|
สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ขอรายงานสถานะความคืบหน้าข้อเสนอร่างระเบียบ origin marking ของ EU ว่า หลังจากที่คณะกรรมการ 133 ได้พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ เมื่อเดือนมกราคม 2006 ในการติดป้าย made in ระบุประเทศแหล่งกำเนิดสำหรับบางสินค้านำเข้าจากประเทศที่สาม และได้ส่งเรื่องต่อให้ Commercial Questions Group และ Council Legal Service พิจารณาประเด็นทางเทคนิคและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สรุปผลได้ดังนี้
1. ในการประเมินประเด็นข้อกฎหมายมีความชัดเจนว่า มาตรา 133 เป็นพื้นฐานที่ถูกต้องและเพียงพอสำหรับข้อเสนอเรื่องนี้ รวมทั้งร่างระเบียบสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ WTO
2. แนวทางบังคับใช้กฎหมายเรื่องนี้ จะกำหนดให้ทางการ in-market authorities ในประเทศสมาชิกสหภาพฯ ทำหน้าที่สนับสนุนทางการศุลกากร ในการปฏิบัติเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องหมายแสดงแหล่งกำเนิดสินค้านำเข้าจะไม่ถูกยักย้ายเปลี่ยนแปลงหลังจากสินค้าได้รับการตรวจปล่อยผ่านศุลกากรไปแล้ว ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่เพียงแต่ลดภาระของศุลกากรและรักษาระดับการควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำสุด แต่ยังสอดคล้องกับความพยายามในเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าที่มุ่งให้การบังคับใช้กฎหมายเคลื่อนออกจากด่านพรมแดนมากขึ้น การให้ข้อมูลโดย in-market authorities แก่ศุลกากรจะช่วยให้การตรวจสอบมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายชัดเจนดีขึ้นด้วย
3. ในประเด็นคำถามด้านศุลกากร ได้มีการหารือที่ครอบคลุมบทบาทของข้อมูลแหล่งกำเนิดในขั้นตอนศุลกากรโดยคำนึงถึงหลักการสำคัญในการตรวจปล่อยสินค้าและการตรวจพิสูจน์แหล่งกำเนิด และเนื่องจากจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่มีลำดับความสำคัญสูงอยู่หลายเรื่อง จึงกำหนดให้ขึ้นกับประเทศสมาชิกสหภาพฯ ที่จะทำให้เกิดสมดุลที่ถูกต้องในการเลือกลำดับความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมาย
4. ในการพิจารณาทางเลือกของทางการและขั้นตอนที่เหมาะสมสำหรับองค์กรควบคุมตลาดภายใน (in-market control) จะให้เป็นสิทธิของประเทศสมาชิกสหภาพฯ โดยคณะกรรมาธิการฯ จะไม่เข้าไปแทรกแซง ซึ่งในขั้นตอนปฏิบัติจะมีการพิจารณาถึงความจำเป็นในการจัดทำแนวทางร่วมสำหรับการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
5. ในรายละเอียดทางเทคนิคของการแสดงแหล่งกำเนิด คณะกรรมาธิการฯ ยืนยันความตั้งใจจะทำระบบให้ง่าย โดยจะแยกจัดทำและพัฒนารายละเอียดทางเทคนิคของการแสดงแหล่งกำเนิด ต่างหากจากร่างระเบียบนี้
6. การหารือทางเทคนิคยังได้ลงในรายละเอียดถึงเหตุผลทางกฎหมายในการยกเว้นประเทศสมาชิก EEA และตุรกี ความสัมพันธ์ระหว่างข้อเสนอ origin marking กับการเจรจารอบโดฮาที่กำลังดำเนินอยู่ในกรอบ WTO ในประเด็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า และอุปสรรคที่มิใช่ภาษีในการเข้าสู่ตลาดของสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าเกษตร (NAMA NTBs) ฯลฯ
7. นอกจากนั้น ยังมีการหารือประเด็นค่าใช้จ่ายในการ marking และผลที่จะมีต่อราคาสินค้า ซึ่งได้ข้อสรุปว่าค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้มีน้อยมาก อย่างไรก็ดี เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มพิเศษ ร่างระเบียบนี้จะอิงขั้นตอนที่มีอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะไม่มีการเพิ่มเอกสารหรือใบรับรองใหม่
8. ขณะนี้ ยังมีประเด็นทางเทคนิคที่ยังค้างคาอยู่บ้าง และคณะกรรมาธิการฯ ต้องหาคำตอบต่อไป เช่น การตีความในเรื่อง last substantial transformation เพื่อให้มีการประยุกต์ใช้ที่เป็นเอกภาพเดียวกันทั่วทั้งสหภาพฯ การควบคุมการแสดงแหล่งกำเนิด at importation มีนัยทางศุลกากรอย่างไร การระบุความชัดเจนอื่นๆ เกี่ยวกับเนื้อหาของข้อเสนอระเบียบ ซึ่งประเทศสมาชิกสหภาพฯ อาจต้องการ เป็นต้น ซึ่งควรจะได้มีการพิจารณาอย่างรวดเร็วภายในเดือนสิงหาคม/กันยายน ศกนี้ เพื่อที่จะมีคำตอบพร้อมสำหรับการหารือข้อเสนอเรื่องนี้ในคณะกรรมการ 133 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน-ธันวาคม) และคาดว่าประเทศสมาชิกสหภาพฯ จะมีท่าทีทางการเมืองที่ชัดเจนต่อข้อเสนอและสามารถหาข้อยุติในการสรุปเรื่องนี้ได้
--------------------------------- |