|
จากการประชุมคณะกรรมการยุโรปด้านห่วงโซ่อาหารและสุขภาพสัตว์ (EU Standing Committee on the Food Chain and Animal Health : SCFCAH) ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2549 ได้มีมติเห็นชอบต่อมาตรการควบคุมการระบาดของโรคไข้หวัดนกอันเชื่อมโยงต่อการนำเข้าสินค้าเนื้อสัตว์ปีกของประเทศที่สามที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission)
1. มีมติเห็นชอบในการขยายเวลาการระงับการนำเข้านกมีชีวิต (live captive birds) และ
นกเลี้ยง (pet birds) จากกลุ่มประเทศที่สาม (non-EU Countries) ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 โดยให้เหตุผลว่า ขณะนี้หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) กำลังอยู่ในระหว่างช่วงประเมินผลความเสี่ยงในการนำเข้านกมีชีวิตและนกเลี้ยง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2549 นี้ หากแต่มีการยกเว้นข้อกำหนดดังกล่าวให้กับประเทศนอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ลิคเทนสไตน์ แอนดอร์รา ไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ หมู่เกาะเฟโร ซานมาริโน และโครเอเชีย
2. มีมติเห็นชอบในการขยายเวลาการระงับการนำเข้าขนนกที่ยังไม่ได้รับฆ่าเชื้อโดยการผ่านความร้อน (untreated feathers) จากกลุ่มประเทศที่สาม (non-EU Countries) ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการติดเชื้อไข้หวัดนกจากขนนกและผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากประเทศที่สาม
3. มีมติเห็นชอบในการขยายเวลาการอนุญาตการใช้วัคซีน ในสัตว์ปีกเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก (preventive vaccination) ของประเทศเนเธอร์แลนด์ต่อไปอีก (จากเดิมสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2549) รวมทั้งครอบคลุมในสัตว์ปีกประเภทอื่น นอกเหนือจากไก่ ดังเช่น เพิ่มการฉีดวัคซีนในห่าน เป็นต้น
4. มีมติเห็นชอบให้ฮังการียังคงใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนกในการ
ควบคุมไข้หวัดนกต่อไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2549 ผลจากการระบาดล่าสุดทางตอนใต้ของฮังการีในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา
5. มีมติเห็นชอบขยายเวลาการระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีน มาเลเซีย และ
ไทย ซึ่งเป็น 3 ประเทศ ที่ EU อนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกได้ จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2549 ให้ขยายไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ด้วยเหตุผลที่ว่า ขณะนี้ยังคงมีการระบาดของโรคไข้หวัดนกในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia)
6. มีมติเห็นชอบขยายเวลาการระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากตุรกี ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549
7. มีมติเห็นชอบให้มีการตรวจสอบ (investigation) ความโปร่งใสของทางการอิตาลีต่อการดำเนินการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์ปีกจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกด้วยงบประมาณ 100 ล้านยูโร (หรือประมาณ 5,000 ล้านยูโร) ว่ามีความสอดคล้องและถูกต้องตรงตามมาตรการกลาง ที่ EU ได้กำหนดไว้หรือไม่ อาทิ ประเด็นที่ทางการอิตาลีใช้งบประมาณในครั้งนี้รับซื้อเนื้อสัตว์ปีกไว้ในคลังของรัฐบาลเป็นจำนวน 17,000 ตัน รวมทั้งการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก และการผ่อนปรนภาษี (tax deferral) เป็นต้น
8. การที่ EU มีมติเห็นชอบในการขยายเวลาการระงับการนำเข้านกมีชีวิต (live captive
birds) นกเลี้ยง (pet birds) และขนนกที่ยังไม่ได้รับฆ่าเชื้อโดยการผ่านความร้อน (untreated feathers) ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 นั้น เพื่อเป็นการลดอัตราความเสี่ยงการติดเชื้อไข้หวัดนกโดยตรงจากการนำ เข้าสินค้าที่มีความเสี่ยงจากประเทศที่สาม
9. การที่ EU อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนก (preventive vaccination) ของประเทศเนเธอร์แลนด์ต่อไปอีกนั้น ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้ EU ได้ยอมรับให้การใช้วัคซีนเป็นทางเลือกหนึ่งที่เปิดกว้างมากขึ้นแก่ประเทศสมาชิกในการป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดนก อย่างไรก็ดี การขยายเวลาการใช้วัคซีนในครั้งนี้มีสาเหตุสำคัญเนื่องจากยังคงมีการตรวจพบนกป่าติดเชื้อไข้หวัดนก (H5N1) อยู่ทั่วไปในกลุ่มประเทศสมาชิก EU (จากผลการสุ่มตรวจภายใต้โปรแกรมเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา)
10. การที่ EU มีมติให้ขยายกรอบเวลาการระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากไทยไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 นั้น คาดว่า นอกเหนือจากเหตุผลที่ว่า ขณะนี้ยังคงมีการระบาดของไข้หวัดนกในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) แล้ว ยังคงเป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกทั่วโลกในภาพรวมยังไม่ดีเท่าที่ควร (อย่างไรก็ดี การขยายเวลาดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับการขอเปิดตลาดเนื้อไก่สดของไทย ซึ่งเมื่อผ่านการพิจารณาจาก EU ในช่วงการขยายระยะเวลาดังกล่าวก็สามารถเปิดตลาดได้ในทันที )
11. ประเด็นที่ EU ให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสของทางการอิตาลีต่อการดำเนินการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์ปีกอิตาลี ด้วยงบประมาณ 100 ล้านยูโร ว่ามีความสอดคล้องกับมาตรการกลาง ที่ EU ได้กำหนดไว้หรือไม่นั้น คาดว่า เนื่องจากที่ผ่านมา EU ได้รับการโจมตีในเวทีการค้าโลก (WTO) มาโดยตลอดว่า มีการอุดหนุนช่วยเหลือเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารอย่างเกินขอบเขต (อุดหนุนการผลิต อุดหนุนการส่งออก) ดังนั้น การอนุญาตให้มีการตรวจสอบอิตาลีในครั้งนี้ (ในปีที่ผ่านมา อิตาลีให้เงินงบประมาณช่วยเหลือไข้หวัดนกมากที่สุดในบรรดากลุ่มประเทศสมาชิก EU ทั้งหมด) จะสามารถสร้างความโปร่งใสเป็นที่ประจักษ์ในสายตาประชาคมโลก รวมทั้งลดการถูกเพ่งเล็งว่า EU ดำเนินนโยบายด้านการเกษตรที่บิดเบือนและขัดต่อหลักการค้าเสรีได้ในระดับหนึ่ง
Related Items:
- EU ขยายเวลาการระงับการนำเข้าไก่ดิบจากไทยต่อไปอีก 1 ปี
- EU เตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไข้หวัดนก
- EU ประกาศขยายกรอบเวลาห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากไทยอย่างเป็นทางการ
- การประชุม Avian Influenza and Human Pandemic Influenza
- การระบาดของโรคไข้หวัดนก (Avian Influenza) ในกลุ่มประเทศสมาชิก EU
|