เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 หน่วยงานเคมีภัณฑ์ยุโรป หรือ ECHA ได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า มีการปรับ (update) ข้อกำหนดเกี่ยวกับ Only Representative หรือ OR สำหรับผู้ประกอบการนอก EU ในการจดทะเบียนสารเคมีตามระเบียบ REACH ใน 3 ประเด็นหลักคือ 1) เพิ่มความชัดเจนว่า OR ไม่มีความจำเป็นต้องแต่งตั้ง third party representative 2) เพิ่มความชัดเจนในเรื่องปริมาณสารเคมีที่ครอบคลุมในแฟ้มข้อมูลการจดทะเบียน และ 3) เงื่อนไขกรณี OR จะได้รับประโยชน์จากการจดทะเบียนสารเคมีล่วงหน้าช้ากว่ากำหนดเส้นตาย แล้ว ในคู่มือการจดทะเบียน (registration guidance) ที่เผยแพร่ทางเว็ปไซท์ที่ http://reach.jrc.it/docs/guidance_document/registration_en.htm
หน่วยงานเคมีภัณฑ์ยุโรปได้ประกาศรายชื่อสารเคมี 40 รายการที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องผ่านการประเมินและการอนุญาต ภายใต้ระเบียบ REACH และรายชื่อสารเคมีที่อาจถูกห้ามใช้หรือจำหน่ายในอียู 15 รายการ
หน่วยงานเคมีภัณฑ์ยุโรป (European Chemical Agency หรือ ECHA) ได้เพิ่ม section อีกหัวข้อหนึ่งในเว็ปไซท์ของ ECHA ในชื่อ ECHA CHEM http://echa.europa.eu/chem_data_en.asp เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและเอกสารจากกระบวนการต่างๆ ของระเบียบ REACH ทันทีที่มีข้อมูล
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 51 ได้มีรายงานข่าวว่าหน่วยงานบริหารจัดการด้านเคมีของยุโรป (ECHA) เตรียมจัดทำรายชื่อสารเคมีที่มีความเป็นอันตรายสูง (candidate list) ซึ่งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายใน ต.ค. 2551 ในขณะที่องค์กรรักษาสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคจัดทำรายชื่อสารเคมีอันตรายประมาณ 270 ชนิด ที่เห็นว่าควรหาสารเคมีทดแทนมาใช้แทนอย่างเร่งด่วน
ตามที่สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้เคยแจ้งข้อมูลและประกาศของคณะกรรมาธิการยุโรปเตือนให้ผู้ประกอบการใน EU ปฏิบัติตามระเบียบ REACH ในการดำเนินการจดทะเบียนสารเคมีของตนล่วงหน้า (pre-register) ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 1 ธันวาคม 2551 นั้น
ตามที่สหภาพยุโรปได้ออกระเบียบ REACH ว่าด้วยสารเคมีและการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 นั้น สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ขอรายงานประเด็นข้อจำกัดในการผลิต การวางจำหน่าย และการใช้ประโยชน์ preparations และสารเคมีอันตราย ดังนี้
ตามที่อียูได้ออกระเบียบ REACH ว่าด้วยสารเคมีและการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 และสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ได้รายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆนั้น