่ คณะกรรมาธิการยุโรป (European Community – EC) ซึ่งรับหน้าที่โดยถาวร ร่วมกับประเทศที่ทำหน้าที่ประธานสหภาพยุโรปซึ่งมีการหมุนเวียนทุก 6 เดือน ปัจจุบันฟินแลนด์ซึ่งเป็นประธานสหภาพยุโรประหว่างเดือน กรกฎาคม-ธันวาคม 2549 เป็นผู้ประสานงานฝ่ายยุโรป กับคณะกรรมาธิการยุโรป

นโยบายของไทยต่อ ASEM
ตั้งแต่มีการริเริ่มกระบวนการ ASEM ประเทศสมาชิกได้เห็นพ้องกันว่า ASEM ควรเป็นเวทีหารือเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างกัน อันจะนำไปสู่ความเข้าใจระหว่างเอเชียกับยุโรป และระหว่างการประชุม ASEM ครั้งที่ 5 เมื่อเดือนตุลาคม 2547 ที่ประชุมได้เห็นพ้องกันว่า ควรยกระดับ ASEM ให้เป็นทั้งเวทีหารือและเวทีความร่วมมือ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของไทยที่จะให้ ASEM เป็นเวทีส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหภาพยุโรปและสมาชิก ASEM ฝ่ายเอเชียอื่นๆ โดยการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันทั้งในระดับเจ้าหน้าที่และระดับประชาชนต่อประชาชน การเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อไทย เช่น ในด้านเศรษฐกิจ (เพิ่มการค้าการลงทุนระหว่างกัน) และการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการต่าง ๆ ที่ยุโรปมีความก้าวหน้า ทั้งนี้ ภายหลังจากการประชุม ASEM 1 ที่กรุงเทพฯ ในปี 2539 ASEM ได้ริเริ่มและพัฒนากิจกรรมความร่วมมือมากมายในสาขาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อไทยและประเทศสมาชิกอื่น ๆ

นอกจากนี้ ไทยประสงค์ให้ ASEM เป็นกลไกในการเสริมสร้าง strategic partnership ระหว่างเอเชียกับยุโรปในทุกด้าน โดยเฉพาะในการส่งเสริมสันติภาพความมั่นคง และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศในเอเชียและยุโรปมากยิ่งขึ้นบนพื้นฐานของความร่วมมือที่เท่าเทียมกัน เคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การส่งเสริมความร่วมมือในสาขาอื่นต่อไป

**************

หมายเหตุ:
  • ข้อมูลจากกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ
  • * การสัมภาษณ์นาย Timo Ranta (Counsellor) และ นางสาว Hanna Väänänen (Attaché) แห่งคณะผู้แทนถาวรของฟินแลนด์ประจำสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ณ กรุงบรัสเซลส์

    เว็บไซต์น่าสนใจเกี่ยวกับการประชุม ASEM
    การประชุม ASEM ครั้งที่ 6
    การประชุม AEBF ครั้งที่ 10
    มูลนิธิเอเชีย-ยุโรป ASEF
    ASEM InfoBoard
    ASEM Educational Hub

    เกร็ดอาเซม
    โลโก้ของอาเซม (ตามที่ปรากฎข้างต้น) เป็นสัญลักษณ์ถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ผ่านทางการประสานตัวกันระหว่างรอยพู่กันแบบเอเชียสีแดง (ซึ่งเป็นสีของทวีปเอเชีย)และตัวอักษร "E" โรมันสีน้ำเงิน (ซึ่งเป็นสีของทวีปยุโรป) เมื่อลายทั้งสองประสานกันแล้ว จะเห็นเป็นตัวอักษร "A" และ "E" อันเป็นสัญลักษณ์ซึ่งสื่อความหมายว่า แม้ทั้งสองทวีปจะแตกต่างกัน หากอารยธรรมตะวันตกและตะวันออกก็สามารถประสานกลมกลืนกันได้ และสองทวีปก็เลือกที่จะเอนเอียงเข้าหากัน เพื่อสานสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน

    Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

    Related Items:

    1. ASEM 6: น้ำนิ่ง ไหลลึก…แต่จะไหลไปทางไหน?
    2. Asia Europe Business Forum: โอกาสการสร้างเครือข่ายระหว่างภาคธุรกิจเอเชีย-ยุโรป
    3. Countdown ไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนเอเชีย-ยุโรป
    4. การประชุม ASEM SOM
    5. การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ASEM ครั้งที่ 6
  • Last Updated ( Tuesday, 10 October 2006 )
    host by colorpack.net