สำหรับผู้ที่ติดตามสหภาพยุโรปได้ออกระเบียบควบคุมเคมีภัณฑ์ของสหภาพยุโรป (REACH) ว่าด้วยสารเคมีและการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2550 ได้ออกแนวทางปฏิบัติใหม่เพิ่มเติมเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการทดลองกับสัตว์ ดังนี้
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 หน่วยงานเคมีภัณฑ์ยุโรป หรือ ECHA ได้ประกาศเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ ต่อร่างแผนงานสามปี (Multi-annual work program หรือ MAWP 2011-2013) ของ ECHA ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม – 9 พฤษภาคม ศกนี้ (ดูรายละเอียดทางเว็ปไซท์ http://echa.europa.eu/doc/press/pr_10_04_maw_2011_2013_20100312.pdf)
ตามที่สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้รายงานเมื่อเดือนมกราคม 2553 เรื่องสหภาพยุโรปเพิ่มชื่อสารเคมีใน Candidate List ภายใต้ระเบียบ REACH อีก 14 รายการ รวมของเดิม 15 รายการ เป็น 29 รายการ นั้น
ตามที่สหภาพยุโรปได้ออกระเบียบ REACH ว่าด้วยสารเคมีและการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 และต่อมาได้ประกาศระเบียบใหม่ว่าด้วยการจัดจำแนก ปิดฉลาก และบรรจุหีบห่อสารเคมี หรือระเบียบ CLP ลงพิมพ์ใน Official Journal วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2552 นั้น
ตามที่สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้รายงานเรื่องหน่วยงานเคมีภัณฑ์ยุโรป หรือ ECHA ประกาศรายชื่อสาร Candidate List ชุดแรก จำนวน 15 รายการ พร้อมทั้งเหตุผล เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 ทางเว็ปไซท์ ECHA และต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2552 ECHA ได้ออกข่าวว่า คณะกรรมการประเทศสมาชิก ได้เห็นชอบให้สารเคมีจำนวนอีก 15 สาร เป็น Candidate List ที่มีความน่าห่วงกังวลสูง โดยจะประกาศปรับรายชื่อ Candidate List อย่างเป็นทางการต่อไปในเดือนมกราคม 2553 นั้น
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2552 หน่วยงานเคมีภัณฑ์ยุโรปหรือ ECHA ได้ออกข่าวว่า จะลงพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลความเป็นอันตรายและการใช้อย่างปลอดภัยของสารเคมีที่ได้มีการจดทะเบียนภายใต้ระเบียบ REACH ทางเว็ปไซท์ของ ECHA ในรูปแบบโครงการทดลองก่อน ซึ่งฐานข้อมูลเรื่องนี้จะขยายและได้รับการปรับปรุงต่อไป เพื่อช่วยให้ประชาชนทราบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์สารเคมีหรือสินค้าที่มีสารเคมีบรรจุอยู่ โดยเป็นข้อมูลที่ได้มาจากบริษัทผู้ผลิตหรือนำเข้าสารเคมีเหล่านั้น และจะมีการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันในแต่ละครั้งที่ ECHA ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม
ตามที่อียูได้ให้ความสนใจกับเรื่องสารเคมีและผลกระทบที่มีต่อสุขภาพมาโดยตลอด และออกระเบียบต่างๆเพื่อปกป้องผู้บริโภค เช่น ระเบียบ RoHS เพื่อห้ามใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย และการให้จดทะเบียบสารเคมี (ระเบียบ REACH) ล่าสุด อียูสนใจถึงผลกระทบว่าหากร่างกายได้รับสารเคมีหลายๆชนิดผสมกันจะเป็นอย่างไร โดยเห็นว่าระเบียบอียูในปัจจุบันส่วนใหญ่นั้นเป็นการป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดจากสารเคมีแต่ละชนิด มากกว่าจะเป็นผลที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารเคมีหลายชนิด จึงสนใจที่จะให้มีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อหาทางรับมือต่อไป